Diary : 10 | 02 | 08

Diary 10 02 08

          วันนี้ก็ไม่อยู่บ้านอีกเช่นเคย มีนัดมาทำงานช่วยคนอื่นที่เรียกว่าเพื่อนรัก ห้าโมงเช้าโทรหาก็บอกเพิ่งตื่น ฉันก็เลยไปเดินห้าซื้อของคนเดียว

          ไม่ได้ไปช๊อปแต่อย่างใด ไปซื้อ DVD-R มาไรท์ข้อมูลไร้สาระทั้งหลายแหล่ Backup ไว้ เพราะไวรัสกินเครื่องคอมที่บ้าน ไม่แน่ใจว่ากินรึเปล่า เพียงแต่มันเริ่มอืดผิดปกติ ก็เลยต้องทำอะไรสักอย่างกับมัน อาธิเช่น ล้างเครื่อง ก็เลยมาหาซื้อที่สำรองข้อมูลด้วยเหตุฉะนี้

          ซื้อเป๊กมา 8 บาท ได้มา 60 ตัว เอาไว้ปักโปสการ์ดโชว์ไว้หัวเตียง เดินผ่านร้านหนังสือ เห็นหนังสือเล่มหนึ่งสีหม่น ๆ ชอบกล ยังไม่ทันได้เห็นชื่อหนังสือ ก็สะดุดตากับชื่อคนเขียนแทน "นี่เหรอหนังสือปราย" ก็เลยหยิบมาอ่านนิดนึง


          แต่ก็ไม่ได้ซื้อมาเพราะราคาแพงชอบกล 195 บาท แต่ก็อยากได้ เพราะบางประโยคทำให้สะดุดทั้งตาและความรู้สึก ฉันเคยได้ยินชื่อของหญิงผู้นี้จากคนสามคน
สิ่งที่ทำให้ฉันยิ่งอยากรู้จักเธอมากขึ้นนั่นคือเรื่องสองเรื่องที่ได้อ่าน หมีพูห์ และประภาคาร

          มาที่ร้านอินเตอร์เน็ท ลองหาข้อมูล หนังสือเล่มนี้ดู ด้วยการค้นหาคำว่า "คิดถึง นึกถึง ปราย" นั่นคือชื่อที่จำได้ ระบบ Search Engine ระดับโลก โหลดหน้าครบเรียบร้อยก็พบว่า ลิงค์ที่ 5 "คิดถึงครั้งที่ #79" ฉันคลิกเข้าไปก็พบว่าเคยมาอ่านแล้วครั้งนึง แต่จำไม่ได้ว่าเขียนถึงหนังสือด้วย จำได้ว่าปลาซื้อหยังสือปรายให้นกเล็ก แต่จำไม่ได้ว่าเป็นเล่มนี้ ความจริงฉันแทบไม่รู้จักหนังสือปรายเลยด้วยซ้ำไป หากมันไม่วางอยู่ตรงที่สะดุดตาฉัน ฉันก็คงไม่พบมัน

          ก่อนหน้าที่ฉํนมาเขียนไดอารี่วันนี้ ฉันเพิ่งโทรหาปลา ถามเรื่องหนังสือว่าน่าอ่านมั๊ย เพราะหากไม่ถามเธอแล้วจะถามใคร เจ๊ก็คงมีเรียนในวันนี้ นกเล็กก็ไม่ได้คิดที่จะถาม สุดท้ายแล้วก็เลายเป็นว่าฉันอยากได้หนังสือที่ปลาซื้อให้นกเล็ก แปลก ๆ มั๊ย เรื่องมันโยงกันอีกแล้ว

          ด้วยความสัตย์จริง ตอนแรกที่พบหนังสือ ฉันคิดถึงปลา เพราะเห็นชื่อปรายที่ไหนฉันก็จะนึกถึงปลา พออ่านไม่กี่หน้า บางช่วงบางตอนก็อดคิดถึงนกเล็กไม่ได้ ที่อยากอ่านและอยากได้ก็เพราะมันทำให้นึกถึงนกเล็กจริง แต่ไม่มีเจตนาอยากได้หนังสือที่ปลาซื้อให้นกเล็กเลยแต่อย่างใด

          ฉันอยากได้ นั่นคืออยากได้ แต่ไม่อยากเอาเงินที่เจ๊ให้มาซื้อของไม่เป็นประโยชน์กับสุขภาพ ซึ่งบางทีอ่านไปแล้วอาจเสียสุขภาพจิตก็เป็นได้ แต่ก็อยากอ่าน จริงแล้วเหลือเงินอยู่ 200 กว่าบาท ซื้อดีมั๊ย นั่นคือคำถามที่มีให้ตัวเอง

          งั้นก็ซื้อ เพราะอยากได้ งั้นเที่ยงนี้ก็กินขนมปังพอประทังชีวิตไปก่อนละกัน พรุ่งนี้แม่คงให้เงินตามปกติ และพรุ่งนี้อาจไม่ได้ใช้อะไรมากเพราะเลิกเรียนเที่ยง กลับไปกินข้าวบ้าน มีแค่ค่ารถมาเรียนก็คงพอแล้วมั๊ง งั้นก็กลับไปห้างไปซื้ออีกทีละกัน กลัวมันหมดก่อน...

          ถ้าวันนี้ไม่มีเรื่องอะไรอีก ก็คงจบแค่นี้ละกันนะ แต่ถ้ามี ไว้จะมาเขียนต่อละกัน

เรื่องราวต่อจากตอนเที่ยง

 

เพื่อนรักทำงานไม่ได้ดั่งใจเหมือนเดิม จนถึงกำหนดเวลา ฉันก็เลยบอกไปว่า จะไปแล้ว วันนี้ต้องกลับบ้านก่อนบ่ายสองโมง แล้วก็ยังจะมานอยฉันอีก เพราะว่าจะไปไถ่ทอง แต่ก็มาสายเอง จะให้ฉันทำยังไงถึงจะพอใจ ถ้ารู้ว่าจะต้องไปที่อื่นด้วย ทำไมไม่มาแต่เช้า หรือไม่ก็รีบทำงานให้มันเสร็จซะก่อน

 

ด้วยความที่ขี้เกียจกลับไปห้าง เพราะฉันเพิ่งกลับมาหยก ๆ เรื่องหนังสือก็เลยกะว่าไว้ค่อยไปซื้อพรุ่งนี้ (ถ้ามีเงิน) หรือไม่ก็อาจเปลี่ยนใจไม่ซื้อ เพียงชั่วข้ามคืน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ละกัน

 

และก็ไม่ไปไถ่ทอง ด้วยเหตุผลที่ไม่กล้าเดินห้างคนเดียว ตามใจเหอะไปไม่ไปก็ตามใจ จะให้พาไปก็คงไม่ไปเพราะแค่รอเธอก็นานพอแล้ว และฉันก็เพิ่งกลับมาด้วย จะให้นั่งรถกลับไปกลับมา นี่ก็ไม่ไหวนะ อีกอย่างทุกวันนี้ก็ต้องกลับบ้านให้ตรงเวลาด้วย หวังว่าคุณเพื่อนจะเข้าใจ

 

กลับถึงบ้านก็เดินเข้าห้อง ไปสู้กับไวรัสในคอม จริงแล้วมันไม่ได้ติดไวรัสหรอกนะ มันแค่ติดแฟลชไดว์มา แต่ฉันก็ป้องกันไว้ก่อนเลยไม่ติดเครื่อง แต่ว่าช่วงหลังนี้เครื่องมันช้าชอบกล อาจเพราะความไร้สาระของฉันเยอะเกินไปหน่อย เกิดอาการ ความจำต่ำ พื้นที่เหลือน้อยเต็มที และเกมส์ที่กินกำลังเครื่องเกินความจำเป็น พูดแล้วยั๊ว ทำไม EA ทำเกมส์ได้ห่วยขนาดนี้ ดีนะที่ซื้อแผ่นปลอม ไม่งั้นเกิดอาการประสาทกินแน่ ๆ ภาพของเกมส์จัดว่าแย่ได้เลยล่ะ ช่างมันเหอะ เกมส์นั้นได้ฟรี พี่วีแถมให้ตอนไปซื้อแผ่นโปรแกรม วันนี้ก็ไปซื้อแผ่นมาสำรองข้อมูล กะว่าจะใหพี่วีไปซื้อให้แต่ลูกค่าเยอะเกินแลยไม่อยากกวน

 

หมดเงินไปร้อยกว่าบาทเพื่อซื้อ DVD-R มาสำรองข้อมูล ซื้อแผ่นอย่างดีหน่อยมันจะได้อยู่ทน อยู่นาน และก็แผ่นการ์ตูนมาสองแผ่น กะมาไรท์เพลงให้พี่สาว มีแต่แผ่นแต่เพลงยังไม่ได้ไปโหลด รอไปก่อนละกัน ไว้จะคัดเพลงเพราะ ๆ ให้เหมือนเดิม

 

สำรองข้อมูลทั้งหมดใช้ DVD ไป 5 แผ่น ส่วนมากก็เป็นเพลง หนังจาก You Tube และก็เอกสารต่าง ๆ สำรองเสร็จก็จัดการ ล้างสมองมันทันที

 

จัดห้องใหม่เมื่อวาน เกิดอาการหาของไม่เจอเพราะมันเป็นระเบียบเกินไป แผ่น XP สีทอง เป็นแผ่นเดียวที่มี Partition Magic ต้องหาให้เจอ และใช้เวลาไปนิดหน่อย ก็หาเจอ แบบวิตกเล็กน้อยเพราะแผ่นออกจะลาย

 

จัดการล้าง และลบทิ้งทุกไดว์ ไม่เหลือซาก กลายเป็น ฮาร์ดดิสว่างเปล่า สะอาดบริสุทธิ์เหมือนซื้อใหม่ แล้วก็สร้างขึ้นมาใหม่ คราวนี้ให้มีแค่สามไดว์ก็พอ

 

เลือกลงโปรแกรมจากแผ่นที่สมบูรณ์ที่สุด (รึเปล่า) จริงแล้วเราไม่รู้หรอกว่าอันไหนมันดีที่สุดเพราะ XP มีเป็นสิบสิบรุ่น ถ้าจะเอารุ่นล่าสุด นั่นมันก็น้องวิสตร้ารับรองเครื่องได้คลานไปแน่ ๆ หรือไม่ก็วิสตร้าปลอม แต่ไม่ดีกว่าใช้ XP นี่แหละดีละ

 

แผ่นเดียวกับวินโดว์ตัวเดียว น่าจะเป็นแผ่นเต็มนะ ถ้านอกจาก Black แล้วก็คงเป็นรุ่นสุดท้ายของ XP ละมั๊ง เหมือนแผ่นจริงมากที่สุด เอางั้นแหละ สรุปก็ลงเลย

 

ติดตั้งเร็วเหมือนกันนะเนี่ย ใช้เวลาไม่ถึงสามสิบนาทีก็เสร็จแล้ว เซ็ทภาษาให้เรียบร้อย อุปกรณ์ก็ไม่เจอเท่าไหร่เพราะฉันไม่ได้ใช้ออนบอร์ท แต่แอบโวยเพราะแผ่นนี้ไม่มีอะไรแถมเลย เป็น XP เต็ม ๆ และเต็มจริง ๆ Office ก็ไม่แถมให้

 

ลองลง Office จากแผ่นแถมอีกอัน ซึ่งไม่ใช่ตัวเต็ม หน้าตามันก็แปลก ๆ เหมือนขาดอะไรไป แต่นึกไม่ออก และก็เป็นภาษาอังกฤษด้วย เพราะมันเป็นรุ่นแถม มันก็เลยไม่ครบ เวลาพิมพ์ผิดก็ไม่ขึ้นเส้นแดง และพวกเทคนิคระดับสูงก็คงไม่แถมมาด้วย เอาเป็นว่าใช้แค่นี้แหละขี้เกียจลงใหม่ให้ตัวเต็มมันหนักเครื่องเปล่า ๆ ใช้ 2003 ตัวแถมนี่แหละ ดีละ

 

ลงโปรแกรมเสร็จหมดเรียบร้อยก็เอาของแถมมาเล่นซะหน่อย ตัวแปลง XP ให้เป็น Vista บางส่วน มันก็ใช้ดีนะ ชอบตัวหนังสือ มันไม่ค่อยปวดตา และแข็งเหมือน MS น่ะ แต่รู้สึกลูกศรหน้า Short Cut มันจะใหญ่พิลึก ก็เลยแก้ค่าระบบนิดหน่อยให้มันหายไปโลด รกลูกกะตา แต่ก็สรุปว่าชอบนะ

 

นั่งคัดเพลงจนปวดตา เพราะพวกที่ Backup ไป มันเยอะเกินเลยคัดเอาเฉพาะเพลงชอบ มันจะไม่ไม่เปลืองพื้นที่

 

คราวนี้ฉันไม่ลงตัวแอนตี้ไวรัสแต่อย่างใด เพราะอันไหนที่ใช้ดีก็เอฟเฟคเยอะเหลือเกิน ฉันจะฆ่าไวรัสแบบแมนนวนด้วยมือฉันเอง ด้วยสูตรรู้เขารู้เรา เจอมันก่อนที่มันจะเจอเรา ฆ่ามันก่อนที่มันจะฆ่าเรา ดูโหดเนอะ แต่ไอ้พวกนี้มันก็ต้องเจอแบบนี้แหละ ฆ่ามันโลด... 

 

มีไปรษณีย์มาที่บ้านตั้งแต่เมื่อวานที่ไม่มีใครอยู่บ้าน เป็น EMS สองฉบับ อย่างแรกคงเป็นของชาญ ส่วนอันที่สองไม่แน่ใจนัก อยากให้เป็นของนกเล็ก แต่อาจไม่ใช่เพราะนกเล็กไม่ได้ส่ง EMS มา (เมื่อไหร่จะถึงง๊ะ T_T)

 

ไปรษณีย์ปริศนาของใครกันนะ

 

ช่วงที่ลงโปรแกรมทิ้งไว้ก็เลยติดโปสการ์ด จากที่ซื้อเป๊กมาก็พบว่า “ตะปูมันยาวเกินไป ติดไม่ได้” เลยได้เอาลวดเย็บยิงแทน ก็ดีนะถ้าเอาเป๊กคงมีแต่หัวเป๊กเต็มไปหมด ไม่สวยแน่ ๆ ทั้งหมดทั้งปวงก็เต้มพอดีเหมือนกะไว้ไม่มีผิด ก็มีแต่รูปในหลวงและรูปพระพี่นางจากคุณ PEACH ที่ให้มา ไม่ได้ติดเข้าเพื่อน เอาติดไว้นกกรอบ เหนือโปสการ์ดขึ้นไปอีก จะได้อยู่สูงที่สุด

 

.

.

ง่วงแล้วนอนดีกว่า การบ้านก็ยังไม่เสร็จ ทำไม่ได้ มันไม่มีในหนังสือ ต้องไปถามอาจารย์อีกที เอาละนอนดีกว่า มาดูกันว่าพรุ่งนี้ หนังสือปรายเล่มนั้นจะยังอยู่ในหัวฉันมั๊ย ... ฝันดี

 

     Share

<< Diary : 09 | 02 | 08Diary : 11 | 02 | 08 >>

Posted on Fri 22 Feb 2008 8:56

ความจริงมีหนังสือของปรายอยู่หลายเล่ม แต่เล่มนี้ไม่เคยอ่ะ

อยากได้อยู่เหมือนกัน....


"อดข้าวดอกนะเจ้าชีวาวาย มิตายดอกเพราะอดเสน่หา"

คิดเอาเอง ว่าจะซื้อดีป่าว ---

รอคอยเพลงด้วยใจจดจ่อ ตอนแรกว่าจะทำโปสการ์ดรูปหัวใจต้อนรับวันวาเลนไทน์ แต่คงไม่ทันแล้วล่ะ.... เง้ออออ

BigSiS   
Mon 11 Feb 2008 9:11 [2]
 

ไม่เห็นเกี่ยวเลยว่ามันจะเป็นหนังสือที่เราซื้อให้นกเล็กรึเปล่า

ถ้าอยากอ่านอยากได้ก็ซื้อ
คิดมากทำไม ฮ่าๆ
เราไม่ใช่เจ้าของหนังสือของปรายคนเดียวซะหน่อย

สรุปแล้ว เราสามคนก็จะมีหนังสือเล่มนี้ของปราย เหมือนกันสินะ

เราชอบประโยคในหน้าหลังๆ
ที่เขียนว่า I miss u in ways I can feels น่ะ

"ฉันคิดถึงเธอในหนทางของฉัน
มิอาจควบคุมหรือจำนรรจ์
ด้วยเหตุผลหรือตรรกะใด"

^^
blastnest   
Sun 10 Feb 2008 21:18 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh