Diary : 09 | 02 | 08

Diary 09 02 08

            นับจากหลายวันที่ผ่านมา เมื่อคืนคงเป็นคืนที่ฉันได้นอนจนเต็มอิ่มจริง ๆ ซะที แม่ไปศาลากลางหมู่บ้านตั้งแต่เช้าเพราะวันนี้บุญบ้านโนนภู่ทอง

 

            วันนี้ฉันกับพ่อมีหน้าที่ ที่ต้องไปจับจ่ายซื้อของเข้ากรมทหาร ตามคำสั่งนายของพ่อ ได้รับงบมา 7,000 บาท ของเกือบ 20 รายการ ที่ต้องใช้เงินให้พอ ถ้าไม่พอต้องจ่ายเอง แต่ก็เหลือเราก็รับเองเช่นกัน

 

            วันนี้ฉันก็คงดูแมนพิลึกเช่นเคย เสื้อโปโลสีแดง กางเกงทหารตัดขาเองกับลายชุดพลาง และรองเท้าผ้าใบสียีนส์ดำ กับแว่นกรอบแดง ส่วนพ่อนั้น ตอนแรกพ่อจะใส่เสื้อเชลซีไป แต่ฉันก็บอกไปว่า “พ่อใส่เสื้อแมนซิไปซิ” เพราะพ่อเองก็อยากได้เสื้อตัวนี้เหมือนกัน ในเมื่อฉันไม่ได้คิดอะไรกับคนที่ซื้อให้ ฉันก็คงให้ใครใส่ก็ได้ ในเมื่อมันเป็นของฉันนับตั้งแต่วันที่ EMS มาถึงบ้าน

 

            จับจ่ายซื้อของมากมาย กระดาษ  A4 ทั้งหมด 27 รีม นี่มันก็หนักเอาการจริง ๆ และไหนจะอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย พ่อกับลูกวุ่นวายอยู่แผนกเครื่องเขียน จนตาลาย พอเหมากระดาษราคาถูกสภาพดีแล้วก็ไปหาอย่างอื่นต่อ

 

            พอกลับมาที่เดิมก็พบว่ามีชายหญิงวัยกลางคนคณะหนึ่งมาจับจ่ายเช่นเดียวกัน เดินหากระดาษราคาถูกสภาพดี แต่ทั้งหมดนั้นอยู่ในรถเข็นฉันกับพ่อเสียแล้วทั้งหมด ความจริงมีคุณตาที่บอกว่า เปิดร้านถ่ายเอกสารมาเหมาไปก่อนหน้า แต่ก็ยังพอเหลือให้คละกันไปกับราคาอื่นได้ ส่วนคณะที่มาใหม่รับ Double A ราคาสูงไปเต็ม ๆ สงสัยงบประมาณสองสำนักงานนี้ได้พร้อมกันพอดีแฮะ นี่ถ้าพ่อกับฉันมาช้าคงไม่ทันคณะนี้แน่ ๆ โชคดีไป

 

            ซื้อไปทั้งหมด รวมอุปกรณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ เยอะแยะมากมาย บิลก็ยาวเป็นหางว่าว ห้าพันกว่าบาท ก็ยังพอเหลือได้ค่าน้ำมัน และอีกเล็กน้อยพอให้คุ้มค่าเหนื่อยและตาลาย

 

            ไม่ได้มาบิ๊กซีหนึ่งเดือนก็พบว่า สะพานทางด่วนหน้าบิ๊กซีเสร็จเสียแล้ว ตอนแรกตกใจทั้งพ่อทั้งลูกนึกว่ารถที่ไหนวิ่งผ่านท้องฟ้าไปต่อหน้าต่อตา นึกว่ายังไม่เสร็จซะอีก ให้ตายเหอะตั้งรัฐบาลเสร็จก็เสร็จพอดี

 

            ก่อนหน้านี้สร้างมาตั้งแต่สมัยทักษิณเฟื่องฟู จนมอดดับเพราะโดนปฏิวัติ โครงการก็ชะงักลงทันใด ไม่คืบหน้า พออำนาจกลับมา ก็สร้างแบบหามรุ่งหามค่ำจนเสร็จเสียแล้ว อย่างนี้ซิเห็นผลคนอุดรแล้วก็ต้องตอบแทนกันหน่อย ขอบคุณค่ะ หากสิ่งไหนทำให้ประชาชนพึงพอใจก็ทำไปเถอะ ฉันเป็นประชาชนตัวเล็ก ๆ คงทำได้แค่รอรับเท่านั้น คุณจะโกงจะกินแบบลับหรือเปิดเผยมันเรื่องของพวกคุณจะจัดการกันเอง ขอแค่บ้านฉันเจริญขึ้น ประชาชนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ปราบยาบ้าอย่างจริงจัง มีมาตรการเด็ดขาด ทำงานรวดเร็วเหมือนเดิมเถอะ นั่นคือสิ่งที่ฉันเข้าข้างพวกคุณ ฉันเลือกพวกคุณเพราะนโยบาย และความเกลียดชังฝ่ายตรงข้ามเป็นส่วนใหญ่ หากต้องการบุคคลขาวสะอาดน่าเลื่อมใส แต่บ้านฉันยังคงเป็นทุ่งนาไปทั้งเมือง ชาวบ้านตกงาน หนี้นอกระบบ หวยใต้ดิน ยาเสพติด และโจรผู้ร้าย ฉันก็คงไม่เลือกคุณ หากพวกคุณยังคงสร้างภาพทั้งที่เท้าไม่ติดดิน และยังคงดูถูกอีสาน โดนการนำไปเปรียบเทียบกับประชาชนภาคใต้ ผู้ใดให้ประโยชน์ก็สมควรได้รับสิ่งที่ต้องการ ภาคฉันได้ประโยชน์จากพรรคนี้ นั่นคือสิ่งที่คนภาคนี้เทคะแนนให้ ส่วนใครที่ไม่เคยมาเหลียวแล จะให้ทำดีเพียงแค่ก่อนการเลือกตั้ง สิ่งที่คนที่นี่ได้รับคือความสุข สิทธิ์การรักษาพยาบาล รายได้ของชุมชน ความมั่นคงในชีวิตของชาวบ้าน นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลควรทำไม่ใช่การพูด 90 วันทำได้จริง แต่สิ่งที่รัฐบาลเดิมเคยให้นั้นไม่จำเป็นต้องรอถึง 90 วัน ก็ควรทำได้แล้ว เงินซื้อเสียงปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่มี แต่นั่นคือสิ่งตอบแทนไม่ได้เรียกว่าการซื้อ คือผลพลอยได้เสียมากกว่า เพราะแม้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ”เงิน” คนนี่ที่ก็ยังเทคะแนนให้อยู่ดี เพราะความจริงเงินซื้อเสียงนั้นจ่ายกันทุกพรรค เพราะคิดไปว่าคนอีสานเห็นแก่เงิน แต่สุดท้ายก็รู้ไว้เถอะว่า คนที่นี่ไม่ได้ซื้อได้ด้วยเงิน อำนาจเงินร้อยของต่างพรรค ความสำคัญมันต่างกัน อย่าหวังว่าประชาชนเห็นแก่เงินไม่กี่ร้อย แล้วเลือก นายก ภาคใต้ ขอโทษค่ะ ก่อนเลือดการเมืองจะขึ้นหน้า ขอหยุดเพียงแค่นี้ดีกว่า จะไปซื้อของต่อ...

 

            เหตุด้วยเงินเหลือ เดินลงมาชั้นล่างของห้าง เพื่อเอาของทั้งหมดไปไว้ที่รถ ก็พบว่ามีของก็อบหนีภาษีมาลดราคาขาย จริงแล้วก็อบไม่ก็อบเหมือนไม่เหมือนไอ้ฉันก็ไม่สนใจหรอก ถ้าจะให้ซื้อฉันคงจ่ายเงินซื้อมันเพียงเพื่อใช้ประโยชน์เสียมากว่า กระเป๋าเงินเป็นสิ่งที่ฉันอยากได้มานานแล้ว ใบเก่ามันใช้นานเกินขาดไปแล้ว แล้วก็ไม่ได้ใช้อีกเลยประมาณ 3 ปีเห็นจะได้ มีอะไรก็ยัด ๆ ลงในกระเป๋าหนังสือนั่นแหละ แต่วันนี้เห็นมันราคาพอซื้อ และโตขนาดนี้แล้วก็ควรมีไว้ใส่เงินบ้าง จะจ่ายเงินซื้อของด้วยกระดาษใบยับ ๆ มันคงดูไม่ค่อยดี เหมือนไม่เห็นค่าของเงิน (มีคนเคยบอกมา) ก็เลยซื้อด้วยประการฉะนี้ หนึ่งร้อยบาทกับกระเป๋าหนังก็อบ

 

            อาจารย์เคยบอกว่า ถ้าจะซื้อกระเป๋าเงิน อย่าซื้อเอง ต้องให้คนที่มีเงิน มีฐานะ หรือไม่ก็คนที่เรานับถือซื้อให้ มันจะเฮง งั้นฉันขอถือเคล็ดนั้น ใช้เงินเจ๊ซื้อละกัน เผื่อสักวันจะได้มีอนาคตเหมือนเจ๊มั่ง พอซื้อมาแล้วก็บอกกระเป๋าว่า “เฮง เฮง เฮง” ตามสูตรอาจารย์เป๊ะ!!!

 

            เอาเป็นว่า... ขอเหมา ๆ ว่าเจ๊ซื้อให้ละกัน ขอให้เรียนเก่ง ๆ มีตังค์ มีงานทำ มีเมียน่ารัก ๆ เหมือนเจ๊ด้วยเถิด สาธุ...

 

            เก็บของเสร็จก็เดินกลับเข้ามาในห้าง ศูนย์อาหารคนเยอะมาก ฉับพ่อทนรอข้าวขาหมูร้านแซบไม่ไหวก็เลย เดินไปเรื่อย ๆ จนลงมาถึงชั้นล่างสุด พ่อก็ถามว่า “ใครโอนเงินมาให้ลูก” อ้าวกรำแล้วรู้ได้ไงเนี่ย ก็เลยถามไป พอบอกว่า “เห็นแม่บอกว่าเอาบัตรไปกดเงิน แล้วเมื่อเช้าพ่อเข้าไปหาหนังในห้องมาดู ก็เลยเห็นใบเสร็จถอนเงิน” ฉันก็ทำหน้าตาปกติแล้วตอบไปว่า “ได้อั่งเปา จากเจ๊ตะอ้วน” O_0 หุหุหุ คิดได้ดีที่สุดเท่านั้นแหละ ถ้าจะบอกว่ายืมก็คงไม่ดีเพราะที่บ้านไม่รู้ว่าติดหนี้เพื่อนอยู่ และไม่อยากเล่ายาวสาวไปไกล ก็เลยเอาแค่นั้นแหละ เพาะเทศกาลเลยส่งมาให้น้อง จบ...

 

            แต่ก็ไม่ได้บอกไปว่าเงินเหลือเท่าไหร่ คงคิดไปว่าฉันยังไม่ได้ใช้ละมั๊ง ถ้าไม่เลี้ยงอะไรสักหน่อย พ่อคงคิดไปได้ว่าเงินหมดแล้ว เลยทำเนียนด้วยการ พาพ่อไปกิน Swensen’S พ่อก็บอกว่าอร่อยดี พ่อฉันไม่เคยกินของแบบนี้ด้วยซ้ำไป อ้างว่าไม่มีเวลาบ้างล่ะ อายคนรู้จักมาเจอในร้านวัยรุ่นบ้างล่ะ กลัวไม่อิ่มมั่งล่ะ แต่ก็รู้หรอกน่าว่าอยากกิน แต่ไม่มีคนมานั่งเป็นเพื่อนต่างหาก คงไม่กล้าไปกินคนเดียวหรอก อายุก็เยอะแล้วด้วย แต่ถ้ามากับกิ๊กล่ะก็ลูกคนนี้เอาตายแน่ เท่าที่คนมองคงคิดว่าพ่อลูกคู่นี้น่ารักดีจัง คุยกันยังกะเพื่อน ก็ดีนะ แต่ก็บ่น ๆ ไปว่าคิดถึงแม่ และก็ถามฉันว่า กินบ่อยมั๊ย ฉันก็ตอบไปว่าเมื่อก่อนกินกับเพื่อนอาทิตย์ละครั้งเห็นจะได้  พ่อก็บอกว่ามิน่าทำไมน้ำหนักไม่ยอมลด O_0 ส่วนแม่นั้น ป่านนี้คงทำครัวหัวฟูอยู่กับชาวบ้านทั้งหลายแหล่ ก็เลยบอกพ่อว่า เอาไว้ลูกหาเงินได้เองเดี๋ยวพาแม่มากิน อยากกินอะไรก็ว่ามา

 

            ทั้งที่เงินหลวงเหลือเป็นค่าตอบแทน กลับไม่จ่ายอีกนะนั่น ให้ฉันจ่ายเฉยเลย รู้น่าว่าแกล้ง จ่ายก็จ่ายว๊ะ แกล้งก็แกล้งไป เดี๋ยวถ้าอาทิตย์หน้ายังไม่ให้เงินอีก ลูกจะกินหมาที่บ้านให้ดู O_0

 

            ออกจากห้างมาหาข้าวข้างนอกกิน บอกพ่อว่าก๋วยเตี๋ยวหน้ามหาลัยอร่อยมาก แต่พอมาถึงร้านก็ปิด เลยได้มากินเย็นตาโฟรสเด็ดหน้ากองบิน 23 แทน ตอนจอดรถยังไม่เอะใจ แต่พอเข้ามาในร้านก็แทบอยากเดินออกไปทันที เพราะร้านนี้เปิด ASTV ทั้งวัน และพ่อฉันก็ใส่เสื้อแมนซิตี้มาซะด้วย ปกติแล้วถ้ามากินฉันจะไม่สนใจอะไรนักหรอก ฉันมากินข้าว ส่วนเรื่องการเมืองก็ขอโยนไว้นอกร้านก่อน ไม่อยากมีปัญหา ไม่อยากให้มีอคติในถ้วยก๋วยเตี๋ยวน่ะ คนขายก็มองหน้าแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร แล้วแกก็เปลี่ยนช่องดูมวยไทยแทน พ่อฉันหน้าตาโหดขนาดนั้นเลยเหรอ จากทรงผมก็คงดูออกน่ะนะว่าเป็นทหาร แต่มันอร่อยจริง ๆ จนลืมไปเลยว่าอยู่ในร้านพันธมิตร...

 

            พ่อจอดรถหน้าร้านเฟอร์นิเจอร์ลดราคา เพราะฉันเคยบอกว่าอยากได้ชั้นวางหนังสือเพิ่มเพราะในห้องมันไม่มีที่วางแล้ว พ่อก็เลยซื้อให้บอกว่าแทนค่าไอศกรีม และก็ซื้อฟิวเจอร์บอร์ดมาสองแผ่น จะเอามาติดทับรูปบริสนีย์บนหัวเตียง เพราะแม่ไม่ปลื้มอย่างมากมาย หลังจากนี่สาวเจ้าสติแตกกระเจิง หาซื้อเป๊กแต่ก็ไม่มี เพราะกะว่าติดทับไปแล้วฉันจะเอาโปสการ์ดที่เพื่อนในบลอคให้มาไปติดไว้บนหัวเตียงแทน คงสวยน่าดูชม

 

            กลับมาก็จัดห้องใหม่เอาหนังสือยัดเข้าชั้นใหม่ และก็เต็มพอดี เก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้ลงกล่อง และเลือกที่จะไม่เปิดกล่องหนึ่งใบ เพราะรู้ดีว่าข้างในมีอะไรอยู่... โต๊ะเขียนหนังสือ โต๊ะคอม และชั้นวางอันใหม่ กลายเป็นเซ็ทเดียวกันอย่างลงตัว สีไม้ชานอ้อยทั้งสามตัวเลย

 

            ไปตลาดตอนเย็น ไอ้ของก็อบอย่างละร้อยก็มาขายในตลาดแม่เห็นนาฬิกาสีดำก็บอกว่าสวยนะ และเห็นว่าฉันไม่ได้ใส่นาฬิกาอย่างจริงจังมาแล้วเกือบ 5 - 6 ปี... แม่ก็เลยซื้อให้ ฉันนึกในใจว่าแม่จะรุ้รึเปล่าว่าทำไมฉันไม่ใส่นาฬิกาเรือนอื่นที่เคยซื้อไป กลับยกให้พ่อแทนทั้งที่มันสวยกว่าอันตรงหน้าตั้งเยอะ

 

            แล้วแม่ก็ซื้อให้ ทั้งที่มันมีสามเรือน นาฬิกาผู้หญิงสอง ผู้ชายหนึ่ง แม่ก็เลือกสีดำของผู้ชายให้ ฉันใส่แล้วแขนขาวมาก เออ..ขับผิวดีแฮะ จริง ๆ แล้วนาฬิกาดูแมนเหมือนกันนะหน้าปัดอันใหญ่พอควร แม่คิดอะไรอยู่ถึงได้ซื้อให้แบบนี้ ในสถานการณ์แบบนี้แม่น่าจะบังคับฉันใส่อันสีชมพูเรือนนั้นมากกว่านะ

 

            ฉันเลือกที่จะใส่นาฬิกาข้างซ้าย ถามว่าชินมั๊ย ก็ไม่ชินทั้งสองข้างนั่นแหละ ไม่ได้ใส่มานานมาก เหมือนหนักแขนชอบกล แต่มันก็สวยดี

 

Diary 09 02 08

            “เค้าใส่นาฬิกาเรือนใหม่แล้วนะอี๊ด ต่อไปนี้เค้าจะใส่อย่างจริงจัง ทั้งที่มันไม่ใช่ข้างขวาเหมือนที่เราเคยใส่ เค้าหวังว่าแกจะไม่คิดไปนะว่า เค้าเลือกที่จะลืมแกเช่นกัน เค้าจะไม่ลืมแก เพียงแค่ไม่เอาแกมาผูกไว้กับใจก็เท่านั้น เค้าเลือกที่จะเก็บแกอย่างถาวร เค้าปล่อยแกไป แกก็ปล่อยเค้าเถอะนะ ต่อให้เค้ายกใจให้ใครทั้งใจ แม้ต้องผิดหวังเสียใจเค้าก็พร้อมจะเสี่ยง หากมันถึงเวลาที่เค้าต้องปล่อยวางเรื่องแก เค้าก็ควรทำใช่มั๊ย หากมันอยู่กับแก หรือหล่นหายไปกลางทางระหว่างเรื่องราวมากมายในชีวิตรักของเค้า เค้าเลือกที่จะไม่ขุดค้นมันขึ้นมาใช้ใหม่ เค้าขอสร้างมันขึ้นมาใหม่จะดีกว่า หากวันที่หัวใจเค้าอยู่กับคนอื่นได้ทั้งใจ เค้าอยากให้แกคนที่อยู่กับเค้าตลออดมารู้สึกยินดีเช่นกันที่เห็นเค้ามีความสุข เค้าเลือกที่จะคิดถึงแกเหมือนเดิมตามเหตุผลสมควรที่ชักนำให้นึกถึง แต่เค้าก็เลือกจะรักแกน้อยลง เพราะมันอาจทำให้เค้าเจ็บปวดน้อยลง และเริ่มต้นใหม่กับใครได้ง่ายขึ้น เค้าอาจไม่ต้องทำร้ายใครอีก และอาจไม่ถูกทำร้ายอีก เมือมันถึงเวลาเค้าอาจได้พบคนที่เกิดมาเพื่อรักเค้า ส่วนช่วงเวลาที่เค้ายังไม่มีใคร ขอเค้าคิดถึงแกและใครอีกคนเช่นเคยนะ แม้เป็นแค่เพียงสุขเล็กน้อย แต่อย่างน้อยเค้าก็คงไม่ทุกข์ใจ ที่ปล่อยใจไปตกหลุมรักใครอีก หากวันนั้นมีจริง วันที่เค้าเอ่ยปากบอกว่ารัก และรักได้ทั้งใจ วันนั้นเค้าจะบอกแกอีกทีละกันนะ เค้าสัญญาว่าจะไม่อ่อนแอเรื่องแกอีก ขอให้เรื่องแหวนที่หล่นแตกไปเป็นเรื่องสุดท้ายที่ทำให้เค้าเสียน้ำตาเถอะนะ ...... รักแกนะ”

 

            ก่อนนอนแม่เดินเข้ามาในห้อง บอกลาแสงสว่างในห้องฉันทุกค่ำคืน รูปที่ฉันวาดไว้ข้างเตียง ฉันหาอะไรมาดามด้านหลังไม่ให้มันงอ แม่ก็บอกว่า แม่ชอบรูปนี้ ฉันพลางคิดในใจว่า “นั่นมันก็คือรูปที่วาดไม่เสร็จ ฉันเลือกที่จะไม่วาดต่อหลังจากที่อี๊ดจากไป”

 

            แม่เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้ารูปอีกชุด และอยู่ตรงหน้าจดหมายอี๊ด และก็บอกว่ารูปนี้ก็ชอบ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรถึงอี๊ดอีก

 

            ตอนช่วงที่กินข้าว เราสามคนก็ดูบางรักซอยเก้าไปด้วย ดันมาเจอฉากที่พระเอกนางเอกอยู่ด้วยกันตามลำพังแล้วแม่มาเจ้าเข้าจัง ๆ แม่ก็เอ่ยขึ้นมาว่า “น่าสงสารแม่เนอะ เห็นเต็ม ๆ เลย เป็นใครก็คงรับไม่ได้” ซวยเลยวงข้าวกลายเป็นไทม์แมชชีนไปอีกแล้ว จะอะไรกันนักกันหนา ฉันเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันไม่อยากคิดถึงมันต่อหน้าครอบครัว และฉันเลือกที่จะไม่พูดถึง

 

            หากความเงียบ และไม่เถียง ไม่เอ่ยคำแก้ตัวใด ๆ ของฉันหมายถึงการยอมรับว่าสิ่งที่เห็นคือสิ่งที่ท่านคิด ฉันก็คงไม่อาจแก้ตัวอะไรได้ ไม่ว่าจะเป็นยังไง มันก็คือใจฉัน และความเป็นตัวฉัน ฉันรักพ่อกับแม่ฉันถึงเลือกเงียบไว้ แม้การเงียบมันจะทำให้ท่านคิดไปไกลและเจ็บปวด แต่โปรดรู้ได้ด้วย ลูกก็ปวดใจเช่นกัน

 

            รักพ่อรักแม่ค่ะ

 

            เกือบลืมลงรายละเอียดไปอีกนิดนึง ก่อนที่ใครบางคนจะหายไปในความทรงจำ ขอเล่าหน่อยว่า วันนี้ชาญโทรหาตอนเดินห้าง ก็เลยบอกไปว่า ซื้อของกับพ่ออยู่ยุ่งมาก ทางนั้นก็บอกว่า “ไม่เป็นไรครับ ผมสั่งหนังไปให้ ถ้าได้รับแล้วก็บอกด้วยนะครับ ไว้ค่อยคุยกันหลังงานเสร็จนะครับ” แล้วก็วางสาย

 

            เฮ้อ!!! เหนื่อยใจ หนักใจ ทรมานใจ

 

            ตอนเย็นก็ส่งข้อความมาอีกว่า พรุ่งนี้อย่าลืมดูสมัครนะ

 

            จะอะไรนักหนาเนี่ย การเมือง ฟุตบอล บล็อก Evanescence เกมส์ หนัง การ์ตูน นั่นคือสิ่งที่ฉันชอบ ฉันว่าบางทีถ้าฉันชอบอะไรมาก ๆ แล้วเกิดมีคุณเข้ามาในทุกอณูความชอบส่วนแบบนี้ สักวันฉันอาจพาลรำคาญและเกลียดสิ่งเหล่านั้นไปเลยก็ได้...

 

            การเมือง – ฉันอาจเป็นพวกหัวรุนแรง ต่อต้านเผด็จการทั้งที่พ่อเป็นทหาร แต่ฉันก็ไม่ได้อยากหันตัวเองเข้าสู่ด้านนั้นเต็มตัวนักหรอก ฉันไม่ได้อยากมีปัญหากับเพื่อนหรือใคร ๆ ที่หาว่าฉันไม่เป็นกลาง เพราะฉันต้องอยู่ในหน้าที่กกต.ไปอีกนาน

 

            ฟุตบอล – จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่ดูฟุตบอล นอกจากความแมนที่มี และการชอบเกมส์กีฬา

 

            บล็อก – ฉันก็เขียนของฉันไปเรื่อย ๆ ทั้งที่รู้ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ก็ยังถาม นี่เป็นห่วงหรือแค่อยากรู้ชีวิตฉันกันแน่ แต่ฉันเลือกแล้วว่าฉันไม่มีชีวิตอยู่ในสายตาคุณ...

 

            Evanescence – ฉันรักของฉันน่ะ จะคิดบ้างมั๊ยว่า เพลงแบบนี้ 90 % เป็นคนเก็บกดที่มักฟังพวกเขา ฉันก็ด้วย

 

            เกมส์ – ฉันก็เล่นไปด้วยความแมน ยังจะมาสนุกกับฉันอีก

 

            หนัง – การ์ตูน – ฉันชอบ Y แล้วนี่ส่งหนังอะไรมาให้ดู “เฉิ่ม” “Shoot’em up’

 

            เวรกรรมอะไรของคุณ ทำไมถึงมาชอบฉัน ฉันเหมือนเพื่อนผู้ชายของคุณมากกว่านะ

 

            คุณจะเข้าใจมั๊ยว่าฉันเหนื่อย ขอฉันอยู่ห่าง ๆ คนที่ทำให้วุ่นวายใจหน่อยได้มั๊ย ฉันเหนื่อย....

 

     Share

<< Diary : 08 | 02 | 08Diary : 10 | 02 | 08 >>

Posted on Fri 22 Feb 2008 8:56

โอยยย


ยาวมั่กๆ แต่ก็อ่านจนจบ

เรื่องการเมือง ไม่พูดถึง เพราะเราคงอยู่คนละขั้วกัน

เรื่องอั่งเปา แว๊กกกก!!!!!!! พ่อสมเป็นพ่อจริงๆ ว่าแต่ทำไมไม่เบิกมาเลยจากธนาคาร ไปกด ATM ให้เห็นสลิปทำไม๊... ไม่เนียน

ชอบอยู่ประโยคที่ว่า "แต่เค้าก็เลือกจะรักแกน้อยลง เพราะมันอาจทำให้เค้าเจ็บปวดน้อยลง และเริ่มต้นใหม่กับใครได้ง่ายขึ้น" คิดเห็นว่า อยากเรียกว่าการรักให้น้อยลง แต่ควรบอกว่า คิดถึงปัจจุบันและการก้าวเดินต่อไปมากกว่า คนที่เคยรักในอดีต วันเวลาผ่านไป ใช่ว่าจะลืมเลือน เพียงแค่คิดถึงเค้าในแง่ของการเป็นความทรงจำที่ดี และยิ้มได้ในทุกคราวที่คิดถึงก็พอ

เรื่องที่บ้าน ถ้าเราเป็นเด็กดี ไม่ทำเรื่องเดือดร้อน ตั้งใจเรียนให้จบ และ หางานทำ เลี้ยงตัวเองได้ เรื่องแบบนี้ซักวันเค้าคงเข้าใจ (หวังไว้ว่าอย่างนั้นนะ เพราะทุกวันนี้พี่ก็ยังทำไม่ได้เลยว่ะ เฮ้ออออ)

เขียนยาวก็เม้นท์ยาว
BigSiS   
Mon 11 Feb 2008 9:02 [1]
 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh