วันที่ 8 เดือนมกราคม...5 เดือนแล้วเหรอเนี่ย!!
1-4 January, 2009
ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2009
ครอบครัวของเรา
ภารกิจพิชิตไข้หวัด
หนาววว แหง่กๆๆๆ...อยากหาบ้านให้น้องหมา
ส่งการบ้านน้องอ้อ...แถ่กๆ
ลิงกินกล้วย
It's a girl...Anda is coming to town
วันนี้วันดีอีกวัน
คนดีที่คิดถึง...
แต่งงานมา 4 เดือนแล้วเหรอเนี่ย
ความรักฝ่าฟันอุปสรรคจริงหรือ?
งานเข้า
Nacked Chef
เค้กส้มที่ฉันภูมิใจ
happy birthday to my wonderful husband
ใจร้าย
something white...
Culture Shock!
หมู่บ้านหิมะขาว
นัวเนียทั้งวันทั้งคืนที่โซฟา
พรุ่งนี้ต้องดีกว่า...
อารมณ์เบื่อๆ
เลดี้อินพิงค์
อ้วนพริ้ว
เมื่อ myoldmemory VS oattoto
นินทาสามี
ตกหล่นพาสไดฯ ให้ใครบ้างจ๊ะ
my signature
เฉลยคำตอบ...พร้อมประกาศรายชื่อแฟนฉัน
ปิดรับคำตอบ...แฟนพันธุ์แท้ของเรา (แฮปปี้ฮาโลวีน)
การเมืองกับเรื่องในมุ้ง
เพื่อนใหม่ของพี่แทน
เม้าท์ไปเรื่อย...
แรงได้อีก (พาส 7 ตัวอักษรภาษาอังกฤษ)
บันทึกยาวๆ ของสาวแก่
หมดมุข...
ใบไม้ที่ร่วงโรย
ท่านรอง
jayjay
tarn






 

ฮาโหลอะเกน...

ช่วงนี้อัพไดอารี่ได้บ่อยๆ เพราะว่าวันๆ ไม่มีอะไรทำ ว๊างงง..ว่างๆๆ งานบ้านก็ขี้เกียจทำเพราะว่ายังป่วยเหลืออีกนิดๆ หน่อยๆ ถึงจะหาย (แฮ่ๆ..ข้ออ้างไว้ใช้สามีไง)  แต่จริงๆ ก็ยังไม่เต็มร้อยอ่ะค่ะ ยังปวดเนื้อปวดตัวอยู่ จริงๆ นะ

ที่บ้านดูหนังจาก netflix (น้องอ้อแนะนำ) จริงๆ เคเบิ้ลที่บ้านก็มีหนังดูฟรี แต่ก็เก่าเก็บมาก  netflix นี่เค้ามี DVD ส่งมาให้ถึงบ้าน ดูเสร็จก็ไปหย่อนคืนตู้ไปรษณีย์ แล้วเรื่องต่อไปก็ทะยอยส่งมา  เราก็เลยมีสามทางเลือกให้ดูหนังกันคือจากเคเบิ้ล จาก DVD แล้วอีกอย่างก็คือเปิดเวปไซต์ของเค้าแล้วก็โหลดหนังดูกันเดี๋ยวนั้นเลย

เมื่อคืนดู DVD ที่ได้มา เช้านี้ก็ต้องส่งคืน  แล้วใครล่ะทำหน้าที่ก็ต้องพี่แทนสิ  จากบ้านไปตู้ไปรษณีย์ส่วนกลางเดินประมาณสองนาที แต่อากาศหนาวเหน็บเช่นนี้กว่าจะก้าวแต่ละขานี่สั่นพั่บๆๆ  พลีมัธหนาวมากกกกก

จริงๆ ควรจะรีบหย่อนรีบวิ่งกลับใช่ไม๊  ก็ถ้าไม่พอดีเหลือบไปเห็นหิมะเกาะที่ใบต้นสน สวยจนอดใจหยิบมือถือมาถ่ายไม่ได้อ่ะ  ยืนถ่ายเล่นกล้องทำหน้าติ๊งต๊องอยู่คนเดียว (กร๊ากก) ได้ 4-5 ช๊อตก็วิ่งแจ้นกลับบ้าน  ตอนวิ่งก็เหมือนมีเกร็ดหิมะหล่นใส่หน้าตลอด ว๊าย หิมะตกอีกแล้ว

กลับเข้ามาในบ้านอุ่นๆ รู้สึกเลยว่าหน้างี้ชามากก วิ่งไปดูหนังหน้าในห้องน้ำเลยถึงบางอ้อว่า จริงๆ หิมะไม่ได้ตกหรอก แต่หิมะกองนึงมันติดอยู่กับหมวก พอวิ่งมันก็เลยปลิวลงมาใส่หน้า ถ่อเอ๊ยยย..เป็นเช่นนี้นี่เอง

Culture Shock
หมวกบริทนี่ใบนี้หากินตั้งแต่อังกฤษยังอเมริกา..ฮ่าๆๆ
เคยเอาไปเปิดท้ายขายที่เมืองทองด้วยแต่ไม่มีคนซื้อ..เพราะตั้งราคาแพง
ดีใจมากที่ได้เอาเค้ากลับมาใช้อีก หลายปีแล้วนะเราน่ะ



รูปข้างบนถ่ายจากมือถือ เอาซิมมาโหลดก็พบว่ามีหลายรูปที่เคยถ่ายไว้ไม่เคยเอามาลงไดอารี่  ดังเช่นตัวอย่างรูปต่อไปนี้


Culture Shock


พี่แทนเป็นคนตาโตจริงๆ เน๊าะ...รูปพวกนี้ถ่ายที่ห้องสมุด คงเป็นช่วงที่ยังอยู่บ้านแม่เค้า เราเลยต้องไปสิงสถิตย์ตามห้องสมุดฆ่าเวลา เอ๊..ไม่ใช่สิ รู้สึกกำลังเปิดดูเมนูทำอาหารแสดงว่าอยู่บ้านของเราเองแล้ว คงกำลังมองหาสูตรทำอาหารมากกว่า

เปิดไปเปิดมาเจอกับรูปมะแมว หน้าเหมือนฮิปปี้แมวของนาน่าจัง อิดิเตอร์ตัวจิ๋วของเรา (เหมือนม๊ะ หรือแค่คล้ายๆ)  แต่มะแมวตัวนี้เค้ามี 4 หูค่ะ เนื้อหาเค้าว่าไงพี่แทนก็จำไม่ได้แล้ว แห่ะๆ...ก็มันนานแร๊ววว คนแก่ลืมซะง๊าน



แฟมิลี่โหมด...

เมื่อวานเสียดายกล้องไม่ได้อยู่ใกล้ตัว ไม่งั้นจะได้แอบถ่ายตอนอาเธอร์โดนมารยาของภริยาอ้อนให้ทำอาหารทานเอง..กร๊ากกก จริงๆ พี่แทนก็พอจะลุกไหวนะ แต่พอดีเมนูวันนี้ทำด้วยเนื้อ "กวาง" กรี๊ดดดดด ไม่สามารถจริงๆ ทำใจไม่ได้ อยากทานก็ต้องลงมือเองนะคะ (จากนั้นอาเธอร์ก็โทร.เรียกจิมมี่มาทานด้วยกัน เฮ้อ..รักพี่รักน้องจริงๆ สามีเรา)

สองอาทิตย์ก่อนบิ๊กทิมมายืมอุปกรณ์ล่าสัตว์ของอาเธอร์ แล้วจากนั้นก็ส่งส่วยมาเป็นเนื้อกวางแช่แข็งสามสี่ต่อน พุทโธ ธรรมโม สังโฆ...

ถึงหลายๆ คนจะพยายามบอกว่าเนื้อกวางนี้ดีนักหนา ไม่มีแฟต คอเลสเตอรอลต่ำ ฯลฯ...พี่แทนก็ just say no อย่างเดียว ม่ายยยยย..อย่ามายุ่งกะช๊าน ทำใจไม่ได้ ถึงไม่มีหมูหรือเนื้อให้กิน  พี่แทนยอมเป็นเจด้วยความเต็มใจยังจะดีกว่า

ตอนย้ายมาบ้านนี้ใหม่ๆ แม่เค้านะ ทำท่าจะเอาหัวกวางมาแขวนโชว์ไว้ที่บ้านนี้ด้วย เอาเหอะค่ะ บ้านคุณแม่จะสะสมอะไรยังไงก็แล้วแต่คุณแม่เถ๊อะ แต่เอาไปไว้บ้านคุณแม่คนเดียวพอนะ

เรื่องล่ากวาง กินเนื้อกวางนี่มันหลอนมากกกก...  แล้วลูกบ้านนี้ก็เป็นหมดทุกคน เซียนๆ ด้วย โดยเฉพาะสุดหล่อของพี่แทนนี่แหล่ะ ได้ข่าวว่าเป็นหนึ่งในตองอู  แอบเห็นท่าทางคล่องแคล่วตอนตรวจเช็คอุปกรณ์ในวันที่บิ๊กทิมมายืมแล้วหนาว

ถือว่าเป็นคัลเจอร์ช็อคเรื่องนึงได้ไม๊นี่...

เรื่องศาสนาก็เหมือนกัน  หะแรกคิดว่าดีนะที่อาเธอร์ไม่ได้เป็นคนเคร่งศาสนาแบบต้องไปโบสถ์อาทิตย์ละ 3 วันอย่างแม่หรือพี่สาวเค้า (แจ๊คกี้)  ท่าทางจะเป็นคริสต์ที่หย่อนๆ เพราะไม่เคยเห็นเค้าต้องไปโบสถ์กับครอบครัวเลย

แต่พออยู่กันมา บางครั้งบทสนทนาระหว่างเราที่มันต้องวกเข้าเรื่องที่อยู่ในไบเบิล โดยเฉพาะเรื่องที่ให้พวกเกย์แต่งงานกันนี่อาเธอร์รับไม่ได้อย่างแรง  จำได้ว่าตอนมาอเมริกาครั้งก่อน ได้คุยกับพี่สาวเค้าอีกคนที่อยู่อาคันซอร์ มอลลี่ถามคำถามว่าเธอคิดยังไงกับพวกรักร่วมเพศ  ตอนนั้นก็งงเหมือนกัน ทำไมมาชวนคุยเรื่องนี้น๊า  ถึงบางอ้อว่าบ้านนี้เค้าอินกับพระคัมภีร์มากๆ

พี่แทนบอกกับอาเธอร์ว่า จะเป็นเกย์ เป็นเพศที่สามที่สี่ ถ้าเค้ารักกัน จะแต่งงานกันโดยที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม สำหรับพี่แทนนั้นไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไรเลย  แต่ก็เข้าใจว่าที่อาเธอร์รับไม่ได้เพราะโดนปลูกฝังจากแม่เค้า  เห็นได้จากการพาหลานตัวเล็กตัวน้อยไปโบสถ์  คิดดูเด็กๆ 3-4 ขวบจะไปรู้เรื่องอะไร  ออกจะรู้สึกสงสารหลานๆ ที่ต้องอดตาหลับขับตานอน เพราะว่าจะเลิกจากโบสถ์ก็ดึกเหมือนกัน

แม่เค้านี่แหล่ะมีอิทธิพลกับชีวิตเค้ามาตลอด สังเกตุจากทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเค้า บัญชีเงินฝาก ประกันสารพัดสิ่ง ฯลฯ จะมีชื่อแม่เค้าร่วมอยู่ทุกอย่าง  นี่พี่แทนก็ยังอดแปลกใจไม่ได้ที่แม่เค้าซึ่งเคร่งศาสนายอมให้อาเธอร์มาแต่งงานกับพี่แทนเนี่ย ฮ่าๆๆ สงสัยรักลูกมากก็เลยไม่อยากขัดใจ

รู้สึกยิ่งพิมพ์ก็ยิ่งไม่จบ...ง๊านไปดื้อๆ แบบนี้แหล่ะ อ่านจนลิงหลับกันแล้วม๊างงง (อิอิ)

 

 

     Share

<< หมู่บ้านหิมะขาวsomething white... >>

Posted on Thu 20 Nov 2008 2:14
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh