Untitled Document

nin-haduri

* เดือนละที (ไม่เกินสองที) ฮ่าๆ
* หลงรักหัวปักหัวปำ
* วันเกิดช้านนน(เป็นวันวาเลนไทน์)
* อัพเดทจริงๆ
* เมื่อหนูไม่สบาย
* เบื้องหลังวันคลอด
* ชีวิตประจำวัน(ที่เปลี่ยนไป)
* ครั้งแรกหลังคลอดหนู
ทำหน้าที่สามีที่ดีคร้าบ มาอัพไดแทนภรรยา
* แวะมาส่งข่าว...
* ขนมจีบ-เพื่อคุณ

 

 
• * เบื้องหลังวันคลอด •

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้ได้เวลามาเล่าเรื่อง "เบื้องหลังวันคลอด" แล้วจ้ะ...

แต่ก่อนจะเล่า ขอบันทึกประจำวันให้ลูกรักก่อนน้า.......

 

รอคอยมาครบ 48 ชม.แล้ว เมลเบอร์นยังไม่อึสักที ลองทำวิธีที่โรงพยาบาลแนะนำมา ทั้งเอาน้ำหยอดด้านหน้าแล้วจับน้องยกขาช่วยเบ่ง ก็ยังไม่อึ

ลองเอาสำลีก้านเล็กชุบออยสวนก้นให้กระตุ้นลำไส้น้อง เมลเบอร์นก็ยังไม่อึ

8 โมงเช้าวันนี้ตั้งใจจะพาไปหาป้าหมอแล้วล่ะ...

แต่ขณะกำลังจะถอดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ แจ็คพอตก็แตก เย้ๆ........ เมลเบอร์นอึแล้ววววววว

สงสัยลูกจะกลัวว่าต้องไปหาหมอ เลยอึให้ซะเลย กรั่กๆ

อึค่อนข้างแข็งนิดหน่อย แต่พออึแล้วหนูก็นอนต่อสบายตัวไปเลย

หม่ามี๊เองก็สบายใจ...

 

 

แต่สองวันมานี้ นอกจากว่าช่วงก่นอที่มีไข้ทุกเย็นแล้ว ตอนนี้ก็หลงเหลืออาการไอ มีเสมหะ และมีน้ำมูก ก็เลยต้องไปหาหมอสักทีเช้านี้

โชคดีที่เหลือแค่ไวรัส ไม่มีไข้ ไม่ติดลูก หมอให้ยามากิน เป็นยาที่ไม่มีผลกับลูก สามารถให้นมลูกได้ตามปกติเหมือนเดิมด้วย สบายใจไปอีกเปราะ เฮ้ออออออ

 

 

เข้าสู่ mode เบื้องหลังวันคลอดแล้วนะคะ ออกตัวไว้ก่อนว่ายาวแน่นอน ไม่อยากอ่านก็ข้ามๆได้เลย

แต่ถ้าอ่านจบถือว่าสรรถภาพทางเพศยังเยี่ยมยอดนะคะ กรั่กๆ ^^"

 

 

ทีแรกคืนนั้นหลังจากกินเค้กพี่เอ๋เสร็จแล้วตอนเที่ยงคืน ก็ยังขำๆกับตาเมว่า ถ้าคลอดได้คงตลกน่าดู

พอตีหนึ่งกว่าจะเข้านอน เอ........ ทำไมปวดอึหว่า วันนี้ก็อึไปแล้วนี่นา

แต่ก็ยังเข้าไปนั่งห้องน้ำ ก่อนเข้าไปก็ยังนอนกลิ้งๆบ่นๆกับตาเมอยู่ว่าปวดอึ (แปลกมั่กๆ)

ไปนั่งห้องน้ำก็ยังแปลกตัวเองว่าวันนั้นไม่เบ่งเลยนะ นั่งเฉยๆ ... เอ่อ ไม่อึก็เลยลุกพอหันหน้าไปมองชักโครกเท่านั้นแหล่ะ

ว๊ากกกกกกกกกกก!!! ,,, เลือดออก แท้งแน่ๆเลย

อารามว่าตกใจมาก ลืมไปว่าท้องจนจะคลอดแล้ว จะแท้งได้ไวหว่า??? >.<

 

รีบเปิดประตูห้องน้ำแล้วบอกตาเมว่าเลือดออก ตาเมก็ว่าอืม (ก็ไม่ว่าไรต่อด้วยนะ)

ไอ่เราออกห้องน้ำมาก็กระวนกระวาย ทำไงดีหว่า???

จัดแจงโทรไปถามที่โรงพยาบาล พยาบาลบอกว่าถ้าคุณแม่กังวลก็ให้มาที่ห้องรอคลอดได้เลย แต่ตอนนั้นน้ำคล่ำยังไม่เดิน ไม่ต้องรีบก็ได้

เราก็เลยยังไม่ไปโรงพยาบาล ทั้งๆที่ในใจมันกังวลแล้วนะ กลัวไปหมด ยกเว้นกลัวคลอด ... (กลัวไปคลอดไม่ทัน กลัวลูกจะเป็นอะไร เหอๆ)

 

กระวนกระวายเข้าห้องน้ำ ออกห้องน้ำ นอนพลิกไปพลิกมาจนถึงเกือบหกโมงเช้า ก็เลยเข้าห้องน้ำอาบน้ำดีกว่า

ตอนนี้เลือดก็ยังออกอยู่เหมือนเดิม ไม่มากไม่น้อย

อาบน้ำเสร็จหกโมงกว่าแล้ว ก็เลยโทรหาหมออุดม หมอบอกว่าให้ไปห้องรอคลอดเลย ไปก่อน 8 โมงนะ ไม่งั้นเค้าจะส่งไปรอหมอที่แผนก จะเสียเวลาอีก

ก็เลยจัดแจงเร่งตาเมให้รีบอาบน้ำ รีบไปโรงพยาบาลกัน

ไปถึงโรงพยาบาลก่อน 8 โมงนิดหน่อย

จัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้า ใส่ผ้าถุงชุดโรงพยาบาล นอนเล่นรอ

เช้าวันนั้นในห้องรอคลอดมีเตียงอยู่สามเตียง แต่มีคนอยู่แค่เตียงเราเตียงเดียว ก็เลยนอนคุยกับตาเมไปเรื่อยเปื่อย

สักพักพยาบาลก็มาสอบถามอาการ แล้วหมอก็มาถึงพอดี...

หมอตรวจดูปากมดลูก จากอาทิตย์ก่อนที่คิดว่าจะคลอดมันเปิดเซนครึ่ง มาถึงวันนี้ที่เลือดออกแต่ปากมดลูกเปิดสองเซน

(เปิดต่อจากอาทิตย์ก่อนแค่ครึ่งเซน โอยจะบ้าตาย ช้ามากๆ)

 

หมอบอกว่าแต่ยังไงก็คลอดวันนี้แน่นอน เพราะเลือดออกแล้ว รอน้ำคล่ำเดิน ,,, หมอว่าจะให้น้ำเกลือช่วยเร่งปากมดลูกเปิด

ตอนนั้นเรายังไม่เจ็บท้องเลยสักนิด ชิลมากๆ

หมอกะเวลาว่าให้น้ำเกลือเร่ง กว่าจะคลอดก็ราวๆ 6 โมงเย็น นอนเล่นปวดท้องรอไปก่อนนะ แล้วหมอก็จากไป

 

พยาบาลมาใส่น้ำเกลือให้ เราเองก็ไม่คิดว่าจะปวดเร็ว

เวลาตอนนั้นเดินมาถึงสักสิบโมงกว่าแล้ว ... เรานั่งกินข้าวเช้าบนเตียงรอคลอดกับตาเม

พอกินอิ่มก็สั่งตาเมไปส่งของให้ลูกค้าให้หน่อย แล้วจะได้รีบกลับมา ตอนนั้นเราคงเริ่มปวดท้องพอดี

 

ที่ไหนได้ ตาเมออกไปแป๊บเดียว อาการเราก็เริ่มส่อ

เจ็บนิดๆ จนเริ่มเจ็บมาก ในเวลาแค่สองชั่วโมง อาการเจ็บและความถี่มันคืบหน้าอย่างรวดเร็ว

นึกว่าคิดไปเอง แต่พยาบาลเดินมาดูก็สงสัยว่า น้ำเกลือลงไปหน่อยเดียว ทำไมไยนี่ครวญครางแบบนี้หว่า

ตอนนั้นเรายังไม่ร้องไห้ปวดนะ แต่หน้าง้ำทุกทีที่เริ่มปวด ,,, คือปวดจนกะได้เลยว่า เอาล่ะเว้ยยยยยย มันมาแล้วๆ ปวดแล้วววว

 

 

ระหว่างนั้นคนใกล้ชิดส่วนมากก็จะพอรู้แล้วว่าจะคลอดวันนี้แน่ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลแล้ว

พี่เอ๋เองก็โทรมา เราเลยเล่าคร่าวๆ แต่เริ่มเจ็บแล้วก็เลยฝากพี่เอ๋ส่งข่าว กลัวว่าจะมีคนโทรมาแล้วเราไม่ได้รับ เกรงใจเค้าน่ะ

พี่เอ๋ก็น่ารักมาก อัพเดทข่าวผ่านไดให้....

:)

 

 

และช่วงที่กำลังเริ่มปวดแรกๆนั้น มีเตียงข้างๆเข้ามาเพิ่มอีกหนึ่งเตียงแล้ว

ก็เลยได้นอนคุยกัน พี่เค้าก็เลือดออกเหมือนกัน แต่น้ำคล่ำยังไม่เดิน แต่เลือดออกตอนแปดโมงเช้านี่เองนะ

เราก็จะคุยได้เฉพาะตอนไม่ปวดเท่านั้น พอปวดก็เอาหน้ามุดหมอน แล้วก็แอบบ่นในใจว่า ไอ่อ้วนหายไปไหนนานวะเนี่ยะ,,, เมียจะคลอดอยู่แล้ว ไม่ห่วงกันเลยรึไง บลาๆๆๆ

พอหายปวดก็หันไปนอนเมาท์กับเตียงข้างๆ

 

จนถึงตอนเที่ยง ตาเมกลับมาถึง ก็มนั่งข้างเตียง

ไอ่เราอยากบ่นก็อยาก แต่ไม่ไหวแล้ว มันปวดท้องมากกว่า ไม่บ่นแล้ว

และเพราะมีคนมาอยู่ด้วยแล้ว เลยกล้าเจ็บแล้วร้องไห้...แต่ร้องแบบร้องเฉพาะตอนเจ็บ ร้องไม่โวยวายแต่น้ำตาไหล

 

หมอก็เข้ามาตรวจอีกที ตรวจปากมดลูก คราวนี้เปิด 5 เซนแล้ว เร็วกว่าที่คิดนิดหน่อย เพราะท้องแรกจริงๆปากมดลูกเปิด1เซน ใช้เวลาชั่วโมงกว่าโน่นล่ะ

 

หมอบอกว่ารอเปิดมากๆ พยาบาลค่อยเรียกหมอ

แล้วหมอก็จากไปเช่นเคย...

 

 

สักพักแม่โทรมาบอกว่าใกล้ถึงเชียงใหม่แล้วนะ เท่านั้นแหล่ะ เหมือนกับว่าแม่มาอยู่ด้วยแล้ว

คราวนี้เจ็บก็ร้องแบบแหกปากออกมาเลย "โอยยยยยย ไม่ไหวแล้วววววว เจ็บอ่า......~~~"

 

 

พี่พยาบาลคงเห็นว่าไยนี่ปวดมากเหลือเกินเลยแอบตรวจปากมดลูกให้เราเอง (ให้หลังจากหมอตรวจแค่ครึ่งชั่วโมง)

คราวนี้ปากมดลูกเปิด 6 เซนแล้ว

พยาบาลโทรแจ้งหมอ ,,, หมอเลยสั่งให้พยาบาลพาเราเข้าไปห้องคลอดได้เลย

 

โอ้ววววววว สวรรค์ชัดๆ เข้าห้องคลอด แอร์เย็นสะใจมาก

ก่อนเข้าห้องคลอด หมอสั่งให้ฉีดยาแก้ปวดให้เรา ซึ่งมันเป็นน้องๆมอฟีนนั่นเอง

พยาบาลบอกว่ามันจะไม่ช่วยเท่าไหร่หรอก... แต่ตอนไม่ปวด เราจะง่วงๆ จะได้ตุนแรงพักไว้เบ่ง

ทีแรกกะไม่ฉีด แต่ไอ่อ้วนเห็นเราปวดจนทนไม่ไหวแล้ว เราบอกฉีดเถอะๆ

ก็เลยฉีด ,,, แล้วก็เป็นตามนั้น ตาเริ่มเบลอๆ แต่ตอนปวดก็ยังปวดเหมือนเดิมอยู่ดี

 

เข้าไปห้องคลอดก็แล้ว ก็ยิ่งแหกปากร้อง เพราะมันเป็นเอกเทศแล้ว

หมอก็เข้ามาตรวจปากมดลูกอีก กำลังจะ 7 เซนแล้ว

เราก็แหกปากเป็นระยะๆ แล้วก็ขอหมอว่า... ขอให้สามีเข้าห้องคลอดได้ไหม

หมอบอกว่าไม่ได้ มันเป็นข้อห้าม และป้องกันการติดเชื้อ

เราก็ยังขอ... ให้แม่เข้ามาก็ยังดี ได้ไหมๆ???

หมอเลยสวนกลับว่า เข้ามาก็ไม่หายปวดหรอก!! ทำไม?? ทนไม่ได้หรือ??

 

แล้วด้วยความบ้าของเรา พอหมอท้ามาแค่นี้ก็เลยบอกทนได้ (ตอนบอกทนได้ ตอนนั้นมันไม่ปวดก็เลยบอกทนได้)

พอปวดก็แหกปาก สักพักก็ได้ยินเสียง "หมอมาแล้วครับ" ข้างๆเตียง

ฝืนหันหน้าไปดู อ้าว หมอเสียงคุ้นๆ ใส่แว่นด้วย

อ้าวววววววว สามีอิชั้นนี่เอง มาได้ไงหว่า???

 

ตะลึงไม่กี่วินาทีก็หันหน้าหนีเพราะปวดอีกแล้ว ก็จับกรงข้างเตียงเหวี่ยงตัวร้องโอดโอย

 

ตอนนั้นสักบ่ายสองโมงกว่าแล้ว

พยาบาลก็มาตรวจเป็นระยะๆ ปากมดลูกก็เริ่มเปิดมากขึ้นๆ แต่น้ำคล่ำก็ยังไม่แตก

พอเปิดถึง 8 เซนกว่า หมอก็บอกว่าน้ำคล่ำยังไม่เดิน งั้นหมอขอเจาะดูนะ กลัวว่าน้ำคล่ำจะไม่ดี ถ้าน้องขี้เทาออกมาเสียก่อนจะแย่

 

หมอก็เลยเจาะน้ำคล่ำ เราก็เออๆ อยากทำไรทำไปเลย ปวดจะตายอยู่แล้วว๊อยยยยยยย

พอเจาะออกมา หมอก็เรียกตาเมให้ดูว่า นี่ไงๆ น้ำคล่ำสีขุ่นปกตินะ ไม่ต้องกังวล

ตอนนี้รอปากมดลูกเปิดครบ 10 เซนอย่างเดว

แล้วหมอก็กะเวลาว่าสักสามโมงครึ่งก็คงเปิดครบ

แล้วหมอก็จากไป

ตอนนั้นเราอยากเบ่งมากๆแล้ว คงสัก 9 เซนแล้วล่ะ

 

เราก็บอก หมอขา...... อยากเบ่งแล้ว ไม่ไหวแล้ว

หมอก็บอกว่าอย่าเพิ่งเบ่งๆ

แต่อารมณ์นั้นมันอยากเบ่งนี่หว่า เลยแหกปากกลับไปว่า "ไม่ให้เบ่งแล้วจะให้ทำไง ก็มันไม่ไหวแล้วนี่!!"

หมอเลยย้อนกลับมาเลยว่า ... "งั้นก็เอาเลย ถ้าเอ็งอยากเบ่งก็เบ่งไปเลย เบ่งออกก็เบ่งไป"

 

แล้วหมอก็เดินออกจากห้องไปอีก เราก็เริมเลย

เจ็บทีก็ครางเบ่ง อึอึ๊........ อึอึ๊......... แต่ก็ไม่ออก >.<

 

สักพักหมอก้กลับมา ตอนนั้นปากมดลูกเปิดครบ 10 แล้ว หมอก็บอกวิธีเบ่งทำอย่างนี้ๆ

เราก็ฟัง ลืมตาดูบ้าง เพราะฤทธิ์ยายังเมาๆอยู่ ลืมตาไม่ขึ้น

ปวดทีก็ทำตามหมอบอกที

ก็อกแปลกใจไม่ได้เหมือนกันว่า ทำไมวันนี้พยาบาลไม่สวนให้วะ??

แล้วเบ่งไป อย่างอื่นจะออกมาด้วยไหมเนี่ยะ กรี๊ดๆ อาย

 

สักพักหมอก็บอกเลยว่า จุดจุดจุด ออกมาแล้วหนึ่ง

หมอให้ออกสามแค่นั้น แล้วลูกก็จะออกนะ

ตอนนั้นตาเมจริงๆต้องออกไปนอกห้องคลอดแล้ว เพราะหมอให้อยู่ถึงแค่ขึ้นขาหยั่งก็ให้ออกแล้ว

แต่ด้วยเหตุผลโชคดีกลใดก็มทราบ ตาเมได้อยู่ด้วยในตอนคลอด แต่โดนอัปเปหิไปอยู่ปลายเท้า โอ้วววววว เห็นการคลอดสดๆ แบบเต็มตา เหอๆ

 

สักพักก็เบ่งๆ หมอก็ใช้กรรไกรช่วยตัด แต่เราไม่เจ็บเลยนะ อยากเบ่งอย่างเดว

เราก็เอาแต่เบ่งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หมอก็บอกเห็นหัวแล้วนะครับ เห็นผมไหม

ตาเมอยู่ปลายเท้าก็ตอบรับหมอทุกอย่าง

 

แต่ปรากฎว่า น้องตัวเฉียง เลยไม่สามารถออกธรรมดาชิลๆได้

หมอต้องใช้เครื่องช่วยดูด หมอก็สั่งๆว่าให้ทำยังไง

แต่เราก็ไม่ฟังแล้วอยากเบ่งสุดๆก็เบ่งไปตามประสา

พยาบาลก็มาเชียร์กันรึ่มเลย

ให้เสียงเป็นจังหวะเบ่ง เอ้าอึ๊........................

พยาบาลเงียบเสียงแล้ว แต่เรายังเบ่งไม่หยุด เพราะหมอสบประมาทไว้หาว่า แหกปากร้องตอนปวดซะมากเลยไม่มีแรงเบ่ง

อ้าวววววววววว ดูถูกกันนี่หว่า ... เลยเบ่งไม่บันยะบันยังเลย กรั่กๆ

หมอก็ให้จังหวะ เบ่งเซ็ทนึง ก็เบ่งสามทีสักัพกหัวน้องโผล่แล้วนะครับ หมอบอก

เอ้าเบ่งต่ออีกที เบ่งอีกหน่อยคราวนี้น้องจะได้ออกมาแล้วนะครับ

 

เราก็เบ่งๆ แล้วน้องก็คลอดออกมา ร้องอุแว้ๆนิดหน่อย ไม่ได้แหกปากอะไรมาก (ก็เราดันแหกปากแทนลูกไปเยอะแล้วนิ เอิ๊กๆ)

 

หมอก็ดึงน้องออกมาให้ดู วางแตะที่หน้าท้องเราพอสัมผัสได้ว่าอุ่นๆ

แต่ตอนนั้นเราไม่ร้องไห้เลยนะ ไอ่อ้วนตะหาก มาอยู่ข้างหัวตั้งกะเมื่อไหร่ ร้องไห้หอมหน้าผากเราหลายทึเลย

ส่วนเราก็จ้องลูกมัวแต่ตะลึง "ง่ะ.... ทำไมลูกชั้นหรอเนี่ยะ ตัวโตจัง"

น้องตัวขาวๆ แขนขายาว ผมดกมาก จำได้แค่นั้น เพราะน้องหันด้านหลังให้เรา ด้านหน้าอยู่กับหมอ หมอดูดน้ำให้น้องอยู่

 

เท่านั้นแหล่ะเราก็โล่งเหมือนคนปวดอึแล้วได้อึจนหมดตัวแล้ว โล่งงงงงงงงงงงงงงงสุดๆ

 

พยาบาลกับหมอเด็กก็เอาน้องไปทำความสะอาด ส่วนหมอก็รีบไปช่วยทำคลอดต่อให้คนเตียงข้างๆเราเมื่อเช้านี้

อ่อก่อนหมอไปหมอก็คลอดรกให้เราก่อน ตอนคลอดรกออกมาก็โงอีกเปราะ

 

จากที่เบลอๆเพาะยาแก้ปวดก็หายเป็นปลิดทิ้ง ตาสว่างแล้ว คิกๆ

หมอให้ตาเมตัดสายสะดือให้ลูกด้วย

 

มาถามตาเมตอนหลังได้ความว่า

ตอนจะตัด ตาเมก็ดูนาฬิกา เอาเข็มยาวชี้เลข 12 แป๊ะก็ตัด แต่ตัดสองทีสายสะดือถึงจะขาด

งานนี้ตาเมภูมิใจได้ตัดสายสะดือให้ลูกเองกับมือ หุหุ

 

พอตัดเสร็จแค่นั้นแหล่ะ ตาเมหายออกจากห้องคลอดไปเลย ได้ข่าวทีหลังว่า ออกไปก็โทรศัพท์บอกคนนั้นคนนี้ใหญ่เลย

เห่อมากๆ

 

ส่วนเราก็รอหมอมาเย็บฝีเย็บให้

สรุปว่าเราคลอดธรรมชาติไม่บล๊อค แต่มีใช้เครื่องช่วยดูดนิดนึง เพราะน้องไม่โฟกัสตรงกลางเลยออกมาไม่ได้

ถามว่าเจ็บไหม ,,, เจ็บตอนปวดท้องนั่นแหล่ะ ตอนคลอดแล้วและหลังคลอดไม่เจ็บอย่างที่คิด

แถมตอนนี้เข้าที่หมดแล้วด้วย มดลูกเข้าอู่แล้ว เหลือน้ำคาวปลาที่ยังออกอยู่

เห้อออออสบายยยยยยยย

 

 

....

ออกจากห้องคลอดมา เตียงข้างๆที่เข้าไปคลอดก็คลอดพอดีเหมือนกัน

เราได้ลูกสาว ส่วนเค้าได้ลูกชาย

มาได้คุยกันอีกทีตอนเช้าของอีกวันที่มาอบรมที่ห้อง Nurse พี่เค้าชื่อเจี๊ยบ

ส่วนวันนั้นสรุปแล้วมีคลอดทั้งหมด 4 คน

สามคนนั้น ลูกหนักสองพันกว่าทั้งนั้น มีลูกเราคนเดียวหนัก 3000 กว่า >.<

 เบื้องหลังวันคลอด

ก็แหงล่ะ... เล่นกินไข่วันละไม่ต่ำกว่า 4 ฟอง

กินแต่ละอย่างงี้ อิอิ นึกแล้วยัง งงๆ ว่าตอนท้องกินเยอะจริงๆนะนั่น

 

 

จริงๆเบื้องหลังคลอดสนุกฮากว่านี้เพราะเถียงหมอเยอะมากๆ

แต่เล่าเป็นตัวหนังสือมันงั้นๆล่ะ

ถ้าเมาท์มันกว่าแน่นอน แต่ก็ช่างเถอะ เขียนไว้เผื่อกลับมาอ่าน จะได้จำวันนี้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

 

 

ว่าแล้วก็ง่วง

ของีบเอาแรงก่อนดีกว่า เดี๋ยวตอนดึกไอ่ตัวเล็กจะต้องตื่นมาแง้งๆสองรอบ

ไปก่อนนะค้า............

 

 

 

 

 

 

 

     Share

<< * ชีวิตประจำวัน(ที่เปลี่ยนไป)* เมื่อหนูไม่สบาย >>


Posted on Tue 8 Jan 2008 22:00
 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 
 

คุณเบญทิ้งเมล์ไว้ให้หน่อยสิคะ เดี๋ยวแอดไปหาคะ อยากรู้จักมากๆ อิอิ
อิอิ   
Sat 12 Jan 2008 20:44 [2]

เบน ฉันอ่านไป ลุ้นไป หัวเราะไป

ลูกแกต้องเป็นเด็กอารมณ์ดีแน่ๆเลยว่ะ แม่ฮาขนาดนี้


ดูแลตัวเองด้วยนะ คุณแม่
drink   
Wed 9 Jan 2008 21:37 [1]