School Dilemma

ไม่อนุญาตให้อ่นไดอารี่

<< What did we do on Sunday?Non-Stop Eating >>

 

Posted on Thu 24 Jan 2008 22:30

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

มันขึ้นอยู่กับพื้นฐานทางฐานะและระดับการศึกษาของแต่ละครอบครัว ดังนั้นวิสัยทัศน์ก็ต่างกันไปนะคะ คิดว่าคุณแหม่มคงจะรู้ใจตัวเองแล้วใช่ไหมคะ อ้อ เพิ่งเขียนมาเม้นท์ครั้งแรกค่ะ ชอบน้องเอมี่มากค่ะ อายุพอ ๆ กับลูกสาวดิฉันเลย ลูกชายคนโตของดิฉันอยู่โรงเรียนฝรั่งเศสที่ดูไบค่ะ ก็เรียนหลายภาษาอยู่ทั้งภาษาอารบิก อังกฤษ ก็สงสารเหมือนกัน อยู่บ้านก็พูดไทย และภาษาเวียตนามอีก เลยแซวลูกว่า หัวแตกแล้วยัง อิอิ โชดดีนะคะ
แฟนไดคนหนึ่ง   
Tue 29 Jan 2008 1:06 [26]

ตาลายแล้วค่ะ

แต่ก็ยังตามอ่านอยู่นะคะ ตามสามีมาอ่านด้วยค่ะ
คุณแม่ฝาแฝด   
Mon 28 Jan 2008 10:22 [25]

เข้ามาทักทาย เจอtopicซีเรียสเลย แหม่มเลือกทางไหนเราก็มั่นใจว่าเหมาะที่สุดกับเอมี่จ้า แต่ละบ้านมีจุดมุ่งหมายไม่เหมือนกันเน่อ

เราก็อ่านแล้วรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ห่างเหินระบบการศึกษาไทยมานาน คอมเมนท์ไม่ค่อยถูก แต่แอบปวดหัวตาม ทำไมมีระบบสองทางอย่างนี้ เลือกไม่ค่อยจะถูกเนอะ เราว่าน้องชายเราตอนนี้ก็เง็งๆเหมือนกัน แรกๆก็เห่ออินเตอร์ ตอนนี้ก็หาแต่โรงเรียนไทยที่ไม่เน้นวิชาการอะไรไม่รู้เนี่ยหละ เดี๋ยวดูสิ ปีหน้ามันเปลี่ยนใจอีก ...วันก่อนเห็นพี่เราบอกว่า น้องเรามันชักอยากส่งลูกมาให้ป้าๆเลี้ยงแล้ว จะได้มาเรียนที่เมกาแทน ...เออ มันคงเป็นเอามากเว้ย อะไรจะเซ็งปานนั้น
ป้อม   
Mon 28 Jan 2008 2:33 [24]

แอบอ่านมานาน อิ อิ

มีญาติจบด๊อกเตอร์เมกามาทั้ง สามี ภรรยา กลับมาไทยให้ลูกเรียนอินเตอร์แต่เล็ก ญาติผู้ใหญ่ที่บ้านเค้าไม่ค่อยชอบเลยอยากให้ออกมาเรียนร.ร.ไทย (เดาเอาว่าคงพฤติกรรม+ความเข้มของวิชาการ) พอลูกคนที่ 2+3 ให้เรียน EP แต่จบ ป.6 ปีนี้ จะให้ไปเข้า ร.ร.ไทย(ร.ร.วัดที่มีชื่อเสียงมากค่ะ) คงเพื่อเตรียมเรื่องวิชาการเอาไว้ค่ะ

ส่วนตัวลูกเราให้เรียนอนุบาล EP ลูกมีความสุขมาก อยากไปร.ร.กิจกรรมเยอ แต่ก็ไม่ทิ้งวิชาการ ถูกใจที่ได้ทั้งไทย อังกฤษค่ะ (โดยส่วนตัวคิดว่า ภาษาไทยค่อนข้างยากนะ ถ้าจะรู้โดยลึกซึ้งอ่ะค่ะ เลยว่า อยากให้เรียนที่โรงเรียนจะดีกว่า อยากให้ลูกอยู่เมืองไทยโดยใช้ภาษาไทยได้คล่อง แต่ก็ได้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 พูด อ่าน เขียน ด้วยความมั่นใจค่ะ) ต้องดูต่อไปว่าประถม มัธยมจะเป็นยังไง อาจต้องเรียนเสริมวิชาการข้างนอกบ้างเนอะ แต่ร.ร.เค้าก็มีศิษย์เก่าไปคว้าโอลิมปิกวิชาการมาได้ด้วย คงเป็นที่ตัวเด็กเอง รวมทั้งพ่อแม่ก็ต้องช่วยดูแลส่วนหนึ่งแหละค่ะ

อนาคตคงไม่เน้นให้ลูกสอบเอ็นท์ มีมหาลัยเอกชนมากมายให้เลือกค่ะ แต่ลองดูก็ดีนะ อิ อิ
แชร์ด้วย   
Mon 28 Jan 2008 0:05 [23]

I have to disagree with what one said that สุดท้ายแล้วรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เค้าอยากทำ อยากเรียน อยากศึกษา ไม่ใช่คิดว่า..."น่าจะเป็นอันนี้ เพราะมันควรเป็นอย่างนี้" .
I think that it's okay to be whatever they want to be,but you have to be practical, as well. Unless a child is born into affluence, and that affluence is guaranteed throughout life, he or she will have to work for a living, so their interests may have to be guided if they seem out of the realm of reality. Many people want to be great singers or actors, etc., but how many actually get to realize their dreams and achieve the lifesyles and incomes they want. I'm not saying don't dream, or that a parent should not be supportive, it's just that you have to be practical and ensure the child has good guidance that will put them on a realistic path. If a child shows remarkable talent in something, by all means support and foster that talent, but if it is risky and has little chance of success, we must try to redirect him/her to something that will better serve the child.
  
Sun 27 Jan 2008 12:35 [22]

โห...ฮ๊อตจริง ๆ ค่ะ หัวข้อนี้ เป็นที่น่าสนใจมาก ๆ และมีประโยชน์จริง ๆ ค่ะ

ความจริงเรื่องการศึกษาของลูก เป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนค่ะ เพราะเป็นพื้นฐานของลูกน่ะค่ะ

การเลือกโรงเรียนไทย หรือ โรงเรียนอินเตอร์นั้น มีปัจจัยพิ้นฐานหลายประเด็นให้คำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมของครอบครัว ตัวเด็กเอง สังคม สภาพแวดล้อม

สำหรับพี่เอง มีทั้งหลานที่เรียนโรงเรียนอินเตอร์ตั้งแต่เล็ก ๆ ซึ่งพวกเค้าต้องเรียนพิเศษภาษาไทยอย่างหนัก เพราะภาษาไทยนั้นลึกซึ่งและยากค่ะ

หลานชายก็เรียนโรงเรียนไทยจนถึง ป.5 แล้วก็ไปต่อที่ ออสเตรเลีย แต่พวกเค้าต้องเตรียมตัวอย่างหนักเพื่อที่จะเรียนที่โน่น สิ่งที่เค้าได้มา คือ ภาษา สังคม ความรับผิดชอบ การช่วยเหลือตัวเอง แต่ข้อเสียคือเค้าไม่ค่อยมีเพื่อนคนไทยเลยค่ะ

หลานสาวพี่ออก ป.5 รร.คุณนุ่น แล้วไปเข้า harrows ซึ่งก็ต้องเตรียมตัว หนัก และปรับตัวเยอะเหมือนกันค่ะ แต่คุณแม่ก็จะเหนื่อยมากค่ะ เพราะต้องคอยดูแลทุก ๆ เรื่องด้วยค่ะ

สำหรับพี่เอง คิดไว้ว่าจะให้ลูกสาว เรียนโรงเรียนไทยค่ะ แต่เตรียมความพร้อมด้านภาษาไว้ค่ะ เพราะลูกสาวพี่เหมาะกับโรงเรียนไทยค่ะ ส่วนลูกชายคงเป็น EP น่ะค่ะ

พี่ว่าน้องเอมี่ได้ทั้งอย่างน่ะค่ะ เห็นด้วยกับความคิดคุณเอ๋ค่ะ จริง ๆ แล้วเด็ก ๆ เค้าก็มีความอดทนนะคะ เค้าต้องทำได้ค่ะ เราคงประมาทความสามารถเด็กไม่ได้ค่ะ

พี่เองเชื่อในแนวความคิดและมุมมองของทั้งคุณเอ๋และคุณแหม่มว่าจะต้องพิจารณาตัดสินใจในสิ่งที่เหมาะสมกับน้องเอมี่มากที่สุดค่ะ

เม้นท์ยาวจังเนอะ ซีเรียสไปป่ะค่ะ
มนมะนาว   
Sat 26 Jan 2008 23:38 [21]

แวะมาตอบคุณแหม่มค่ะว่า มฟ ไปสอบมาแตร์ 2 รอบ ชั้น อ.3 แต่ไม่ได้ทั้ง 2 รอบค่ะ หุหุ ปรึกษาหนักเลยกับคุณนุ่นแม่ปริมปัน ตอนนี้ก็ถอยทัพแล้วค่ะ เมื่อก่อนหาข้อมูลเยอะมากๆ เพราะชอบที่ รร นี้ สอนแนวสาธิตแต่เน้นภาษาอังกฤษ นร ต่อห้องก็น้อยดีด้วย ดูแลทั่วถึง แต่ต้องยอมรับมากๆว่ามาแตร์เน้นรับตาม connection ถ้าไม่มีพี่ แม่ไม่เป็นศิษย์เก่า ต้องเซียนระดับพระอรหันต์ถึงจะเข้าได้อ่ะค่ะ

ตอนนี้ก็มองไว้อีก 2 ที่ คือ ซย กับ อสค แต่ใจไปทาง อสค มากกว่า เพราะใกล้กับ อสช อีกหน่อยเข้าทั้ง 2 คนจะได้รับส่งสะดวกอ่ะค่ะ

แนะนำให้คุณแหม่มคุยกับคุณนุ่นค่ะ เรื่องมาแตร์ อินไซด์ดีค่ะ

สู้ต่อไป แม่ที่รักลูกมากๆอย่างเรา อิอิ

ลืมชมน้องเอมี่ว่าทั้งซน ทั้งน่ารัก อูย เอาหน้านาบพื้น คงเย็นดีโนะ มี่โนะ
   
Sat 26 Jan 2008 22:33 [20]

เป็นแฟนไดน้องเอมี่มานานแล้วค่ะ ติดมากต้องเข้าทุกวัน แต่ไม่กล้าเม้นอ่ะค่ะ ^^”
ตอนแรกลังเลอยู่เหมือนกันค่ะว่าควรแสดงความคิดเห็นมั๊ย เพราะว่าแป้งเองก็เป็นเด็ก
อาจจะไม่มีมุมมองที่กว้างไกลเท่าผู้ใหญ่ แต่ไหนๆแป้งก็จะปิดไดแล้ว ขอแสดง
ความคิดเห็นด้วยคนนะคะ เผื่อจะเป็นประโยชน์ได้บ้าง

เพราะตอนนี้ตัวแป้งเองก็เรียน high school ปีสุดท้ายที่ Australia อ่ะค่ะ อ่านคอมเม้น
ของแม่ๆแฟนไดน้องเอมี่หลายๆคน แป้งก็เห็นด้วยนะคะ

แป้งศึกษาเกี่ยวกะเรื่อง รร. อินเตอร์ตั้งแต่อยู่ ป.6 แล้วก็มี ญาติๆและเพื่อนสนิททั้งที่เรียน รร. อินเตอร์
แล้วก็ รร.ไทย เลยทำให้ได้เห็นมุมมองต่างๆ และความคิดเห็นต่างๆที่ชัดเจนมากค่ะ
ตัวแป้งเองเรียน รร.ไทยมาตั้งแต่อนุบาล1 จนถึง ม.4 เคยไป summer ต่างประเทศแค่
ครั้งเดียวตอนประมาณ ม.2 อ่ะค่ะ พอจบ ม.4 เทอม 1 แป้งก็ไปต่อที่ Australia เลย
ขอพูดถึง รร.ไทยก่อนนะคะ
ตอนแรกที่อยู่เมืองไทย แป้งอยากเรียนหมออ่ะค่ะ แต่ด้วยสภาพความกดดันที่ระบบ
เอนทรานซ์แบบใหม่เข้ามา ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น แป้งเรียนแบบไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่
วันๆก็รายงานเยอะมากค่ะ แล้วรายงานที่มีก็ไม่ได้ช่วยให้เรียนรู้เรื่องขึ้นเลย ส่วนมากที่เพื่อนๆ
แป้งทั้งที่อยู่ รร.เดียวกัน และ รร.อื่นจะปริ๊นจากอินเทอร์เน็ตแล้วก็ส่งครูเลยค่ะ บางทีไม่ได้อ่านด้วยซ้ำ
แต่แป้งคิดว่าถ้าไม่ได้เรียนแผนวิทย์ก็อาจจะไม่กดดดันขนาดนี้ก็ได้ค่ะ ความจริง รร.ไทยก็มีข้อดีเยอะ
อยู่ที่ตัวแต่ละบุคคลมากกว่าค่ะ


ส่วน รร.อินเตอร์
แป้งมีญาติที่เรียน รร.อินเตอร์มาตั้งแต่อนุบาล เค้าก็ดูเรียนแบบสบายๆ ไม่เครียดเท่าแป้งนะคะ
แต่พอขึ้น high school คราวนี้ รร.ไทย กะ อินเตอร์ก็จะเริ่มเครียดพอๆกันแล้วค่ะ อย่างเด็ก รร.ไทย
ก็กวดวิชาแข่งขันกันเพื่อจะเอนทรานซ์ ส่วนเด็ก รร.อินเตอร์ก็จะต้องเตรียมตัวที่จะเข้ามหาลัยในต่างประเทศ
แต่ถ้าใครที่เรียนอินเตอร์แล้วจะต่อมหาลัยที่ไทยก็ค่อนข้างสบายหน่อยอ่ะค่ะ เพราะได้เปรียบตรงที่ภาษาดี
แต่ว่าข้อจำกัดก็คือ คณะของภาคอินเตอร์ยังไม่รองรับในทุกสาขา ทำให้ใครที่อยากเรียนแพทย์ก็จะต้อง
เรียนหนักเป็น 2 เท่า แล้วการที่จะไปต่อแพทย์เมืองนอก บางทีฟังคนพูดดูเหมือนจะง่าย แต่บางประเทศ
ปีนึงเค้าจะรับน้อยมากอ่ะค่ะ ส่วนการทำรายงานของ รร.อินเตอร์แป้งชอบตรงทีญาติและเพื่อนๆต่างกะ
เด็ก รร.ไทย ตรงที่เค้าค้นคว้า หาข้อมูลกันแบบจริงๆจังๆอ่ะค่ะ แล้วข้อมูลหรือหัวข้อรายงานที่ครูสั่ง
ก็จะสอดคล้องทำให้เรียนเข้าใจได้ง่ายขึ้นด้วย

โดยรวมแล้วถ้าจะต่อมหาลัยที่เมืองไทย เรียน รร. ไทยน่าจะได้เปรียบมากกว่านะคะ เพราะรุ่นพี่แป้งคนนึง
ที่ออสเตรเลีย เค้าอยากเรียนสัตวแพทย์ แต่ตอนหลังเปลี่ยนใจกลับมาต่อ ปี1 ที่ไทยเลยทำให้พลาดโอกาส
ตรงนั้นไป ส่วนภาษาอังกฤษ ถ้าเรียน รร.ไทย แล้วเสริมตั้งแต่อายุประมาณ 5-6 ขวบจะได้ผลมากกว่า
ไปเสริมตอนโตนะคะ เพราะว่าเพื่อนๆแป้งหลายคนที่เรียน รร.ไทย ใช้ภาษาอังกฤษกันไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่
แต่ในขณะเดียวกันเพื่อนแป้งที่เรียน รร. อินเตอร์กลับใช้ภาษาได้คล่องทั้ง 2 ภาษา สุดท้ายแป้งว่าทุกอย่าง
ขึ้นอยู่กับตัวเด็กเองมากกว่าค่ะ ถ้าพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูดีแบบน้องเอมี่ ยิ่งไม่ต้องห่วงเลยค่ะ แป้งว่าจะอยู่
รร.ไทย หรือ รร.อินเตอร์ก็สบายมากค่ะ

ขอโทษนะคะที่แสดงความคิดเห็นซะยาวเลย อันนี้เป็นเพียงแค่ประสบการณ์ที่แป้งเจอมานะคะ เลยอยากจะ
เขียน เพราะว่าเห็นมีแต่คอมเม้นคุณแม่ๆ บางทีคอมเม้นของแป้ง คนที่กำลังเรียนอยู่ แล้วก็ใกล้ชิดกับสังคมทั้งสองแบบโดยตรงอาจจะเป็นประโยชน์มั่งอ่ะค่ะ
แป้ง   
Sat 26 Jan 2008 17:20 [19]

ตอนแรกก็คิดอยากจะให้ลูกเรียนอินเตอร์ แต่อ่านที่ป๊ะป๊าเอ๋อธิบาย ก็เกิดอยากจะเปลี่ยนใจแล้วค่ะ
ถ้าลูกอยู่เมืองไทย ทำงานในเมืองไทย ก็ต้องเรียนโรงเรียนไทย
เรายังเรียนโรงเรียนไทยมาก่อนเลย
เสริมภาษาเอาดีกว่า เวลาพูดกับลูกเราก็พูดภาษาไทย เพราะเราเป็นคนไทย
ภาษาอังกฤษเราก็สอนเค้าเวลาว่างๆ หรือให้เค้าเรียนพิ่มเติม
คนที่รู้จักกันส่วนมากเป็นชาวต่างชาติ เค้ายังอยากจะเรียนรู้ภาษาไทย พูดภาษาไทยเลยค่ะ
ก็ต้องแล้วแต่คนกะทุนทรัพย์ด้วยรึเปล่าค่ะ
รูปคู่แม่ลูกน่ารักจังเลยค่ะ
ขอบคุณพี่แหม่มมากๆค่ะ ที่ให้ความรู้ ขอบคุรจริงๆค่ะ
   
Sat 26 Jan 2008 16:14 [18]

อ่า งั้นต้องใช่แน่ๆเลยค่ะ พี่แหม่ม รู้งี้สวัสดีดีกว่า :-)
วันนั้นที่ไม่กล้าทักเพราะไม่แน่ใจหนะค่ะ กลัวหน้าแตก
วันหลังจะทักแล้วหละค่ะ
Aair   
Sat 26 Jan 2008 14:22 [17]

แวะมาอ่านบ่อยๆ แต่ไม่คไม่ค่อยได้เม้นต์

เรื่องเรียนนี่ สามีคุงเหม่มคิดเหมือนสามีเราเลยค่ะ แทบจะคิดว่าเค้ามานั่งเขียนเองซะอีก

ทั้งเรื่องเรียน การทำงาน

ตอนลูกอนุบาล เราให้ลูกเรียนอินเตอร์ แต่พอจะเข้าประถม 1 ลูกสอบไม่ติดที่ไหนเลย โรงเรียนไทยนะ เพราะคุงสามีอยากให้ลุกเรียนโรงเรียนไทย

ไปเข้าเรียนโรงเรียนเอกชน เก่าแก่มีชื่อเสียง (แบบว่าจ่ายเปะเจี๊ยะด้วย) พอลูกเข้า ป.1 มีปัญหามาก ทั้งด้านการปรับตัวสังคม(ซึ่งมาจากหลากหลายอาชีพและครอบครัวที่มาจากเลี้ยงดูต่างกัน) การเรียนอีก เพราะภาษาไทยไม่กระดิก ภาษาอังกฤษก็ยังไม่ได้รัยมาก โชคดีว่าได้ครูที่เข้าใจและช่วยปรับพื้นฐานให้

ทางโรงเรียนเน้นคณิตศาสตร์มาก ขนาดว่าจัดระดับการเรียนด้วยคะแนนวิชานี้ทีเดียว ในการเลื่อนชั้นเรียนแต่ละปี

พอลูกเรียนถึง ป.3 เราส่งลูกไปเรียนsummerที่เมืองนอกทุกปี แบบส่งไปอยู่กะโฮสที่นั่นเลย ภาษาก็ดีขึ้น เวลาทางโรงเรียนมีส่งแข่งกันเกี่ยวกับภาษา อ. ลูกจะเข้าสมัครคัดเลือกและก้ได้ทุกครั้ง

ทั้งนี้ตั้งแต่ ป.1-ป.6 ทุกวันนี้ ลูกเราไม่เรียนพิเศษอะไรมากมาย ตอนเย็น จัน-พฤหัส ลูกเรียนพิเศษที่โรงเรียนตอนเย็นวันละ 1ชม วันอาทิตย์เรียนคุมอง ไม่เกิน 1 ชม แต่คุมองไม่มีการสอนตีปัญหาโจทย์ ดีว่าพื้นฐานเลขที่นี่ดีอยู่แล้ว คุมองเลยเป็นเสริมในการคิดเร็วเพิ่มเข้าไป

เทอมการศึกษาหน้านี้ (พฤษภาคม) ลูกเราจะขึ้น ม.1 ก็สามารถสอบเข้าเรียนภาคภาษา อ. ของโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งได้แล้ว ก็สบายใจไปเปลาหนึ่ง ส่วนระดับมหาวิทยาลัย คงต้องดูไปก่อนว่าลูกสนใจทางด้านไหน มหาลัยในเมืองไทยภาคอินเตอร์ ก็คงมีเพิ่มอีกมากมายแน่นอน

เราไม่มีความสามารถที่จะส่งไปเรียนต่อเมืองนอกแบบเต็มได้ ดังนั้นลูกคงต้องเรียน มหาวิทยาลัยในไทย และทำงานในไทย อนาคตจะสามารถไปทำงานเมืองนอกได้หรือไม่ค่อยว่ากัน

ทั้งนี้ที่เขียนเล่ามา เราไม่ได้ว่า อินเตอร์ไม่ดีนะ ส่วนดีก้มีมากเหมือนกัน แต่ไม่ขอเอ่ย เพราะมีประสบการณ์เล็กน้อย เพียงแต่เรามาคิดย้อนว่า ถ้าทุกวันนี้เรายังดื้อให้ลูกเรียนอินเตอร์อยู่ เมื่อถึงเวลาที่ต้องมาเรียนโรงเรียนไทย (อย่างที่บอกเราไม่สามารถส่งไปเรียนเมืองนอกได้) ลูกเราจะดำรงชีวิตแบบวุ่นวายพอสมควร เด็กนักเรียนโรงเรียนไทย คงต้องยอมรับว่า มีฐานะพื้นฐานหลากหลาย ตั้งแต่ลูกคนธรรมดา คนพอมีอันจะกิน คนหาเช้ากินค่ำ สารพัด ลูกเราคงงงๆ ไม่อยากให้ลูกยึดติดแต่สิ่งสะดวกสบาย อยากให้หัดลำบากบ้าง ชีวิตเค้ายังต้องเจออะไรอีกมากมาย ให้แข้มแข็งอดทนเจอะเจออะไรพ่อแม่คอยช่วยเป็นกำลังใจ อีกหน่อยโตขึ้นจะได้ไม่เปราะบางเกินไป

ทั้งหมดเป็น คห.ส่วนตัวจากประสบการณ์ลูกตัวเองนะค่ะ
แอบอ่าน   
Sat 26 Jan 2008 12:54 [16]

เม้น ไปแล้วมันไม่ขึ้นอ่ะ ไว้เจอกันค่อยคุยกันเนอะเรื่อง รร ขี้เกียจพิมพ์แล้ว


ตุ่น   
Sat 26 Jan 2008 12:14 [15]

พี่แหม่มคะ ตามอ่านไดพี่แหม่มมานานค่ะ แต่วันนี้พอเจอพี่แหม่มเขียนว่าคุณแม่พี่แหม่มอยู่ซ.มัยลาภ เลยขอ comment ซะหน่อย
คือเคยเห็นรูปแม่พี่แหม่มหนะค่ะ แล้ววันก่อนหนูไปทำผมในซ.มัยลาภ (หมู่บ้านศิริชัย) แต่หนู่อยู่หมู่บ้านอื่นนะคะ
ทีนี้ก็เห็นคุณป้าคนนึงหน้าเหมือนแม่พี่แหม่มเลย แล้วก็เห็นป้าช่างทำผมเรียกว่าคุณหมอ หรือคุณพยาบาลอะไรสักอย่าง
พอดีหนูจำได้ว่าพี่แหม่มเคยบอกว่าคุณแม่พี่เป็นพยาบาลใช่มั้ยคะ แต่หนูก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดี
ฝากถามคุณแม่พี่หน่อยนะคะว่าเคยไปทำผมร้านป้ากาหลงมั้ย ถ้าเคยแสดงว่าต้องใช่แน่ๆเลย
Aair   
Sat 26 Jan 2008 11:27 [14]

โอยยยยย

อ่านแล้วมึนๆๆ
สรุปทุกอย่างมีดีมีเสียเหมือนกันหมด
เด็กจะเป็นแบบไหนน่าจะอยู่ที่เราเลี้ยงด้วยเป็นส่วนใหญ่
แต่ยังงัยก็ต้องขอบคุณคนเขียนไดนี้
ที่ทำให้คนอ่านได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากๆ (หลายๆด้าน)

แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้อยู่ดีอ่ะ....แป่ววว

update.. แผลยังไม่ติด แต่ทุกอย่างดูปกติดีค่ะ

test icon ใหม่ น่ารักอีกแย้ววอ่ะ
april 12 mom   
Sat 26 Jan 2008 10:17 [13]

Hot Topic jing jing na. Don't have much to share at this point. Just look at me and my brother, I don't think you can draw any conclusion out much about school. I think it's all about parenting and guideline for kids to lead their lives. :) Will watch and learn from you la kun ja.
Ko   
Sat 26 Jan 2008 1:35 [12]

ไม่ได้แวะมาเยี่ยมแป๊บเดียว หนูเอมี่จะเข้าโรงเรียนแล้วเหรอเนี่ย

เรื่องโรงเรียนนี่กลายเป็นประเด็นให้เถียงกันแทบทุกครัวนะคะ
ของเอกับปะป๊าหนูอันดาก็มีเถียงกันแรงกลางห้าง ท่ามกลางสายตาประชาชีมาแล้วค่า
ผลสรุปคือเอต้องลองถอยมาหนึ่งก้าว โรงเรียนที่ชอบที่สุดพักไว้ก่อน เปิดกว้างรับโรงเรียนอื่นๆ เข้ามาบ้าง ที่สุดก็ได้โรงเรียนที่ถูกใจแม่ แบบที่พ่อไม่กล้าขัดเท่าไหร่ เอิ้ก...
เป็นโรงเรียนที่เข้ากับ character ของอันดาเป็นที่สุด ดูๆ แล้วอันดาน่าจะมีความสุขที่มาเรียนที่นี่
สำหรับเอนะ มองว่าโรงเรียนอนุบาลคือที่ๆ น่าจะเป็นเหมือนบ้านหลังที่ 2 ของลูก เพราะมันจะเป็นที่ที่เราเอาลูกไปฝากเค้าดูแลตั้งหลายชั่วโมง แล้วเค้าคนนั้นก็ไม่ใช่ญาติพี่น้องเรา เราจะไว้ใจเค้าได้แค่ไหน เพราะงั้นจะโรงเรียนไหนก็ตาม ดูลูกมีความสุขที่อยู่ที่นั่นก็พอแล้ว

ความเห็นส่วนตัวนะคะ เพราะถึงยังไงแม่ย่อมรู้จักลูกตัวเองดีที่สุดอยู่แล้วล่ะค่ะ ^^
แม่เอของหนูอันดา   
Fri 25 Jan 2008 23:38 [11]

Sawasdee ka P Mam

I will be home for just 12 days ka. and I am serious, if u ever want anything, pls let me know.

I strongly agree with your opinion above ka...(but again, if i ever had my own kind, i wouldnt know what to do) hehehe

for me, i had been studying in Thai school until M.5 then i chose to enter ABAC (instead of going abroad...coz my parents werent allow)... i learnt English from there ka..(studying at ABAC)
then i had many chances...1 year Exchange in Japan... 2 years for Masters in England
then back to work in the bank in Thailand... and now I am back here in Japan ka

I am thankful to Thai education and ABAC for educating me to be ME today.

Being able to speak English is helpful but i dont think we need to go through English/American education system....

Thai kids should at least know the seniority...to respect the elders.. (i see my cousins in international school....they lack of those and they are tooooo naughty...they caused me headache when i had to teach them homework)

i wish i could discuss more about it....but i havent got kids myself...so i havent thought about it that in depth....

but one thing i am sure is that Ami-chan will be fine ka...being in a sweet home and raised by parents like you ;)

sorry if i dont write Thai na ka...
i am so so bad at typing Thai...and this is Japanese computer so the keyboard is in English/Japanese only. (it will take me ages to complete a sentence in Thai)

ann   
Fri 25 Jan 2008 19:19 [10]

แอบอ่านมาไดน้องเอมี่มาตั้งนานแล้ว
ชอบเอมี่ ชอบคุณแม่เอมี่
น้องน่ารัก คุณแม่ก็น่ารัก
คุณพ่อก็อารมณ์ดี

เรื่องนี้ก็เห็นด้วยกับคุณพ่อเอมี่น๊ะค๊ะ
เราผ่านมาได้ ทำไมลูกเราจะผ่านไม่ได้

ลูกๆ ก็เรียนโรงเรียนไทยค่ะ เพราะอยากให้อ่านออกเขียนได้แม่นๆ เพราะเราอยู่ประเทศไทยนี่เน๊อะ

เรื่องภาษาเสริมเอาข้างนอกค่ะ ^^
juicejoeonline@diaryclub.com   
Fri 25 Jan 2008 19:06 [9]

Topic นี้ hot จริงๆเป็นคำถามที่อยู่ในใจแม่ๆหลายคนเหมือนกัน แหม่มให้ข้อมูลได้ดีมากเลย ปรบมือให้ แปะแปะ...แหม อ่านแล้วก็ขอแจมหน่อยเถอะ ในฐานะที่ตัวเองเรียนรร.ไทยมาตลอด และมีทั้งพี่และหลานเรียนรร.อินเตอร์ ที่จะเขียนเนี่ย ไม่ได้เชียร์อินเตอร์อะไรนะ เพียงแต่เอาอีกมุมมองมาแชร์นะจ๊ะ อิชั้นยังไม่มีเรื่องอย่างว่ามาให้ปวดเฮด แหะแหะ

สำหรับเราก็เห็นด้วยว่า ถ้าต้องการแค่ภาษา ไม่จำเป็นต้องส่งรร.อินเตอร์หรอก การเรียนเสริม หรือถ้าสามารถส่งไปเมืองนอกได้ ก็ช่วยได้เยอะแล้ว ตัวเราก็คล้ายแหม่มที่ชอบอินเตอร์ในแง่ที่เค้าสอนให้รู้จักคิดเองเป็น ไม่ได้เอาแต่ท่อง หรือฟังคุณครูอย่างเดียว ส่วนเรื่องวิชาการ อันนี้ก็จริงนะที่เลขเค้าค่อนจะอ่อนกว่าเด็กไทย แต่เราก็ไม่แน่ใจว่าตอนนี้หลักสูตรมันปรับปรุงไปขนาดไหนแล้ว และที่สำคัญ ไอ้เลขเยอะๆที่เราเรียนกันมา บางทีเรายังอดถามตัวเองไม่ได้ว่าเรียนมาทำไมฟระ

ส่วนเรื่องสังคม เรามองว่ารร.อินเตอร์สมัยนี้มีนร.ไทยเพิ่มขึ้นเยอะมาก สมัยก่อนมีทางเลือกน้อย อย่าง RIS, ISB พวกนี้ requirement เป็นคนต่างชาติซะเยอะ มี %นร.ไทยน้อย แต่สมัยนี้ รร.อินเตอร์มีหัวดำ ชาวไทยมากมาย เอาตย.หลานเราแล้วกัน เพื่อนๆเค้าเนี่ยไทยซัก 80-90% และหลายคนก็มาจากครอบครัวมีอันจะกิน(ล้นเหลือ) ข้อดีในการทำธุรกิจในอนาคตก็ไม่เลวหรอก แต่สิ่งที่จะตามมา (รึเปล่าไม่รู้) คือความหรูหรา ฟู่ฟ่า คือเค้าเห็นแต่สิ่งสวยๆงามๆ โดยไม่รู้หรอกว่า จะมีซักกี่คนที่โชคดีมีสิ่งรอบตัวพร้อมอย่างนี้ คือหลานเรามันยังเด็ก เลยไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ถ้าเอาพี่เราและเพื่อนๆเป็นตย. ก็ค่อนจะติดดินนะ แถมแต่ละคนล้วนงกขึ้นเยอะตั้งแต่มีลูก

ว่าไป เราว่าการสั่งสอนที่บ้านมีบทบาทมากจริงๆ ชอบด้วยคนที่สอนให้ลูกติดดิน เชื่อว่า ไม่ว่าเอมี่จะเรียนอะไร ที่ไหน ถ้าแหม่มและเอ๋ยึดมั่นในนโยบายติดดิน เค้าก็จะไม่ลอยหนีไปไกลหรอก

ส่วนเรื่องภาษาไทยอ่อน อันนี้ก็คงจริง ประสบการณ์ใกล้ตัวก็คือ พี่สาวเรา ดีที่เค้าจบ ป.4 ภาษาไทย ก่อนไปเรียน Inter เลยอ่านออกเขียนได้ แต่ถามว่าดีรึเปล่าเนี่ย ก็ต้องบอกว่าสู้เราๆท่านๆที่เรียนภาษาไทยกันมาเยอะแยะไม้ได้หรอก แต่อย่างที่เธอเห็น บุคลิกเธอก็ไม่ได้ฝรั่งจ๋าอะไร

ต๊าย..เขียนยาวจัง บอกแล้วเรื่องนี้มันโดน สรุปว่าคนที่เคยเรียนอินเตอร์มา หลายคนก็มองว่าเป็นระบบที่ได้และอยากส่งลูกเรียนต่อ ส่วนคนที่เรียนรร.ไทยมา ก็มองว่าระบบไทยเป็นระบบที่ดีอยู่แล้ว ประสบการณ์ส่วนตัว ก็ทำให้มองกันคนละมุม ว่ามั้ย

นุ่น...แฝดคนที่นุ่นว่าเรียนคณะเรานะ คือคนที่แหม่มบอกว่าได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งนั่นแหละ อิอิ
มาลี   
Fri 25 Jan 2008 17:25 [8]

ฮืม ต้องแอบไปคุยกับคิมเรื่องโรงเรียนบ้างแล้วแหละ แต่สำหรับแบ๊วแบ๋วเนี่ยนะ น้าบี๋จะให้เรียนโรงเรียนไทยธรรมดาเนี่ยแหละ เน้นใกล้บ้าน มีคนรับส่งสะดวก เพราะว่าแบ๊วแบ๋วมีแม่ที่ค่อนข้างขี้เกียจนั่นเอง
แล้วก็เห็นด้วยกับป๊าเอ๋ หลายประการมากเลย เพราะผลวิจัยล่าสุดกับเด็กไทยเนี่ย เค้าว่าambitious มันลดน้อยกว่า รุ่นก่อน ๆ ไปเยอะ น้าบี๋อยากให้แบ๊วแบ๋วรู้จักถึงความลำบาก และความสุขปน ๆ กันไป... ไม่อยากให้สบายมาก เดี๋ยวจะเคยตัว พอไม่มีพ่อแม่อยู่ด้วย จะลำบากอ่ะ
น้าบี๋   
Fri 25 Jan 2008 15:59 [7]
 

เห็นด้วยกับปะป๊าเอ๋จังค่ะ อยาก share ประสบการณ์จากคนที่รู้จักนะคะ พี่มีเพื่อนคนนึงภาษาดีมากๆ สำเนียงฝรั่งเลย ตอนแรกพี่คิดว่าเขาโตที่เมืองนอก ปรากฏว่าไม่ใช่เลย เขาเรียนที่นี่ จบมาร์แตร์ แล้วเข้าอักษร จุฬา เขาก้อไม่เห็นด้วยกับส่งลูกเรียนอินเตอร์ ความเห็นเหมือนปะป๊าเด๊ะ แต่เขาภาษาดีมากเพราะพ่อแม่เขาส่งเขาไปเรียน Summer ที่ต่างประเทศบ่อยๆ ซึ่ง work มากเลยค่ะ เขาบอกไม่จำเป็นเลยที่ต้องเรียนอินเตอร์ ให้ไป summer บ่อยๆตั้งแต่เด็กๆ ภาษาก้อจะดีเอง และเขาก้อติดดินด้วย เข้าได้ทุกสังคม

อีกหนึ่งประสบการณ์ พี่มีเพื่อนเป็นลูกครึ่งเยอรมัน เขาเป็นพี่ชายคนโต มีน้องสาว 2 คน พ่อแม่ส่งลูกเรียนอินเตอร์ทั้งหมด แต่เขาเรียน Inter ตอน High School ขณะที่ คนกลางเรียน Inter ตอนเด็กมาหน่อย แต่ได้เรียนร.รไทยมาบ้าง ขณะที่คนสุดท้องเรียน Inter ตั้งแต่เด็กเลย ปรากฏว่าฝรั่งจ๋ามากๆๆ แตกต่างกับพี่ๆ

จนในที่สุดคุณแม่เขาตัดสินใจเปิดร.ร ไทย แต่สอนสไตร์ ฝรั่ง ให้ คิดเอง ทำเอง ไม่สอนให้ท่องจำ เขาใช้ระบบจากเมืองนอก แต่สอนภาคภาษาไทย แต่ถ้าวิชาภาษาอังกฤษ กับเลขและวิทยาศาสตร์บางส่วน จะเป็นครูชาวต่างชาติ ไม่ใช่ รร Bilingual น้องสาวคนกลางเขาไปเรียนต่อด้านการศึกษาที่ต่างประเทศแล้วกลับมาช่วยที่รร รรอยู่แถวเหม่งจ๋าย

มีคนในแวดวงสังคมไทย มีฐานะ นักธุรกิจ ที่มีกิจการของตัวเอง ละต้องการให้ลูกสานต่อในเมืองไทย และลูกดารา ไปเรียนเยอะเหมือนกันจ้ะ พี่อยากให้ลูกเข้าเหมือนกัน แต่ติดอยู่ที่ บ้านพี่อยู่ไกลจากโรงเรียนมากๆ กำลังคิดอยู่ว่าทำงัยดี พี่ค่อยบอกแหม่มหลังไมค์ละกันว่าเป็น รรอะไร เผื่อไปศึกษาดู ไม่บอกในนี้เดี๋ยวหาว่าโฆษณา

แต่ยังงัยก้อแล้วแต่ความเห็นแต่ละคนนะ ทุกคนมีสิทธิมองต่างมุม

กลับไป โหมดเอมี่บ้างดีกว่า พี่ว่าเอมี่น่าจะคิดเหมือนปะป๊าน้า นิสัยออกจะเหมือนกันมากมาย ชอบรูปที่ปะป๊าถ่ายกะเอมี่ น่ารักจัง คิดถึงเด็กดอยจังจ้า

ปล เม้นท์คราวนี้ยาวจัง ขอโทษนะค้า ถ้าอ่านยากหน่อย หุหุหุ
พี่ณิ   
Fri 25 Jan 2008 11:09 [6]

ขอบคุณมากๆค่ะ ที่เอาเรื่องนี้มาแชร์กัน สำหรับเรื่องเรียนก็ต้องดูๆกันไปว่าตกลงจะให้เรียนที่ไหนดี เดี๋ยวนี้พ่อแม่จะคิดถึงเรื่องเรียนให้ลูกตั้งแต่เล็กๆเลยเนอะ เป็นกันทุกบ้าน แต่สำหรับเรื่องที่ต้องสอนกันเรียนรู้และอยู่กับชีวิตและสังคมรอบข้าง ดาว่าสำคัญมาก เหมือนอย่างที่หลายคนเคยพูดว่า เราไม่ได้อยู่กับเค้าตลอด ดังนั้นควรที่จะให้เค้าได้เรียนรู้ชีวิตให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้อยู่ได้อย่างมีความสุขต่อไป ^_^ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับเรื่องราวดีๆนะคะ
น้องมินนี่   
Fri 25 Jan 2008 8:53 [5]

แอบมาอ่านทุกวัน...
เห็นด้วยกับปะป๊าที่สุด คนเราต้องผ่านความลำบากก่อนแล้วถึงจะรู้ว่าความสุขเป็นยังไง ... สรุปโรงเรียนไทยค่ะ หนับหนุนค่ะ จะได้ใช้ชีวิตในโรงเรียนได้เต็มที่
แฟนคลับเอมี่   
Fri 25 Jan 2008 7:53 [4]

พี่แหม่ม... แอบอ่านเรื่อยๆ ตอนว่างๆ เเต่ไม่ค่อยได้เม้นท์ค่ะ ขอเเชร์อีก 1 ประสบการณ์ (แม้จะไม่มีลูก อิอิ) พี่กอล์ฟไปเมืองนอกตอน 7 ขวบ การเรียนภาษาไทยทั้งหมดหยุดอยู่เเค่นั้น เลยทำให้พอกลับมาอยู่เมืองไทยถาวร ค่อนข้างจะลำบากเวลาที่ต้องมีภาษาไทยยากๆ wording ที่เป็นภาษาราชการ หรือแม้เเต่เวลาที่จะปิด deal ที่ต้องทำภาษาไทยค่ะ ทำให้บางครั้งเค้าไม่ค่อยมั่นใจเวลาที่จะพูดกับคนข้างนอกเท่าไหร่ (อย่างที่พี่แหม่มเคยเจอเล้น)

แต่ข้อดีก็คือภาษาดีมากมาย ซึ่งตรงนี้ด้วยกิจการของพี่กับพี่เอ๋ ที่เอมี่คงหนีไม่พ้นเท่าไหร่ น่าจะมีประโยชน์มากๆ เมื่อหลานต้องติดต่อลูกค้า เเต่ส่วนนี้ ถ้าถามหนู คิตว่าคงไม่ยากนักถ้าต้องการเรียนรู้ค่ะ เพราะของคิต แม่จับไปปล่อย British Council วันเสาร์ครึ่งวันเช้าตั้งเเต่ ป.3 ได้มั๊ง เเล้วก็เรียนมาเรื่อยๆ ไป summer ตอนปิดเทอมบ้าง 2-3 ปีครั้ง ตอนที่จบจุฬา เเล้วจะไปเรียนต่อก็ไม่มีอะไรลำบากค่ะ สอบ Ielts เอารอบเดียว ไม่ต้องเรียนภาษา คิตว่าขึ้นอยู่กับการสอนน้องเอมี่ตั้งเเต่เด็กๆ ให้น้องชินกับภาษาเเล้วก็รักภาษา สนุกกับมัน คงจะช่วยได้เยอะค่ะ

คิดถึงนะคะ :-)
คิต   
Fri 25 Jan 2008 0:20 [3]

นี่หญิงโดนใจมาก ถึงขนาดเม้นท์ได้ยาวขนาดนี้เลยหรอเนี่ยยย สงสัยโดนจิงๆ ยาวสุดเท่าที่เคยเม้นท์มาเลยอ่ะ
OngYing   
Thu 24 Jan 2008 23:28 [2]

โหยยย พี่แหม่ม .....

อยากบอกว่า หน้านี้โดนใจสุดๆๆๆอ่ะค่ะ พี่แหม่มกับพี่เอ๋ มีความคิดเหมือนแฟนหญิงเด๊ะๆๆๆๆ เหมือนมากๆๆๆ ในเหตุผลทุกๆข้อที่พี่แหม่มเขียนมา ได้ฟังมาหมดแล้วจากปากเค้าเลยล่ะ อิอิ
อ่านแล้วเหมือนได้ยินเสียงซะมี พูดให้ฟังอยู่ใกล้ๆเลยค่ะ 5555 โดน โดน โดน

เค้าบอกตลอดเลยอ่ะค่ะว่า ถ้ามีลูกแล้วไม่ให้เรียนอินเตอร์ฯเด็ดขาด เพราะหญิงอ่ะ ฝันไว้เลย มีลูกเมื่อไหร่ อยากให้เรียนอินเตอร์ฯมากๆ เพราะดูจากตัวเองที่แย่เรื่องภาษาอังกฤษ (ถึงขั้นเลวร้าย) เลยมีปัญหาเกี่ยวกับภาษามาตลอด รู้สึกอยากทดแทนส่วนนี้ให้ลูก ไม่อยากให้ลูกเหมือนเรา จากนั้นก็โดนแฟนล้างสมอง โดนบ่นๆๆ ยกเหตุผล มาอธิบาย จนเปลี่ยนใจเลยค่ะ เพราะเค้าบอกว่าเค้าก็ไม่ได้เรียนอินเตอร์ แต่ก็พูดฟังอ่านเขียน eng ได้ (แม้ไม่หรูแต่ก็ไม่เลว อิอิ) แต่ทำไมหญิงทำไม่ได้แบบเค้าหว่า ฮ่าๆๆๆ และเค้าให้ความสำคัญเรื่อง "เพื่อน" มากๆเลยค่ะ ชีวิตทุกวันนี้ที่แฟนหญิงประสบความสำเร็จด้านการงานได้ ก็เพราะ "เพื่อน" เนี่ยแหละค่ะ มีส่วนเยอะเเลย

แต่เอมี่โชคดีนะคะ ที่มีพ่อแม่เก่งภาษาทั้งคู๋ หญิงดิ ถ้ามีลูกนะ แม่มานช่วยอะไรเรื่องภาษาไม่ได้เล้ยยยย

แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าอินเตอร์ไม่ดีนะคะ เพราะในใจหญิงจริงๆก็ยังชอบอินเตอร์ฯอยู่ แล้วคิดว่าเก่งภาษาอังกฤษยังไงก็ดีอยู่แล้ว แต่ถ้ามีลูกก็คงให้เรียนรร.ไทยแน่นอนค่ะ แหะๆๆ
ก้อเหตุผลของเค้า(แฟน)มันดีจริงๆนี่นา อิอิ (มีลูกให้ได้ก่อนเห๊อะ ค่อยคิดเรื่องรร. ยัยนี่เพ้อฝันตาหลอด)

เอาเป็นว่าใครชอบแบบไหน ก็ให้ลูกเรียนแบบนั้นเลยค่ะ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะคิดเหมือนกันหมด สรุปว่ามีดีคนละอย่างละกันเนาะ
OngYing   
Thu 24 Jan 2008 23:26 [1]

 

I'm a Chinese girl.
Auntie Eyat & Auntie Malee
DoraAmy
Another Sunday
Non-Stop Eating
School Dilemma
What did we do on Sunday?
Like father, Like daughter
Recover
21 months
One big family