คติธรรมคำสอน

 

 

* ผู้สนใจศึกษาปฏิบัติธรรม คือ ผู้สนใจหาความรู้ความฉลาดเพื่อคุณงามความดีทั้งหลายที่โลกเขาปรารถนากัน

   เพราะคนเราจะอยู่และไปโดยไม่มีเครื่องป้องกันตัว ย่อมไม่ปลอดภัยต่ออันตรายทั้งภายนอกและภายใน เครื่องป้องกันตัวคือ หลักธรรม มีสติปัญญาเป็นอาวุธสำคัญ จะเป็นเครื่องมั่นคงไม่สะทกสะท้าน มีสติปัญญาแฝงอยู่กับตัวทุกอิริยาบถ จะคิดพูดทำอะไร ๆ ไม่มีการยกเว้น มีสติปัญญาสอดแทรกอยู่ด้วยทั้งภายในและภายนอก มีความเข้มแข็งและอดทน มีความเพียรที่จะประกอบคุณงามความดี คนอ่อนแอโง่เง่าเต่าตุ่นว่นวายอยู่กับอารมณ์เครื่องผูกพันด้วยความนอนใจ และเกียจคร้านในกิจการที่จะยกตัวให้พ้นภัย

* การตำหนิติเตียนผู้อื่น ถึงเขาจะผิดจริงก็เป็นการก่อกวนจิตใจตนเองให้ขุ่นมัวไปด้วย

   ความเดือดร้อนวุ่นวายใจที่คิดแต่ตำหนิผู้อื่นจนไม่อยู่เป็นสุขนั้น นักปราชญ์ถือเป็นความผิดและบาปกรรม ไม่ดีเลย จะเป็นโทษให้ท่านได้สิ่งไม่ถึงปรารถนามาทรมานอย่างไม่คาดฝัน

   การกล่าวโทษผู้อื่นโดยขาดการไตร่ตรอง เป็นการสั่งสมโทษและบาปใส่ตนให้ได้รับความทุกข์ จึงควรสลดสังเวชต่อความผิดของตน งดความเห็นที่เป็นบาปภัยแก่ตนเสีย ความทุกข์เป็นของน่าเกลียดน่ากลัว แต่สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ทำไมไม่พอใจสร้างขึ้นเอง

* เมื่อเกิดมาอาภัพชาติแล้ว อย่าให้ใจอาภัพอีก

   ผู้เกิดมาชาตินี้อาภัพแล้ว อย่าให้ใจอาภัพ คิดแต่ผลิตโทษ ทำบาปอกุศลเผาผลาญตนให้ได้ทุกข์เป็นบาปกรรมอีกเลย

   คนชั่ว ทำชั่วได้ง่าย และติดใจไม่ยอมลดละแก้ไขให้ดี

   คนดี ทำดีได้ง่าย คนดีก็จำต้องฝึก ฝึกจนดี จะพ้นการฝึกไปไม่ได้

   งานอะไรก็ต้องฝึกทั้งนั้น ฝึกงาน ฝึกคน ฝึกสัตว์ ฝึกตน ฝึกใจ นอกจากตายแล้วจึงหมดการฝึก คำว่า ดี จะเป็นสมบัติของผู้ฝึกดีแล้วแน่นอน

* ผู้เห็นคุณค่าของตัว จึงควรเห็นคุณค่าของผู้อื่นว่ามีความรู้สึกเช่นเดียวกัน ไม่เบียดเบียนทำลายกัน

   ผู้มีศีลสัตย์ เมื่อทำลายขันธ์ไปในสุคติในโลกสวรรค์ ไม่ตกต่ำเพราะอำนาจศีลคุ้มครองรักษาและสนับสนุน จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะพากันรักษาให้บริบูรณ์ ธรรมก็สั่งสอนแล้วควรจดจำให้ดี ปฏิบัติให้มั่นคง จะเป็นผู้ทรงคุณสมบัติทุกอย่างแน่นอน

* ศีลนั้นอยู่ที่ไหน มีตัวตนเป็นอย่างไร

   ใครเป็นผู้รักษาแล้วก็รู้ว่าผู้นั้นเป็นศีล ศีลอยู่ที่ตนนี้ เจตนาเป็นตัวศีล เจตนาคือจิตใจ คนเราถ้าจิตใจไม่มีก็ไม่เรียกว่าคน มีแต่กายจะทำอะไรได้ ร่างกายกับจิตต้องอาศัยซึ่งกันและกัน เมื่อจิตไม่เป็นศีล กายก็ประพฤติไปต่างๆ มีโทษต่าง ๆ ผู้มีศีลแล้วไม่มีโทษ จะเป็นปกติแนบเนียนไม่หวั่นไหว ไม่มีเรื่องหลงหาหลงขอ คนที่หาคนที่ขอต้องเป็นทุกข์ ขอเท่าไหร่ยิ่งไม่มี ยิ่งอดอยากยากเข็ญ

   กายกับจิตเราได้มาแล้วมีอยู่แล้ว ได้มาจากบิดามารดาพร้อมบริบูรณ์แล้ว จะทำให้เป็นศีลก็รีบทำ ศีลมีอยู่ที่เรานี้แล้ว รักษาได้ไม่มีกาล ได้ผลไม่มีกาล ผู้มีศีลย่อมเป็นผู้องอาจกล้าหาญ ผู้มีศีลย่อมมีความสุข ผู้จักมั่งคั่ง บริบูรณ์ สมบูรณ์ ไม่อด ไม่ยาก ไม่จน ก็เพราะรักษาศีลได้สมบูรณ์ จิตดวงเดียวเป็นศีล เป็นสมาธิ เป็นปัญญา

* ผู้มีศีลแท้เป็นผู้หมดเวรหมดภัย

* พระพุทธเจ้าตรัสสอนเรื่อง กาย วาจา จิต มิได้สอนอย่างอื่น ทรงสอนให้ปฏิบัติฝึกหัดจิตใจ

   ให้เอาจิตพิจารณากาย เรียกว่า กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน หัดสติให้มาก ในการค้นคว้าที่เรียกว่า ธัมมวิจยะ พิจารณาให้พอทีเดียว เมื่อพิจารณาพอจนเป็น สติสัมโพชฌงค์ จิตจึงจะเป็นสมาธิรวมลงเอง การประกอบความพากเพียรทำจิตให้ยิ่ง เป็นการปฏิบัติคำสอนตามคำสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

* คุณธรรม ยังผู้เข้าถึงให้เป็นฉลาดปราดเปรื่องเลื่องระบือ มีความฉลาดกว้างขวางในอุบายวิธี ไม่มีความคับแค้นจนมุม

* ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่แน่นอน

   ความยิ่งใหญ่ คือ ความไม่ยั่งยืน ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือ ชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเท่านั้น

* วาสนา นั้นเป็นไปตามอัธยาศัย

   คนที่มีวาสนาในทางที่ดีมาแล้ว แต่คบคนพาลวาสนาก็อาจเป็นเหมือนคนพาลได้ บางคนวาสนายังอ่อน เมื่อคบบัณฑิตวาสนาก็เลื่อนขั้นขึ้นเป็นบัณฑิต ฉะนั้น บุคคลควรพยายามคบแต่บัณฑิตเพื่อเลื่อนภูมิวาสนาของตนให้สูงขึ้น

* ผู้มีปัญญาไม่ควรให้สิ่งที่ล่วงมาแล้วตามมา ไม่ควรหวังในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ผู้มีปัญญาได้เห็นในธรรมซึ่งเป็นปัจจุบัน ควรเจริญความเห็นนั้นไว้เนืองๆ ควรรีบทำเสีย

   ผู้มีปัญญาซึ่งมีธรรมเป็นเครื่องอยู่ มีความเพียรแยกกิเลสให้หมดไป จะไม่เกียจคร้าน ขยันหมั่นเพียรทั้งกลางวันและกลางคืน

 

คัดลอกจากหนังสือ ขันธะวิมุติสะมังคีธรรม - หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

 

 

 

     Share


คติธรรมคำสอน

<< โอวาทคำสอน (หลวงปู่บุญมา ฐิตเปโม)สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม >>

 

 

 

 

 

 

มารับธรรมค่ะ ขอบคุณคุณธรรมาทานนะคะที่แวะมาได

สาวว่าสาวโชคดีจังที่ได้รู้จักธรรมะไม่ถือว่าช้าเกินไปค่ะ ^^ ตอนนี้สาวเห็นธรรมมากขึ้น กำหนดได้มากขึ้น แต่ก่อนสาวไม่รู้ว่าเวลาที่เรากำลังคิดอะไรนี่เราต้องทำยังไง แต่เดี๋ยวนี้ สาวเริ่มพิจารณาได้ตั้งแต่กระบวนการก่อนคิด ซึ่งเป็นผลให้สาวไม่ต้องเปลืองสมองคิดเรื่องต่างๆ ที่ไม่มีประโยชน์มากขึ้นเลย แต่ก่อนนี่ ถ้าคิดจะคิดไปไกลเลยค่ะ

แต่ว่าสาวก็ต้องฝึกไปเรื่อยๆ ค่ะ สาวไม่อยากจะลืมสิ่งเหล่านี้ค่ะ ^^
saodm.diaryclub.com   
Mon 8 Feb 2010 22:50 [2]

วาสนาเป็นตามอัธยาศัย เรื่องนี้เจอกับตัวเองจริงๆ นะคะ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ

ตอนนี้กำลังพิสูจน์ บางอย่างอยู่ค่ะ รับรองว่าเป็นเรื่องดี แล้วถ้าเห็นจริง โมจะมาแอบเล่าให้ฟัง
pastamama.diaryclub.com   
Mon 8 Feb 2010 20:53 [1]

  

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 

 

ไม่เพ่งโทษ ไม่ถือสา
ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์
กิเลสเท่ามหาสมุทร ความเพียรเท่าฝ่ามือ
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
คติธรรมคำสอน
โอวาทคำสอน (หลวงปู่บุญมา ฐิตเปโม)
อริยมรรคมีองค์ 8 (ทางอันประเสริฐ)
อริยสัจ 4 (ความจริงอันประเสริฐ)
มงคลชีวิต
กรรมให้ผลตามความหนักเบา