calendar

Beautiful loneliness..
** แอ๊บแบ๊ว***
: *** Sleepless in Kholak ***
..ติดฝน..
คิดๆๆ..แล้วเฮิร์ทไม่หายย..
I'm so proud to be with you my love
..ไขว่คว้า..ถึงรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้..
สบายใจดี หรือ เศ้รา..ถ้าได้ยิน
NeW Condom !!!
เอาเชื้อความเหงา....(แถมดื้อยา)..มาฝาก
อาการป่วยด้วยกลุ่มอาการ HBHSของผม.....
เสียดายที่เธอไม่ได้อยู่มองฟ้าด้วยกัน..
ยังได้ยินเสียงหัวใจผมไหม.....
********เวลาคุณป่วย..ใครคือคนเเรกที่คุณคิดถึง..***
.......
ทุกอย่างก็ดีพร้อม..เพียงแค่ไม่มีเธอเท่านั้น..
เมื่อเธอกอดฉัน ....ไม่ต้องพูดอะไรเลยย
หลายวันต่อมา..อีกครั้ง
หลายปีต่อมา...
Good bye Em.
สายลมก็เป็นเหมือน รัก ที่โอบกอดเราไว้(ชอบจังเพลงนี้)
ผ่านวาเลนไทน์มา 2 วัน
ผมมีความลับจะบอกกับคุณ..
***เมื่อผมต้องเป็นไกด์จำเป็น***
กู๊ดบายเวียงจันทร์
แค่อย่าลำบาก..ให้เห็น
(-_-)เพราะอากาศหนาว (Because Weather Is Cold)..
แค่ฝันไป.
ยังอยู่กับฉันใช่ไหม..ความรักก
วันนี้..มันวันอะไรเนี่ยย
แค่อย่าลำบาก..ให้ฉันเห็น..
คุณมีความทรงจำที่อยากโยนทิ้งไม๊
เธอสบายดีไหม?
christmas 's diary
pradzz00mania
moomoolin
drawer.diary
klangwankab.diary
nongkonlek.diary



Good bye Em.

Good bye Em  

 

 

 

“ผมมาทำอะไรที่นี่…”

 

คงเพราะอุณหภูมิ 32 องศา..

และเวลาว่างที่พอจะอำนวยให้ผมต้องตั้งคำถามกับตัวเองอย่างนี้..

 

ก่อนที่จะมาเรียนที่นี่

ผมคิดแบบที่ผู้ชายทั่วไปคิดกัน..

การได้มาเรียนในที่ที่ผู้หญิงเยอะแบบนี้..

ชีวิตมันจะมีความสุขขนาดไหน..

..

ณ เวลานี้

ผมเข้าใจแล้วว่า..

สิ่งที่เราเห็นสิ่งที่เราเข้าใจ..

ถ้าพิจารณาให้ดี..

มักมีอีกด้านที่เรายังมองไม่เห็นเสมอ..

..

..

สังคมที่นี่ทำเอาผมปวดหัวพอสมควร....

เริ่มต้นจาก..

เรื่องนินทา ที่เป็นเสมือนโรคร้ายที่จะคุกคามเราได้ทุกวัน

ทั้งเรื่องจริงๆและไม่จริง..

แต่ส่วนใหญ่ในเรื่องที่เกี่ยวกับตัวผม..

บอกได้เลยว่าไม่จริง...

 

..เรื่องการถูกจับตา..

เป็นอะไรที่ผมอึดอัดมากที่สุด….เข้าขั้นเซ็งเป็ด!

ไม่ว่าผมจะไปไหนกับใคร..

มักจะถูกจับคู่ให้เป็นแฟนกันเสมอ..

ทั้งที่ผมเอง..

ไม่ได้คิดอะไรกับเพื่อนคนที่เดินด้วยกันเลย..

 

 

“ก็แค่เพื่อนกัน..”

 

ผมพูดประโยคนี้กับคนที่ล้อจนเบื่อแล้ว..

 

ก็ที่นี่มีแต่ผู้หญิง..ๆๆๆๆ..ส่วนผู้ชายก็มีแต่ชายไม่ค่อยจะแท้...

 

แล้วการที่ผมจะมีเพื่อนผู้หญิงที่จะเดินไปไหนมาไหนด้วย ติวหนังสือด้วยกัน มันแปลกตรงไหน

 

เดินกับผู้หญิงก็หาว่าเป็นแฟนกัน (ผมไม่เสียหายแต่น้องผู้หญิงเค๊าจะเสียหาย)

 

ก็เลยห่างๆกัน…ออกมา

 

แยกกันเดินดีกว่า..

 

มาเดินคนเดียวสบายใจกว่า...

 

ก็ยังไม่วายหาว่าผมไม่สนใจหญิงอีก..

 

เป็นเกย์หรือปล่าว.. 

 

กรรม!...(ไม่ได้เป็นโว้ยย!!!!)

 

เซ้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

 

หลังๆเลยพยายามทำใจว่า...

ใครจะคิดยังไงก็คิดไป...

ไม่อยากจะสนใจแล้ว..

 

...

 

1 ในผู้หญิงที่โชคร้ายที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

ได้เป็นแฟนผมโดยไม่ได้ตั้งใจก็คือ

 เอมิลี่

ครูสอนภาษาอังกฤษของผมเอง

 

เอมิลี่ สาวอเมริกัน วัย 22 ปี ผู้มีความตั้งใจจะเป็นหมอที่ดีในอนาคตให้ได้

แต่หนทางยังอีกยาวไกลนัก..

การเป็นแพทย์ในเมืองไทยว่ายากแล้วว..ที่อเมริกายากยิ่งกว่าหลายเท่านัก

เอมิลี่มาเมืองไทยเพื่อท่องเที่ยวหลังจากจบวิทยาลัย..

ประจวบเหมาะช่วงเงินขาดมือเห็นประกาศรับครูสอนภาษาอังกฤษ..

เธอจึงรีบสมัครทันที....และได้มาสอนที่นี่..

 

....

 

จุดเริ่มต้นข่าวลือของผมเริ่มจาก

วันหนึ่งผมกลับจากกทม.ถึงท่ารถตู้เพชรบุรี

เอมิลี่ซึ่งมาสอนที่นี่ได้เกือบสองเดือนแล้ว (แต่ยังไม่สนิท)

พึ่งกลับมาจากลอยกระทงที่เชียงใหม่เช่นกัน..

เราเจอกันที่ท่ารถตู้..

ผมก็ทักทายในฐานะที่เธอเป็นครูสอนในคลาสเท่านั้น..

ผมโทรศัพท์ให้เพื่อนมารับที่ท่ารถ..แต่เห็นเอมิลี่หอบของพรุงพรัง

เลยบอกเพื่อนให้ขับมอเตอร์ไซค์มา 2 คัน รับเอมิลี่กลับที่วิทยาลัยด้วย

แต่ก่อนกลับเราแวะกินข้าวกันในตลาด..กันก่อน

ก็แค่นั้น..

 

..เช้ารุ่งขึ้นในชั่วโมงอังกฤษ..

เพื่อนคนหนึ่งถามขึ้นมาเป็นภาษาอังกฤษขึ้นว่าใครแอบไปดินเนอร์กับเอมมิลี่..เมื่อคืนนี้ ยกมือขึ้น

แล้วก็หันมาทางผม  แม้ว่าเพื่อนจะล้อเล่น แต่ผมหงุดหงิดมาก

 เพราะเมื่อคืนเรากินข้าวกันทั้งหมด 4 คน...

พอเอมิลี่ เห็นผมไม่ได้พูดอะไร

 เลยชิงตอบกลับไปว่า ไปกับใครบ้าง..แจงมาเลย 1-2-3-4

..

หลังจากนั้นมา..

ผมแทบจะไม่กล้าพูดอะไรกับเอมิลี่

 เพราะจะโดนเพื่อนล้อตลอดเวลา..

ผมรู้ว่าเพื่อนคงสนุก...

แต่ผมไม่สนุกด้วยเลย...

(-_- )

..

จนแม้กระทั่งวันสุดท้ายที่เอมิลี่จะไปจากวิทยาลัย

เอมิลี่เขียนโปสการ์ดให้ทุกคนในห้องรียน..(50 คน)

ถือเป็นความประทับใจสุดท้ายแก่พวกเรามาก….

ถึงกระนั้นก็ยังมีเพื่อนอยากจะอ่านการ์ดที่เอมิลี่เขียนให้ผม

(ไม่รู้ทำไม)..

เรื่องส่วนตัวนะเนี่ยย...

..

จริงอยู่..หลังๆผมกับเอมิลี่สนิทกัน..

แต่เราแค่เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้น..

ไม่ได้มากไปกว่านั้นเลยย..

..

..2-3 วันก่อนเอมิลี่จะไป

เอลชวนไปกินข้าวด้วยหลายครั้งแต่ผมก็บ่ายเบี่ยงทุกที..

ไม่รู้สิ..

เวลาผมจะจากใครสักคน ไม่ว่า เพื่อนสนิท คนที่รัก..หรือคนที่เคยผูกพัน

ผมมักใช้วิธีหลบหนี..

ไม่เผชิญหน้าแบบนี้..

อาจเป็นเพราะผมหาคำล่ำลาดีๆให้คนเหล่านี้ไม่ได้..

..สุดท้ายเมื่อคืนเอม. โทรหาผม 14 สาย

ผมปิดโทรศัพท์แกล้งทำเป็นหลับ..

เช้ามา ..

เปิดโทรศัพท์ดู...เห็นเมจเสจเอมิลี่ 2 เมสเสจไม่ได้เปิดอ่าน

 พิมพ์ตอบกลับไป Bon voyage! super  Emilie..( ^ _^ )แล้วนั่งเรียนต่อ

 

ตอนเที่ยงนั่งกินข้าวกับเพื่อน..

เอมิลี่มานั่งคุยในกลุ่มด้วย..

แต่ผมก้มหน้าก้มตากิน..ไม่ได้คุยอะไร

 

บ่าย 3 เอมิลี่จะไปแล้ว

ผมแอบบอกเพื่อนที่มีรถเก๋งให้ช่วยไปส่งเอลมิลี่ที่ท่ารถด้วย

ส่วนผมขับรถไปกับเพื่อนอีกกลุ่มไปทำธุระเรื่องเสื้อรุ่นที่จะใส่รับน้องในเดือนเมษาที่จะถึงนี้

..

..

มีนักเรียนในคลาสอยู่ไม่กี่คนที่สนิทกับเอลมิลี่..1ในนั้นคือผม

แต่ก็มีแต่ผมเท่านั้นเอง

 

ที่ไม่ได้กล่าวคำล่ำลาอย่างเป็นทางการ….

 

การพลัดพรากเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตอยู่แล้วววว.....

 

คุณก็รู้ใช่ไหม?

 

 

 

Good bye  to  you   

 

 

Emilie..

 

Good bye Em Good bye Em
 
Good bye Em

 
 
   

     Share

<< สายลมก็เป็นเหมือน รัก ที่โอบกอดเราไว้(ชอบจังเพลงนี้)หลายปีต่อมา... >>

Posted on Thu 20 Mar 2008 8:56
 

Comments

hjhjg
   
Wed 19 Mar 2008 17:52 [2]

;lkkhlkjbjh
(feel@editor)l   
Wed 19 Mar 2008 17:51 [1]

 
 
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh