+++ I love you, Yes I do! +++
+++ LoVeLY DaYs +++
+++ ขนมจีนแกงเขียวหวาน กะ Fried Banana +++
+++ Upcoming Family Trip +++
+++ One of the Best Days : Job Offer +++
+++ Vietnamese Grilled Fusion +++
+++ Shopping Mall : Where I belong +++
+++ Memorial Day +++
+++ ก. เอ๋ย ก. ไก่ +++
+++ Thailand Trip : วรบุระ Hua Hin +++
+++ Thailand Trip @ Pattaya +++
+++ Back to the U.S. +++
++ .... +++
+++ UCONN HUSKIES +++
+++ Days Gone By +++
+++ ^^ +++
+++ Our Days +++
+++ My Birthday +++
+++ Pre - Birthday +++
+++ Small Talk +++
+++ Things to Smile About +++
+++ Our Love & Valentine +++
+++ Cold +++
+++ February 9 +++
+++ Super Bowl +++
+++ June 7 - 13 +++
+++ April 5 - 11 +++
+++ ผัดไท กะ สังขยาฟักทอง +++
+++ Lexus GS 2010 +++
+++ Competency +++
+++ The Blue Man Group +++
+++ My Thursday +++
+++ The Forum +++
+++ ไข่พะโล้ +++
+++ Icy Road +++
+++ Forced to Cook +++
+++ Biltmore Estate +++
+++ Gatlinburg, TN +++
+++ Shop Shop +++






 

 

+++ Small Talk +++

 

หายไปทำงานมาค่ะ ... อาทิตย์นี้ค่อนข้างยุ่ง ได้คนไข้หนักๆ ทั้งนั้นเลย ฮือ

 

 Small Talk

 

แล้วแบบเมื่อวานวันสุดท้ายของการทำงาน ก่อนที่จะได้ลาพักร้อนช่วงวันเกิดของตัวเองประมาณหนึ่งอาทิตย์นั้น เมื่อวานต้องทำ CPR ปั๊มหัวใจของคนไข้อยู่เป็นนานสองนาน ท้ายที่สุดคนไข้ก็ไปสบาย เพราะว่าทั้ง CPR ทั้ง Tracheal Intubation ทั้งยากระตุ้นหัวใจต่างๆ ตลอดเวลากว่าครึ่งชั่วโมงที่ทำนั้น หัวใจ และการหายใจของคนไข้ไม่ได้มีทีท่าว่าจะดีไปกว่าเดิมเลย

 

 Small Talk

 

ทำงานอย่างนี้ ถ้าจะบอกว่านอกจากความเสียใจแล้ว ส่วนหนึ่งยังรู้สึกดีใจในส่วนที่ว่า ท้ายที่สุดคนไข้ก็ไปสบาย ... คือ หนูได้คนไข้คนนี้ติดต่อกันมาหลายอาทิตย์ เพราะคนไข้มีอาการติดเชื้อที่ Heart Valve แล้วแบบในช่วงหลังๆ นี่คนไข้ไม่ใช่ Candidate ที่ดีในการผ่าตัด เพราะว่าอาการแทรกซ้อน แล้วก็โรคต่างๆ ที่คนไข้เป็นอยู่ ทั้งเบาหวาน ทั้ง Kidney Disease หลายๆ อย่างรวมกัน รวมทั้งอายุของคนไข้ด้วย โชคดีที่ตรงที่ว่าคนไข้อาการไม่ดีตั้งแต่เมื่อวาน เราเลยเรียกญาติๆ ให้มารวมตัวกันเพื่อหารือ สรุปแล้วครึ่งวันของเมื่อวาน รวมทั้งวันที่เสีย คนไข้มีโอกาสได้อยู่กับลูกๆ หลานๆ ญาติๆ และครอบครัวเป็นครั้งสุดท้ายแบบพร้อมหน้าพร้อมตา ...

 

 Small Talk

 

คนไข้มีลูกหลานมากมาย แต่ไม่มีใครเป็นตัวแทนที่จะเลือก หรือว่าตัดสินใจให้กับคนไข้ได้ คนไข้ก็เลยเป็นคนไข้ Full Code มาโดยตลอด คือ เราต้องทำทุกอย่างถ้าคนไข้หัวใจหยุดเต้น หรือว่าหยุดหายใจ เรียกได้ว่าทั้ง CPR ทั้งการให้ยา ... หนูได้คนไข้คนนี้ก่อนที่คนไข้จะเสียหนึ่งวัน วันที่คนไข้เสียจริงๆ นั้น Kristy เป็นคนดูแล เพราะหนูต้องข้ามไปทำในส่วน PCI แต่แบบถึงกระนั้นพอเขาประกาศ Code Blue หนูเองเป็นคนที่สองที่วิ่งเข้าไปห้องของคนไข้ เลยมีโอกาสเปลี่ยนกันทำ CPR กับ Kim ในระหว่างที่รอ Crash Cart ... นึกถึงเมื่อวานแล้วแบบก็เศร้าน่ะ เพราะระหว่างที่ทำ CPR นั้น ลูกชายคนหนึ่งของคนไข้ทำใจไม่ได้ ถึงขนาดที่ว่าพยายามวิ่งกลับเข้ามาในห้องเพื่อมาดูใจแม่ ... แต่แบบเวลา Call Code นี่ จะมี Security มาดูแลความปลอดภัย และพยายามกันญาติของคนไข้ในระหว่างที่เราปฎิบัติหน้าที่ช่วยชีวิตคนไข้ด้วย ...

 

 Small Talk

 

เมื่อวานนี้เลยแบบเหนื่อยมาก เพราะก่อนหน้านี้ตัวเองก็รับคนไข้ Angioplasty มาสองคน ... แต่แบบถึงกระนั้นก็แบบดีใจที่อย่างน้อยๆ ก็มีส่วนช่วยคนไข้ที่เคยดูแลมา ถึงแม้ว่าจะไม่ประสบผลสำเร็จ แต่อย่างน้อยๆ เราก็พยายามทำหน้าที่ ทำทุกอย่างเต็มความสามารถแล้ว ... ตั้งแต่ทำงานนี้มา บางทีรู้สึกว่าความตายบางทีไม่ใช่เรื่องน่ากลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไข้ที่ Suffer เจ็บป่วยเอามากๆ เพราะบางทีเราต้องคิดในแง่ของ Quality of Life มากกว่า Quantity ... จริงอยู่ไม่มีใครอยากจะเสีย Their loved ones ไปตลอดกาล แต่แบบถ้าการอยู่หมายถึง การที่ไม่สามารถขยับตัวได้ อยู่โดยที่ต้องพึ่งพาคนอื่น หรือเครื่องมือทางการแพทย์ช่วย อยู่โดยที่ไม่สามารถหายใจได้เอง หรือไม่ก็เจ็บปวดไปตลอดระยะเวลาของการมีชีวิตอยู่ ถ้าอยู่อย่างนี้บางทีก็เหมือนตายทั้งเป็น ... เรื่องนี้พูดยากน่ะ แต่แบบความคิดของตัวเองเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะการได้เห็นชีวิตหลายๆ ชีวิต ในโรงพยาบาลแห่งนี้

 

 Small Talk

 

ดีที่หลังจากเลิกงานแล้ว Neil มารับไปหม่ำพิซซ่า ... พอได้เม้าท์ๆ ได้คุยเรื่องของคนไข้ แล้วก็ของตัวเองบ้างก็ทำให้อาการเหนื่อย อาการเครียดจางลงไปบ้าง ... หลังจากหม่ำพิซซ่าที่ California Pizza Kitchen แล้ว เราก็แวะไปดูหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยว Costa Rica ที่ร้านหนังสือ Barnes & Noble กัน ... หนูสั่ง Green Tea Frapp เหมือนเดิม ส่วน Neil หนูสั่ง Vanilla Bean Frapp ให้ ส่วนของหวานนั้นคุณเขาเลือกเอง เป็น Granny Smith Apple Purse ทานตอนร้อนๆ อร่อยดี ...

 

 Small Talk

 

 Small Talk

 

 Small Talk

 

ก็น่ะได้ข้อมูลเกี่ยวกับ Costa Rica มาเยอะมากๆ ... โรงแรมที่เราเลือกนั้น เราได้มาจากในหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวนี่แหละ เพราะโรงแรมมีโปรแกรมทัวร์ให้พร้อมสรรพ คือ เช้ามาก็ขึ้นรถของโรงแรมไปเที่ยวในสถานที่สำคัญต่างๆ ทัวร์จะรวมอาหาร แล้วก็ค่าเดินทาง แล้วก็ตั๋วเข้า National Park ด้วย ก็ถือว่าสะดวกสบายดี เราสามารถเลือกทัวร์แบบที่นอนใกล้ๆ กับ Arenal Volcano กับ Hot Springs แบบหนึ่งหรือว่าสองคืนก็ได้ จะไป Rain Forest ที่ Corcovado National Park หรือว่าจะไปดูเต่าทะเลออกไข่ หรือว่าสร้างรังที่ Tortuguero National Park ในแถบ Caribbean ก็ได้ เราสองคนตั้งใจไปดูภูเขาไฟกัน แต่แบบเราก็ตั้งใจที่จะไป Monteverde Cloud Forest ด้วย แล้วก็ต้องมีหนึ่งหรือว่าสองวันที่ Neil สามารถไป Snorkelling ที่ Tortuga Island ได้ ซึ่งงานนี่ก็ต้องจัดทัวร์กันดีๆ เพราะตอนแรกคิดว่าไปกันนานเต็มๆ หนึ่งอาทิตย์ แต่แบบดูโปรแกรมทัวร์ต่างๆ แล้ว เหมือนกับเราจะมีเวลาไม่พอที่จะทำทุกอย่างตามที่ใจเราปรารถนา ... Costa Rica ว่าไปก็มีทุกอย่างเลยน่ะ ทั้งภูเขา ทะเล แม่น้ำ และกิจกรรมต่างๆ มากมาย คิดๆ แล้วก็อดตื่นเต้นไม่ได้  ^^

 

ส่วนวันนี้

 

 Small Talk

 

หลังจากทำงานติดต่อกันมา 3 วัน พอได้หยุดวันแรกเลยนอนหลับมันเกือบจะทั้งวันเลย ... ช่วงบ่ายๆ นี่แหละ เลยได้ออกไปห้องออกกำลังกายบ้าง อากาศวันนี้กำลังเย็นสบายพอดี แดดจ้า ฟ้าใส ... ออกกำลังกายประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็กลับมาทำอาหารค่ำ วันนี้มีอาหารสดค่อนข้างจำกัด เพราะไม่ได้ไปซื้อของสดเข้าบ้านมาหลายวัน เพราะว่ามัวแต่ทำงาน พอดีเห็นมีเส้นหมี่เหลืองเหลืออยู่ เลยเอามาลวก แล้วก็เอามาคลุกกับน้ำมันแล้วก็กระเทียมเจียว ต่อจากนั้นก็เอาเนื้อสับมาผัดกับเนื้อปูอัด แล้วก็ใส่ผักคือ แครอท หัวหอม แล้วก็ถั่วลันเตา ไม่รู้จะเรียกอาหารจานนี้ว่ายังไงดี คงเรียกว่าก๋วยเตี๋ยวเนื้อสับได้ เพราะว่าถ้าเปลี่ยนเส้นหมี่เหลืองเป็นเส้นใหญ่ ก็จะกลายเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อสับที่เขาทำๆ ขายกัน ฮ่า แต่แบบอร่อยน่ะ Neil วันนี้หม่ำก๋วยเตี๋ยวไปสองจานใหญ่ๆ เพราะเส้นหมี่เหลืองที่ซื้อมานี่มันนุ่มมากๆ ลวกน้ำร้อนแล้ว เอามาล้างด้วยน้ำเย็นอีกที ต่อจากนั้นสะบัดให้แห้ง แล้วก็เอามาคลุกกับน้ำมันแล้วก็กระเทียมเจียว เวลาจะกินก็ตักใส่จาน แล้วก็โป๊ะด้วยเนื้อสับที่ทำไว้ ต่อจากนั้นก็เข้าไมโครเวฟ เหอ เหอ

 

 Small Talk

 

ตอนแรกคิดว่าหลังจาก Neil เลิกงานแล้ว เราจะไปซื้อของสำหรับบริจาคให้กับแม่แล้วก็เด็กอ่อนที่ www.genesisanewlife.org เพราะพรุ่งนี้หนูมีนัดกับ Chad แล้วก็ Kyle ว่าเราจะไปทานมื้อกลางวันกันที่ The Sun Dial บนยอดตึก Westin หลังจากทานอาหารมื้อกลางวันแล้ว ก็ว่าจะไปบริจาคของกับสองหนุ่ม ตอนแรกว่าจะชวน Neil ไปด้วย แต่แบบเขาทำงาน จะไปบริจาคของกันช่วงวันเสาร์อาทิตย์ ทาง Shelter ก็ไม่เปิดทำการ หรือไม่ก็ต้องนัดล่วงหน้า เพราะฉะนั้นไปวันพรุ่งนี้นี่แหละ ... แต่แบบวันนี้รถติดมากๆ ปกติแล้วระยะทางระหว่างบ้านกับ Costo นี่ไม่ได้ห่างกันมากเท่าไหร่ แต่แบบพอขับรถออกมาจากบ้านได้ไม่เท่าไหร่ แค่ไฟแดงเดียว เราก็ติดแหง่กแล้วอ่ะ เหอ เหอ งานนี้เลยกลับหัว เลี้ยวรถกลับบ้านทันที ... ก่อนกลับบ้านยังแวะ Alon's ด้วย เพราะวันนี้ทำของคาวอย่างเดียว ไม่มีของหวานเลย

 

 Small Talk

 

วันนี้หนูสั่ง White Chocolate Cheesecake ส่วน Neil สั่ง Apple Crumb Cake มาแบ่งกันกิน ... จะว่าไปตอนนี้รอให้อากาศอุ่นๆ กว่านี้ เราจะได้เดินมาร้าน Alon's บ่อยๆ ได้ อากาศช่วงนี้จะว่าไปอุ่นขึ้นมาก แต่แบบช่วงค่ำๆ ยังเย็นๆ อยู่ ... นี่ก็อดใจไม่ไหวเลยอ่ะ อยากจะเดินไปไหนมาไหนบ้าง จะได้ผอมๆ เตรียมรับมือกับทริปกลับเมืองไทยอยู่ ถ้ารูปร่างยังอวบๆ แบบตอนนี้ รับรองได้โดยประนามหยามหมิ่นเกี่ยวกับพุงกะทิ แล้วก็แก้มกลมๆ แน่ๆ เหอ เหอ

 

Small Talk

 

 Small Talk

 

ตั้งชื่อไดว่า Small Talk เพราะว่าวันนี้มีการเม้าท์ๆ กับ Neil นิดหน่อย เกี่ยวกับเรื่องชีวิตของเรา ... วันนี้เขาถามหนูตรงๆ ว่า Do you think how long should a couple date before they get married?  หนูก็ตอบไปตรงๆ ว่า There are no rules  เพราะสำหรับตัวเองก่อนหน้านี้คบแฟนเก่ามา 9 ปี ยังไม่คืบหน้า ยังไม่ประสบความสำเร็จเลย ฮ่า หนูว่ามันอยู่ที่ว่าคนสองคนพร้อมแค่ไหน แล้วก็รักกันแค่ไหน เขาก็เลยถามต่อไปว่า Honey, are you ready to get married?  โหย คำถามนี่ตอบยากอ่ะ สำหรับตัวเองตอนนี้พร้อมน่ะ คิดว่าเขาคือ คนที่ใช่ เพราะโดยรวมแล้ว อุปนิสัย ความชอบ และความคิดเห็นหลายๆ อย่างเราคิดไปในทางเดียวกัน แต่แบบเสียตรงที่ว่า เรายังคบกันน้อยไป ใจจริงหนูอยากให้คบกันอย่างน้อยสักปีก่อน เพราะตอนนี้เหมือนพึ่งทำความรู้จักกัน อะไรก็ยังหอมหวาน คือ ถ้าแต่งงานแล้วมันเป็นเรื่องของการอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต แต่งแล้วก็คงไม่มีใครอยากหย่า เพราะฉะนั้นต้องดูใจกันดีๆ ก็เลยบอกเขาไปตรงๆ ว่า อยากจะคบกัน ดูใจกันให้คบปีก่อน ซึ่งก็เหลืออีกประมาณ 6 เดือนได้ ฮ่า

 

 Small Talk

 

และวันนี้ก็เป็นวันแรกที่ได้รู้เงินเดือนแฟนตัวเอง ฮ่า ก่อนหน้านี้ไม่ได้สนใจคุย ไม่ได้สนใจถาม แต่แบบวันนี้คุยกันเรื่องชีวิตในวันข้างหน้า เพราะเขาถามเรื่องลูกด้วย ว่าตัวหนูเองพร้อมจะมีลูกเมื่อไหร่? เรื่องตรงนี้ก็คิดตรงกันตรงที่ว่า อีกหนึ่งปีข้างหน้า คิดว่าพร้อมน่ะ ... ไปๆ มาๆ เลยมาคุยเรื่องเดย์แคร์ เพราะโรงพยาบาลหนูมีเดย์แคร์ให้กับลูกๆ ของพนักงานด้วย แต่แบบค่าดูแลแบบเต็มเวลา ตามเวลาของพ่อและแม่เด็กที่ทำงานในโรงพยาบาลนั้น คือ 12 ชั่วโมง 3 วันต่ออาทิตย์ คือ เดย์แคร์ของโรงพยาบาลจะเปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้า และจะปิดประมาณ 6 โมงเย็น ค่าดูแลที่เพื่อนที่ทำงานด้วยจ่ายๆ ไปต่อเดือนนั้น ตกแล้วประมาณ $800 - $1,000 นี่แบบได้ส่วนลดพนักงานแล้วน่ะ แล้วแบบถ้าใครจะส่งลูกไปที่นั่นต้องแบบจองกันล่วงหน้า แบบว่าเด็กยังอยู่ในท้องอยู่เลยอ่ะ เอิ๊กส์

 

 Small Talk

 

คุยกับ Neil ด้วยว่า ถ้ามีลูกแล้ว เขาอยากให้หนูอยู่บ้านเลี้ยงลูก หรือว่าอยากจะให้หนูกลับไปทำงาน เขาก็ตอบมาด้วยคำตอบที่น่าชื่นใจว่า It's up to you Honey because I can take care of you and our baby. ก็เลยคุยกันว่าถ้าเกิดแต่งงาน แล้ววันหนึ่งโชคดีมีลูกขึ้นมาจริงๆ หนูจะลางานยาว 6 เดือน แล้วก็จะกลับไปทำงานเฉพาะวันเสาร์วันเดียว เพราะหนูไม่อยากให้คนอื่นมาดูแลลูก ทำงานวันเสาร์วันเดียว คือ วันนั้นให้ Neil ดูแล ฮ่า ส่วนวันอาทิตย์เป็นวันครอบครัว เราจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า ... ให้หยุดงานนานๆ ก็ไม่ไหว เพราะหนูเองก็อยากมีสังคมนอกเหนือไปจากบ้าน ให้กลับไปทำงานเต็มๆ ก็คงห่วงหน้าพะวงหลัง เพราะว่าใจจริงก็อยากมีโอกาสได้เห็นพัฒนาการของลูกทุกสเตป ทุกก้าวย่าง ... โชคดีที่งานของหนู หนูสามารถเลือกวันและเวลาทำได้ ถ้าทำงานวันเสาร์วันเดียวก็ถือว่ายังมีโอกาสได้ทำงาน ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แล้วแบบทำงานวันเดียวต่ออาทิตย์ นั่นก็หมายความว่า เราไม่ต้องจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาดูลูก อีกอย่างให้พ่อลูกเขามีเวลาอยู่ด้วยกันด้วย ...

ก็คุยๆ กันเรื่องชีวิตการแต่งงาน คุยกันว่า เราจะมี Date Night อาทิตย์ล่ะคืน หรือว่าสองคืนต่ออาทิตย์ มีลูกแล้วก็ห้ามลืม เพราะคนปกติแล้วมีลูกแล้วจะลืมสามี อันนี้ก็ไม่รู้จะทำได้แค่ไหน เพราะใครๆ ก็บอกว่า พูดน่ะมันง่าย แต่แบบพอจริงๆ มีลูกแล้ว ลูกจะเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง ขนาดว่าส่งลูกไปโรงเรียนแล้ว นั่งกินข้าว หรือว่าดูหนังด้วยกันสองคน บรรยากาศจะโรแมนติคยังไงก็ตาม ก็ยังอดคุยกันเรื่องลูกไม่ได้ ฮ่า แต่แบบหนูว่าชีวิตครอบครัวที่ดี ที่สำคัญ เริ่มต้นจากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสามีกับภรรยาน่ะ คือ ต่อให้ยังไงก็ตาม ต้องแบ่งเวลาให้สามีด้วยอ่ะ

 

 Small Talk

 

แล้วแบบคุยกันเรื่องบ้าน เพราะตอนแรกหนูอยากจะย้ายไปบ้านใหม่ บ้านที่เราซื้อสำหรับเราสองคน หนูไม่อยากจะย้ายข้าวของไปอยู่บ้านเขา แต่แบบคิดไป คิดมา ปลายปีนี้สัญญาเช่าอพาร์ทเม้นท์หนูหมด ถ้าหนูแต่งงาน แล้วย้ายไปอยู่บ้านเขาแค่ปีเดียว เราก็สามารถเก็บเงินในส่วนที่หนูจ่ายค่าอพาร์ทเม้นท์ไปได้ต่อปีแล้วตกแล้วประมาณ $15,000 ... เงินก้อนนี้เนี่ยเป็นเงินเก็บที่เก็บได้แน่ๆ เพราะมันเป็นค่าใช้จ่ายที่หนูต้องจ่ายเกี่ยวกับที่พักอยู่แล้ว ... เงินก้อนนี้สามารถเก็บรวมๆ เอาไปดาวน์บ้านได้ เพราะถ้าวางเงินดาวน์เยอะ เราจะได้ๆ ดอกเบี้ยถูกๆ จะได้ไม่ต้องจ่ายค่า Mortgage นานเกิน หรือว่ามากเกินความจำเป็น คุยกันเอาไว้ว่ายังไงต้องเก็บเงินสำหรับเกษียณ เห็นพ้องกันว่าถ้าอยู่ด้วยกันจริงๆ แก่ตัวมาจะไปอยู่เมืองไทย เงินเก็บสำหรับเกษียณ รวมกับเงินที่ได้จากประกันสังคมถ้าตอนนั้นมีจริงๆ ก็คงจะทำให้ชีวิตในเมืองไทยสบาย ไม่ลำบาก ... ถ้ามีลูกจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าลูกจะเลี้ยง จะดูแลไหม มีก็ต้องทำใจ และก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ วางแผนให้ตัวเองดีๆ ก่อน ของขวัญที่จะให้ลูกได้อย่างหนึ่ง ถ้ามีลูกจริงๆ คือ ไม่ทำตัวให้เป็นภาระของลูก อย่างน้อยๆ แก่ตัวมา หรือว่าเจ็บป่วยขึ้นมา จะได้ไม่ต้องไปพึ่งพาเขา

 

 Small Talk

 

ก็แฮปปี้น่ะ เพราะดูแล้วเราคิดในสิ่งเดียวกัน และมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน ตอนนี้ก็รออย่างเดียว รอให้เรามั่นใจมากกว่านี้ และรู้จักกันและกันมากกว่านี้ ... ส่วนเรื่องแต่งงาน คงต้องจัดที่ Maui, Hawaii แน่ๆ เพราะว่าที่เจ้าบ่าวรีเควสมา ถ้าแต่งงานจริงๆ ยังไงต้องจัดที่เมืองไทย แต่แบบพิธีสำหรับเราสองคน คงเป็นชายหาดหาดใดหาดหนึ่งที่ Maui แน่ๆ เพราะ Neil ชอบที่นั่นมากๆ และก็คิดว่าที่นั่นคือ สถานที่ที่เหมาะที่สุด สำหรับฉลองวันสำคัญของเรา

 

 

มีเรื่องดีแล้วก็มีเรื่องกึ่งเศร้า กึ่งดีอ่ะนะ

 

 

  Small Talk

เสื้อที่โรงพยาบาลแจกให้กับพนักงานเป็นการขอบคุณในช่วง Snowstorm ที่ผ่านมา

 

Barri ย้ายไปอยู่ Connecticut ประมาณ 3 เดือน หนูคงเหงาไป 3 เดือน รายนี้เจ้าตัวมีแฟนที่คบหากันมานาน แต่แบบ Barri ยังไม่แน่ใจ ... ถึงขนาดว่า Lee ซื้อแหวนเตรียมขอแต่งงานเต็มที่ แต่แบบพอ Barri รู้ระแคะระคายขึ้นมา เลยนั่งคุยกับ Lee ตรงๆ ว่ายังไม่พร้อม ... จริงๆ เพื่อนหนูพร้อมแล้วล่ะ พร้อมมีครอบครัว มีลูก แต่แบบเจ้าตัวยังกลัวว่าเจ้าบ่าวควรจะเป็นคนนี้แน่หรือเปล่า ทริปนี้เลยเป็นทริปค้นหาตัวเอง ... ซึ่งหนูก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่แบบหนูอยากให้ Barri หาตัวเองให้พบว่าจริงๆ แล้ว ตัวเองต้องการอะไรแน่ๆ เพราะจะว่าไปมันไม่แฟร์สำหรับ Lee อ่ะ

ส่วน Chad ขานี้ได้งานใหม่แล้ว หวยมาออกที่คลีนิคแห่งหนึ่งไม่ไกลจาก University of Michigan ที่ Ann Arbor ... Chad ได้ offer จากโรงพยาบาล และคลีนิคหลายที่มากๆ แต่แบบมาเลือกคลีนิคที่ Ann Arbor เพราะว่ารายได้ แล้วก็ Benefits ต่างๆ ที่เขามอบให้ ถึงไม่ใช่การย้ายไปอยู่ที่ Chicago เหมือนที่เจ้าตัวตั้งใจไว้แต่แรก แต่แบบเราจะนัดเจอกันที่นั่นทุกปี ... หนูดีใจที่ Chad เลือกที่นี่ เพราะรายได้ แล้วก็ความก้าวหน้าในด้านของอาชีพการงาน อีกอย่างทำงานที่นั่น ทางรัฐบาลยังจ่าย Student Loans ให้ Chad ตกปีล่ะ $20,000 ด้วย เพราะ Chad เลือกทำงานในย่านที่มีคนยากจน ในย่านที่ต้องการหมอ หรือว่าพยาบาลมากๆ .. งานนี้หนูดีใจกับเพื่อน แต่แบบก็อดเสียใจกับตัวเองไม่ได้ เราเป็นเพื่อนกันมานาน ตั้งแต่สมัยเรียน จนถึงทุกวันนี้ก็ทำงานทีเดียวกัน เพราะฉะนั้น Chad เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของหนู พอเพื่อนจะย้ายไปจริงๆ ก็ทำให้หนูอดเศร้าไม่ได้ แล้วแบบเจ้าตัวมีเวลาย้ายแค่เดือนกว่าๆ เท่านั้น ต้นเมษา Chad กับ Kyle ก็ย้ายไปอยู่ที่นั่นแล้ว

มีพบก็มีจากอ่ะนะ ... พยายามไม่ซีเรียส แล้วก็ไม่คิดอะไรมาก แต่แบบมันก็อดคิดถึงเพื่อนไม่ได้

 

 

 

ป.ล.

ได้หยุดยาวหนึ่งสัปดาห์ มีกิจกรรมทำทุกวัน ... ว่าจะเก็บ จัดตู้เสื้อผ้าใหม่ ก็ไม่รู้จะมีเวลาไหม เพราะพรุ่งนี้มีนัดทานข้าว บริจาคของ แล้วก็ไปจัดการทำภาษี (ซะที) บ่นๆ มานาน แต่แบบยังไม่ได้ทำอะไรให้มันเป็นเรื่องเป็นราวเลย พรุ่งนี้ถึงเวลาทำซะที ... อีกอย่างต้องแวะเอารถไปทำ Emission ด้วย เพราะว่าต้องเอารถไปเสียภาษีสำหรับปีนี้

 

 Small Talk

 

ส่วนวันถัดมา วันพฤหัส ... ช่วงค่ำๆ เป็นวันเกิดของตัวเเอง มีนัดทานข้าวกับ Neil เจ้าตัวบอกว่า ขอจัดงาน ขอเซอร์ไพร์สจริงๆ วันเสาร์น่ะ เพราะเขาต้องทำงาน ก็โอเคอ่ะ มีเลข 3 นำหน้าแล้ว จะเง้างอนแบบสาวๆ ก็กระไรอยู่ เหอ เหอ

ส่วนวันศุกร์ มีนัดกับพี่อิน ... ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ Neil จะมาอยู่ด้วยตลอด กิจกรรมเพียบอย่างนี้ คงได้พักจริงๆ ยากหน่อย

 

 Small Talk

 

ส่วนของขวัญให้ตัวเองปีนี้ นอกจากจะเป็นตั๋วเครื่องบินเดินทางไปเมืองไทย, เมืองจีน, Costa Rica, และประเทศในแถบ South America อย่าง Brazil, Peru, Chile, Argentina แล้วก็ประเทศต่างๆ ในยุโรปแล้ว ก็คงเป็นหนังสือ สั่งหนังสือใหม่มา 3 เล่ม บอกไม่ถูกว่าอยากจับ อยากอ่านเล่มไหนกันแน่ เพราะดูแล้วน่าอ่านไปหมด ... สั่งไป จะได้หนังสือในวันเกิด คือ วันที่ 24 กุมภาพันธ์พอดี หุ หุ

 

 Small Talk

 

 

 

 Small Talk am-noo
23 ก.พ. 2011 เวลา 12:53 น.

 

     Share

<< +++ Things to Smile About ++++++ Pre - Birthday +++ >>

Posted on Wed 23 Feb 2011 14:14
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh