ตอนที่ 2 เข้าวงการ (1)

ตอนที่ส้มเข้าวงการนี้ อายุก็ประมาณซัก 3 ขวบได้แล้วมั้ง อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ ว่าทำไมเป็นไกด์ตั้งแต่หัดพูดอย่างนี้ จริงๆ แล้ว ในอดีต งานพิเศษคุณพ่อส้ม คือเป็นผู้จัดการบริษัททัวร์แห่งหนึ่งแถวถนนสีลม (ออฟฟิศ อยู่ตรงข้ามวัดแขกค่ะ) แต่งานหลักจริงๆ คือ คุณพ่อเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจค่ะ  ช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาวๆ ทั้งหลาย ทั้งครอบครัวเรา ก็จะมาสิงสถิตย์อยู่ที่บริษัททัวร์ค่ะ ตอนนั้น ส้มยังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ รู้แต่ว่า สนุกดี มีคนเข้า – คนออก บริษัทตลอดทั้งวัน ก็เพราะเค้าเตรียมตัวที่จะออกทัวร์ค่ะ

                ส่วนส้มเอง พอโตขึ้นมาหน่อย เริ่มใช้งานได้แล้ว พ่อก็จะใช้ให้ติด Tag (ป้ายติดกระเป๋า) ที่กระเป๋าของลูกค้า แบ่งออกให้เป็น Group (กลุ่มที่จัดไว้) เตรียมกระติกน้ำ แก้วน้ำ ถาด ผ้าเย็น ถุงขยะ ยา ฯลฯ ให้แต่ละบัส สำหรับการทำทัวร์ในประเทศ สมัยก่อนเรานิยมเดินทางด้วยรถบัสปรับอากาศ ส่วนทัวร์ต่างประเทศ คุณพ่อไปจนปรุ จนบ้างครั้ง คุณแม่ต้องเอากระเป๋าเสื้อผ้าอีกใบไปรอที่สนามบิน พอพ่อลงเครื่องกลับมาจากประเทศหนึ่ง ก็เตรียมเดินทางไปอีกประเทศหนึ่งทันที ช่วงนั้น พ่อก็จะมีเรื่องเล่าเยอะแยะ เกี่ยวกับเมืองนอก แล้วก็มีผลไม้ ขนมจากเมืองนอก มาให้ส้มได้ลิ้มลองบ่อยๆ

            ครอบครัวเราอยู่ในธุรกิจนี้ มาซักระยะหนึ่ง บริษัทนี้ก็ปิดตัวลง เนื่องมาจากปัญหาหุ้นส่วน แต่ด้วยใจรักงานด้านนี้ของคุณพ่อยังไม่หมด คุณพ่อก็ยังไปรับทำงานทัวร์ให้อีกบริษัทหนึ่ง ซึ่งเมื่อประมาณ 18-19 ปีที่แล้ว เป็นบริษัทที่โด่งดังมากในประเทศไทย ช่วงเทศกาลท่องเที่ยว จะมีรถบัสมาจอดยาวเรียงกัน เป็น สิบๆ คันเลย คุณพ่อเป็นทั้งอาจารย์สอนมัคคุเทศก์ในยุคนั้น เป็นวิทยากรพิเศษให้กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทั้งภาครัฐและเอกชน ส่วนส้มก็ได้อานิสงส์ เข้าไปเป็นผู้ช่วยวิทยากร เรื่องการพูดในที่ชุมชนบ้าง การทำเกมสันทนาการบ้าง สุดท้ายส้มเลยไม่สามารถหลุดออกจากวงการนี้ได้

                หลังจากที่คลุกคลีมาได้ซักพักใหญ่ พอส้มอายุประมาณ 15 ปี คุณพ่อก็ให้เริ่มงานแรกของการทำทัวร์ คือ การเป็น Staff หรือผู้ช่วยมัคคุเทศก์นั่นเอง หน้าที่และความรับผิดชอบหลักคือ บริการเครื่องดื่มบนรถ เตรียมผ้าเย็น เก็บขยะ ล้างแก้ว ช่วยแจกอุปกรณ์เล่นเกม นับจำนวนลูกค้าบนรถก่อนรถออกจากสถานที่ต่างๆ ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทัวร์ในประเทศ (Domestic) นักท่องเที่ยวมีทั้งเป็นแบบกรุ๊ปเหมา และซื้อหน้าร้าน ซึ่งส้มทำงานอยู่หลายปี แต่จะได้ทำงานช่วงปิดเทอมเท่านั้น

            คงเป็นเพราะพรหมลิขิตให้มาเดินทางสายนี้ หลังจากจบ ม.6  ส้มสอบติดคณะศิลปศาสตร์ ภาควิชาการท่องเที่ยว  จุดเริ่มต้นของการเป็นมัคคุเทศก์อาชีพได้เริ่มขึ้นที่นี่ เพราะส้มได้มีโอกาสเรียนรู้อย่างจริงจัง ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ โดยคณาจารย์ที่เอาใจใส่พวกเราเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เราจบมาเป็น มัคคุเทศก์ที่มีคุณภาพ และเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของประเทศ เพื่อช่วยพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศเรา ให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

            ในปีแรกของการเรียน ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ส้มขออนุญาตคุณพ่อ ไปฝึกงานกับบริษัททัวร์ของเพื่อนพ่อ ซึ่งทำธุรกิจเรือเดินทะเล โดยปรกติแล้ว การฝึกงานจะเริ่มตอนปี 3 หรือปี 4 แต่ส้มอยากทำงาน ตอนที่เข้าไปของานทำ ส้มไม่ได้หวังเรื่องของรายได้ หวังแต่จะได้เรียนรู้งาน ตอนนั้น ยอมรับว่า โดนรับน้องหนักมาก เพราะพี่ๆ ที่บริษัท เค้าไม่ค่อยเมตตาน้องใหม่ สักเท่าไหร่ จะแกล้งให้เราเสียน้ำตา อยู่เรื่อยๆ ชอบพูดเหมือนว่า ทำงานไม่ได้เรื่อง ทำงานไม่เป็น ทั้งๆ ที่เรายังไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือเลย ซึ่งส้มมีเวลาพิสูจน์ตัวเองที่นี่ 2 เดือน

                ส้มเริ่มงาน ทำ Operation ง่ายๆ เช่น พิมพ์โปรแกรมทัวร์ ทำเล่มขาย Optional Tour ช่วยเหลืองานทั่วไป ถ่ายเอกสาร หรือใครวานให้ทำอะไรก็ทำ จนกระทั่งเริ่ม เข้า Hi Season คือ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่บริษัท มีทัวร์เหมา และทัวร์หน้าร้าน มีหลายบัสมาก ก็มีการคัดเลือก Staff ให้เดินทางกับพี่ไกด์

                หลังจากที่เข้าประชุม ส้มก็ได้รับมอบหมายงานแรกคือ ไปหมู่เกาะสิมิลัน กับเพื่อนๆ Staff อีก 2 คน ซึ่งลูกค้าที่ไปเป็นลูกค้าทัวร์เหมา พอประชุมเสร็จปุ๊บ ส้มลงมาที่ห้องทำงาน เพื่อนเดินตามลงมา บอกว่า “เฮ้ยส้ม พอแกเดินลงมา เค้าย้ายให้แกไป เกาะไผ่ เกาะยูง แทนนะ” ส้มงี้ งง ไปเลย อะไรวะ แค่เดินลงมาจากห้องประชุมปุ๊บ เปลี่ยนเราปั๊บ โดยที่ไม่ยอมบอกเราด้วย ตอนนั้นยอมรับว่า “จี๊ด” มาก ทำไมไม่เปลี่ยนตอนที่เราอยู่ ก็กะว่าจะขึ้นไปถาม แต่พี่เชอรี่ ที่ลงมาด้วยกัน บอกให้ใจเย็นๆ ไว้ก่อน เพราะว่า เรายังไม่รู้ว่าเค้าเปลี่ยนเพราะอะไร ถึงถามไป ถ้าเค้าจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนอยู่ดี ส้มก็เลยลงมานั่งสงบใจต่อ

                ก่อนถึงวันเดินทาง 2 วัน มีการประชุม Staff อีกครั้ง พี่หัวหน้าไกด์ก็ยังไม่ยอมพูดอะไร ไม่บอกว่าจะย้ายส้มไปเกาะไผ่ เกาะยูง ยังคงทำเหมือนว่า ส้มไปสิมิลันอย่างเดิม ส้มก็ทำงานของตัวเองไป โดยที่ไม่บอกให้เค้ารู้เหมือนกันว่า ส้มรู้แล้วว่าเค้าจะเปลี่ยนส้ม

                จนกระทั่งวันเดินทาง ส้มมาถึง Office ก่อนเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เตรียมเช็คของครั้งสุดท้าย Tripนี้ มีลูกทัวร์ 40 คนเต็ม ทำให้ที่นั่งสำหรับ ไกด์ และ Staff ไม่พอ ต้องใช้รถบัส 2 ชั้น ให้ Staff ลงมานั่งด้านล่าง พอรถบัสมา ส้มก็เอาของขึ้นรถ เพราะเราต้องไปรับลูกค้าที่จุดนัดพบ เอาของขึ้นรถเสร็จ มีการเรียก Staff ให้ไปเซ็นต์รับเงิน แต่ไม่ได้เงิน เค้าจะให้หลังจากที่เรากลับมาจาก Trip แล้ว แต่ให้เราเซ็นต์รับไว้ก่อน

                พอได้เวลาเดินทาง พี่ที่เป็นหัวหน้าไกด์ เดินเข้ามาบอกส้มว่า “ส้ม เดี๋ยวย้ายไปช่วยบัส ที่ไปเกาะไผ่ เกาะยูงนะ” ส้มก็เลยมองหน้าพี่เค้า แล้วบอกว่า “ส้มไม่ไปค่ะ เพราะส้มเตรียมงานของบัสนี้เสร็จหมดแล้ว” พี่เค้าก็เลยมองหน้าส้ม แล้วก็เดินเข้าไปในออฟฟิค แล้วส้มก็เดินไปขึ้นบัส ที่ไปสิมิลัน

                พอรถบัสจะออก ส้มนั่ง Stand By ที่ชั้นล่าง จัดที่นั่งให้เพื่อน พี่คนที่เป็นหัวหน้าไกด์ เดินมากับพี่ผู้หญิงที่ทำ Operation คนหนึ่ง แล้วก็เพื่อน Staff ที่จะไปทำงานใน Trip นี้  พอขึ้นรถเรียบร้อย พี่เค้าก็ให้มานั่งรวมกัน แล้วก็บอกส้มว่า “งานทัวร์ สิมิลัน เป็นงานหนัก อยากได้น้องผู้ชายไปทำมากกว่า พี่เลยจะย้ายให้ส้มไปทำทัวร์ที่ง่ายกว่านี้” ส้มก็เลยบอกว่า “ไม่เป็นไรค่ะ ส้มทำได้)

            แล้วพี่ไกด์ กับพี่ผู้หญิง ก็ขึ้นไปนั่งด้านบน เพื่อนที่ไปกับส้มอีกสองคนรีบเล่าให้ฟังว่า “พี่ผู้หญิงคนนี้ อยากไปสิมิลันด้วย แต่ติดที่ว่า Staff ไปสิมิลัน เยอะแล้ว ตอนเข้าประชุม เค้าบอกว่า ให้บอกไปก่อนว่าจะให้ใครไป แล้วค่อยย้ายวันเดินทาง” พอตอนจัดของ เค้าก็คุยๆ กันอีก ว่า เดี๋ยวบอกส้ม วินาทีสุดท้ายเลยนะ จะได้ไม่มีปัญหา (กลัวว่า ส้มจะรายงานหัวหน้า) แต่บังเอิญว่า ส้มก็ไม่ยอมเหมือนกัน เพราะ เค้าควรจะบอกให้ส้มเตรียมตัวตั้งแต่แรก ไม่ใช่ให้ส้มทำงานจนเสร็จทั้งหมด แล้วมาย้ายส้มไปทำงานที่อื่น ประเด็นมันอยู่ที่ว่า ของที่เราเตรียม เรียบร้อยทุกอย่าง ส้มมั่นใจ แต่ถ้าย้ายไปปุ๊บ เราไม่ได้เตรียมของเอง ถ้าขาด คนที่จะโดนตำหนิก็คือ Staff แล้วจะมาโบ้ย เพื่อนว่า เราไม่รู้เรื่อง เพราะเราเพิ่งย้ายมา ก็คงไม่ได้เค้าก็ต้องตำหนิรวม ซึ่งส้มไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น

 

ติดตามตอนต่อไปค่ะ :)

     Share

<< ตอนที่ 1 แรงบันดาลใจให้เริ่มเล่าตอนที่ 2 เข้าวงการ (2) >>

Posted on Wed 16 Jul 2008 9:25

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh