เค้กใบเตย ... นิ่มมม
T.A.G.
cupcakes & whitechoc frosting
โลกนี้ไม่มีอะไรแฟร์
เบื่อ wdw's cupcakes หรือยัง?
ทำเค้กผลไม้กับพี่นุก
บาหลี Bali
cupcakes แปลกๆ กับผีแม่บ้าน
Playing with Cupcakes 3
Shanghai ลมแรงจัง
เชียงไฮ้ปวดหัวมาก
mini cupcakes
osaka วันสุดท้าย
osaka หนาวกว่า
i made Cupcakes
เจนีวาขาเด๊บ
ปารีสหนาวมาก
Make Over กับ Lips
ลอนดอนแดดออก
Rome เมืองโปรด no.1
High Tea @ Babington's Tea Room
it's me.
Rome : เลาะแผนที่
afternoon tea in London
สั้นๆได้ใจความ
Washington DC
Manchester แสนเครียด
miss you
แม่ครัวจำเป็น
คลิปหลุดwonderwall
Korean Makeup
i will miss you
galley .
ลืมวันเกิดเพื่อน
2 days with 3.5 euro in Paris
butterfly in my stomach
หายตัว
old town tour : Geneva
ฮานาย่า
ร้าน Noon Wonderwall*
เที่ยว Tunis
Zurich 1
Zurich 2
Zurich3
Morrocco
Greece 1
New York1
New York2
Seyshells
มัลดีฟ 1
มัลดีฟ 2
New York3
Munich1
Munich2
Rome1
Rome
Rome2
London
London2
Paris
Paris2
Nepal
Frankfert
Berlin
Nirobi:Kenya
South Africa
Geneva
Vienna






 


 

note:  นี้เขียนขึ้นใหม่แต่ว่าใส่เข้ามาในช่วงปี 2008 เพื่อส่งเข้าประกวด Thailand Blog Award 2010 ค่ะ เหตุผลที่ทำไมไม่ไปอัพเดทในบล๊อกปี 2010 ก็เพราะว่าเผื่อท่านคณะกรรมการจะอยากอ่าน entry ท่องเที่ยวอื่นๆของดิชั้นสมัยที่ยังเป็นแอร์สาววัยขบเผาะอยู่น่ะสิ ที่เลือกเขียนเกี่ยวกับ Rome ก็เพราะว่าเคยเขียนข้อมูลเก็บที่มีประโยชน์เก็บไว้นานแล้วแต่ไม่เคยนำมาเปิดเผยต่อสาธาณชนมาก่อน แล้วที่สำคัญรูปที่ Rome ของเราก็เยอะมากด้วย (รูปภาพในบล๊อกนี้ถ่ายเองทุกภาพ ดังนั้นจึงขอสงวนสิทธิ์มา ณ ที่นี่นะคะ)  คราวนี้เลยนำทริป Rome ประมาณ 2-3 ทริปมาผนวกเข้าด้วยกันเป็นหน้านี้นั่นเองค่า ไปอ่านกันเลยดีกว่า ...






 Rome เมือง ปรด no 1

เตรียมตัวออกเดินทางท่องเมืองโรม

Rome เมือง ปรด no 1


 

ถ้าเปรียบโรมเป็นคน เราก็คงจะบอกรักเค้าไปนานแล้ว

“เราตกหลุมรักเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ เพราะเธอมีเสน่ห์น่าค้นหา บางครั้งก็เจ้าชู้นิดๆ เธอดูเหมือนเป็นคนฟุ่มเฟือย แต่งตัวเยอะ แต่ในขณะเดียวกันเธอก็เป็นคนติดดิน เธอเป็นคนที่มีศิลปะในหัวใจ และที่สำคัญไม่มีใครโรแมนติคเท่าเธอ แล้วแบบนี้จะไม่ให้เรารักเธอได้ยังไง”

 

ทำไมโรมถึงเป็นเมืองที่เราและใครๆก็รักล่ะ ก็เพราะ

 

โรมเป็นเมืองที่ …

 

·        มีสถานที่ชื่อดังให้เยี่ยมชมเยอะมาก สามารถเดินเท้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้ทั้งเมือง

·        สุดยอดโรแมนติคทั้งบรรยากาศของเมืองและผู้คน (ซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องของความรัก) 

·        ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไม่สูงอย่างที่คิด เมื่อเทียบกับประเทศในยุโรปตะวันตกประเทศอื่น

·        ทุกอณูของเมืองนี้มีเบื้องหลังประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ยาวนาน

·        อัตราความหนาแน่นของคนหน้าตาดีสูงมาก (หนุ่มอิตตาเลียนเดินมา 10 คนจะหล่อไปแล้ว 9)

 

 

ครั้งแรกของเราที่สองเท้าได้มาเหยียบโรม คือเมื่อ ฤดูร้อน ปี 2005 และหลังจากนั้นก็กลับมาเยี่ยมที่นี่อีกจนเกือบครบทุกฤดู แต่ที่ชอบก็น่าจะเป็นหน้าร้อน เพราะเมืองนี้เหมาะกับแสงแดดเมดิเตอเรเนียนส้มๆอุ่นๆ มากกว่าฝนปรอยๆในหน้าหนาว

 

ใครที่จะมาโรมเป็นครั้งแรก สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการเดินทางคือ แผนที่และรองเท้า

 

เดินที่นี่ ต้องยอมรับว่า ชีพจรลงเท้าจริงๆ  สำหรับสาวๆที่ชอบใส่ส้นสูงอาจจะลำบากหน่อย  เพราะถนนหนทางที่โรมมีพื้นเป็นหินก้อนไม่ใหญ่มาก นำมาเรียงกันทั่วเมือง สาวๆหลายคนประสบปัญหา  “ส้นสูงติดตามร่องหิน”กันเป็นแถว อาการที่พบบ่อยคือหลายคนพอเหยียบลงไปแล้วไม่สามารถถอนเท้าออกมาได้ หนักกว่านั้นบางคนเป็นซินเดอเรลล่า เดินไปแล้วสองสามก้าวเพิ่งรู้ว่าเดินเท้าเปล่า พอหันไปมองก็พบว่าทิ้งให้รองเท้าปักอยู่เบื้องหลัง ต้องเดินกลับไปถอนออกให้ได้อายกัน (ก้มหน้ายอมรับว่าเคยมาแล้ว) ดังนั้น สาวๆควรเลือกรองเท้าใส่สบายส้นเตี้ยจะเหมาะกว่า จะได้ไม่เจ็บเท้าด้วยนะ

 

งานนี้ รองเท้า กับแผนที่ มาเป็นคู่กัน ถึงเราจะเป็นคนเดินหลงทางเก่งยังไง เรากลับประหลาดใจที่สามารถเดินจากที่หนึ่งไปยังอีกที่นึงได้แบบไม่หลงทาง ก็เนื่องจากแผนที่เขาทำไว้ดีมาก ใส่รายละเอียดของถนนเล็ก ตรอกน้อย และสถานที่ต่างๆไว้อย่างละเอียด  อาจจะตาลายไปบ้างแต่เมื่อเริ่มเดินตามแผนที่ ก็จะสนุกเหมือนเล่นตามหาลายแทงขุมทรัพย์ยังไงอย่างนั้นเลย

 

ครั้งแรกของเรามีรองเท้า แผนที่ และเงา เป็นเพื่อนในการเดินทาง …

สถานทางประวัติศาสตร์แห่งแรกในโรมที่เราเริ่มต้นคือ โคลอสเซียม (Colosseum/Colosseo) ซึ่งเคยเห็นมาบ้างแล้วจากฉากสุดอลังการในภาพยนตร์เรื่องแกลดิเอเตอร์ และภาพประกอบหนังสืออ่านนอกเวลาสมัยมัธยมปลายเรื่องเบนเฮอร์

 

โคลอสเซียมถูกสร้างมาตั้งแต่ 70 ปีก่อนคริสกาล สำหรับเราจึงให้ความเคารพในฐานะของโบราณสถาน มีคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์มากกว่าความสวยงาม มีรูปร่างเป็นต้นแบบของสนามกีฬาทุกวันนี้ เป็นที่ที่นักรบสมัยก่อนใช้ต่อสู้ช่วงชิง และประกาศความแข็งแกร่ง ถึงขั้นตัดสินความเป็นตาย

 

ด้านหน้าของโคลอสเซียมจึงมีกลิ่นไอของอดีต ให้เห็น สร้างความคึกคักให้กับสถานที่ได้ดีทีเดียว มีคนแต่งตัวเป็นนักรบโบราณใส่ชุดเกราะถือโล่ สามารถไปถ่ายรูปด้วยได้คำเตือน : หากใครต้องการถ่ายรูปกับแกลดิเอเตอร์เหล่านี้ ควรจะถามราคาค่าถ่ายรูปด้วยก่อนเข้าไปถ่าย เพราะบางครั้งถ่ายไปแล้ว โดนแกลดิเอเตอร์เก็บค่าถ่ายแพงมากก็มี ซึ่งจะมีตั้งแต่ห้ายูโรขึ้นไป  แถวนี้ยังมีรถม้าให้เช่า ซึ่งราคาค่อนข้างแพง สำหรับเราเพียงแค่ถ่ายรูปนักท่องเที่ยวคนอื่นนั่งรถม้าชมเมืองก็พอใจแล้ว

 


Rome เมือง ปรด no 1

Colosseo

Rome เมือง ปรด no 1

คราวนี้ยอมเสียค่าเข้าไปดูข้างใน Colossio ราคา 11 ยูโร

Rome เมือง ปรด no 1

เก๋เนอะ แตกแล้วกลายเป็นคำว่า POP

Rome เมือง ปรด no 1

ภาพนี้ยังกะถ่ายที่อยุธยา

Rome เมือง ปรด no 1

จินตนาการถึงสมัยก่อนที่มีการต่อสู้ที่นี่

Rome เมือง ปรด no 1

ที่ข้างล่างเอาไว้ขังสัตว์ที่จะเอาไว้ต่อสู้

Rome เมือง ปรด no 1

ฟ้าสีสวยดีโน้ะ

Rome เมือง ปรด no 1

เข้าไปในโคลอสเซียมดีอย่างตรงได้เข้าห้องน้ำปลดทุกข์

Rome เมือง ปรด no 1

แดดส่องยามเที่ยงๆ

Rome เมือง ปรด no 1



 

มีครั้งหนึ่งเราตีตั๋วเพื่อเข้าไปบริเวณด้านในของโคลอสเซียม จากการเป็นแฟนตัวจริงของรายการทีวีชื่อ America’s next top model ก็จำได้ว่า ทางรายการได้มีการนำนางแบบที่เข้ารอบสุดท้าย มาแข่งขันถ่ายภาพกันภายในบริเวณนี้ถึงสองครั้ง แต่สำหรับเราแล้ว การถ่ายให้ได้ภาพตัวเองแบบมีฉากหลังเป็นโคลอสเซียม มีวิธีเดียวคือ ถือกล้องหันหาตัวเองแบบห่างๆ หรือไม่ก็ตั้งกล้องอัตโนมัติไว้แล้วยืนโพสอย่างช่วยไม่ได้

 

เมื่อตัวเรายืนอยู่จุดสูงๆมองลงไปที่ลานประลองที่ทรุดโทรมตามกาลเวลา ทำให้เห็นด้านล่างที่เป็นเหมือนห้องๆกั้นเอาไว้ ที่จริงแล้ว ห้องเหล่านั้นคือคอกที่ขังสัตว์ดุร้ายเอาไว้ใช้ในการต่อสู้ในสนาม เป็นต้นว่าสิงโต หรือเสือ ก็แปลกดีนะที่คนสมัยก่อนต้องพิสูจน์ความเก่งกาจด้วยการต่อสู้กับสัตว์ ที่มีพละกำลังและอายุสมองต่างกัน

 

โคลอสเซียมเดินทางง่ายมาก เนื่องจากมีสถานีรถไฟใต้ดินชื่อ Colosseo อยู่ด้านหน้าเลย ทางซ้ายมือของประตูทางออกจากสถานีก็มีร้านอาหารแบบเร่งด่วนตามที่พบเห็นทั่วไปในโรม นั่นคือเก้าอี้นั่งมีร่มบังแดด มีเมนูจำพวกพิซซ่า พาสต้า มีกาแฟเสิร์ฟ สามารถจิบคาปูชิโน่ไปมองโคลอสเซียมได้ในเวลาเดียวกัน

 

ส่วนร้านขายของที่ระลึกนั้นมีมีตั้งขายอยู่รอบๆบริเวณค่ะ

 

…
,,,,

 

 

 

ไม่ไกลจากโคลอสเซียม ใช้เวลาเดินเพียง  15 นาที ก็สามารถไปยังสถานที่ชื่อดังอีกแห่ง  ให้มองประตู Arco de Costantino แล้วเดินผ่านลงไปยังโบสถ์ Santa Maria (de Schola Graeca) ซึ่งเป็นที่ตั้งของแผ่นหินชื่อดัง The Mouth of Truth (Piazza La Bocca della Verità)

 

Rome เมือง ปรด no 1


 

แผ่นหินทรงกลม ติดกับผนัง ดูขลัง มีรูที่ตาและปาก สามารถเอามือแหย่เข้าไปได้สบายๆ อย่าว่าแต่มือเลย แขนทั้งแขนก็แหย่เข้าไปได้ ตามตำนานว่ากันว่า หากใครพูดโกหกแล้วเอามือแหย่เข้าไปในปากของ The Mouth of Truth ก็จะโดนกัดมือ

เราได้ทำการพิสูจน์แล้วว่า ถึงจะโกหก แต่ก็ไม่โดนกัดมือ

จริงๆตอนที่แหย่เข้าไปก็กลัวอยู่เหมือนกันว่าจะโดนกัดหรือเปล่า เคยคิดเหมือนกันว่า ถ้ามีหนูเข้าไปอาศัยอยู่ในปากนั่นแล้วพอยื่นมือไป ก็อาจจะโดนกัดได้เหมือนกัน ถึงแผ่นหินไม่ได้กัดเสียเอง แต่ก็ไม่ได้มีใครบอกนี่ว่าจะไม่โดนอย่างอื่นกัด จริงไหม?

 

 

Rome เมือง ปรด no 1

 

 

 

 มีคนเข้าคิวยาวตลอดเพียงเพื่อถ่ายรูปกับแผ่นหินชื่อดัง  เวลาต่อคิวถ่ายรูป ก็ต้องมีเพื่อนไปด้วย ตอนที่ไปก็ผลัดกันถ่ายรูปกับเพื่อน แต่พอจะถ่ายหลายรูปหน่อย คนที่ต่อคิวก็จะเริ่มทำเสียงจิ๊จ๊ะ ทำให้เราเริ่มลน เก๊กสวยมากไม่ได้ คนที่ไปคนเดียวจะทำอย่างไรนะ ก็คงจะต้องไหว้วานให้คนที่ต่อคิวอยู่ถ่ายให้อย่างช่วยไม่ได้  คงจะดีมากถ้าได้ไปกับคนรักตอนที่คนไม่เยอะ  แล้วพูดความรู้สึก จากนั้นแหย่มือเข้าไป “ถ้าฉันโกหกเธอนะ ขอให้ฉันโดนกัดมือเดี๋ยวนี้เลย…” 

 

 

ภาพยนตร์ที่เคยมาถ่ายที่สถานที่นี้เท่าที่จำได้ คือเรื่อง Roman Holiday และ Only You

 

…
,,,

 

 

Rome เมือง ปรด no 1 Rome เมือง ปรด no 1
La Fontana di Trevi

 

 

“อธิษฐานสิ แล้วเราจะกลับมาพบกันอีก”

 

จากแผนที่ เมื่อเรามุ่งหน้า เดินตรงเข้าหา น้ำพุเทรวี่ (Fontana de Trevi) เราจะพบกับกระแสของผู้คนที่หลั่งไหลกันมาที่นี่

 

น้ำพุแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เรียกได้ว่าป๊อปปูลาร์ที่สุดแห่งหนึ่งของโรมเลยก็ว่าได้ ตัดสินด้วยจำนวนนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเวลาเช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ ที่นี่ก็ไม่เคยเงียบเหงา  สเน่ห์คงเกิดจากรูปปั้นที่สวยงามอลังการ แบบ Baroque เสียงน้ำไหล และแสงไฟล้อกับน้ำพุที่ลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ ให้ความโรแมนติคอย่างประหลาด

 

มีความเชื่อที่ว่า ถ้าหันหลังให้น้ำพุ ถือเหรียญไว้ในมือขวา แล้วโยนเหรียญข้ามบ่าซ้ายลงไปในน้ำพุพร้อมกับ อธิษฐาน ก็จะได้กลับมาเยือนที่นี่อีก หลายคนขออะไรต่อมิอะไรเพิ่มไปอีกด้วย เหมือนกับตอนลอยกระทงไม่มีผิด   วันๆหนึ่ง ถ้าเก็บเหรียญที่นักท่องเที่ยวโยนลงไปในนบ่อน้ำก็คงมากโข สงสัยเหมือนกันว่าเขาจะเก็บขึ้นมาบ้างหรือเปล่า ถ้าเก็บมาก็คงนำไปใช้ประโยชน์กับเมืองนี้แหละ 


 

Rome เมือง ปรด no 1

เค้าว่ากันว่าวันนึงเหรียญในน้ำพุมีคนโยนประมาณ 1500 ยูโร

Rome เมือง ปรด no 1

สวยจังไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ

Rome เมือง ปรด no 1

เตรียมตัวโยนละนะ

Rome เมือง ปรด no 1

เราไม่ได้ขอเรื่องความรักเลย ขอเรื่องเงินแล้วก็อวยพรน้องนท

Rome เมือง ปรด no 1

พี่ทีกะริชชี่ผู้ร่วมเดินทาง

...

 

เวลาที่ใครรก็ตามไปแตะ หรือมีเด็กซนเ อามือไปวักๆน้ำที่ขอบสระ  ก็จะมีการ์ด คอยเป่านกหวีด ปี๊ดๆๆ คล้ายๆกับเส้นเหลืองรถไฟฟ้า BTS บ้านเรา หากล่วงล้ำแล้วจะโดนเป่าปี๊ดทุกครั้งไป แต่ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่ามีคนที่พยายามจะขโมยเหรียญที่อยู่ในน้ำพุจริงๆ

 

ถ้านับเป็นครั้ง  เราจำได้ว่าตัวเองโยนเหรียญที่นี่ไปสามรอบแล้ว  ไม่เพียงแต่ขอให้ได้มาเหยียบโรมอีกครั้ง แต่เรายัง จะ…

 

"สาธุขอให้ที่บ้านเรามีความสุข ให้น้องชายเรียนเก่งๆ ให้พ่อกับแม่มีสุขภาพดี ขอให้งานราบรื่นเก็บเงินได้เยอะๆ ขอให้ผอมให้สวย รวยในเร็ววัน และสมหวังในเรื่องความรัก มีคนที่เรารักเขาและเขาก็รักเราด้วยเถอะ สาธุ"

คุ้มจริงๆ หนึ่ง ยูโร มิน่าเล่าก่อนโยน ทุกคนถือเหรียญเอาไว้นานมาก

 

บริเวณรอบๆน้ำพุ มีตรอกเล็กตรอกน้อยให้เราได้เดินลัดเลาะเยอะมาก  เพราะน้ำพุเทรวี่เป็นจุดนัดพบของถนนเส้นเล็กๆสามสายที่มาบรรจบกัน  ซึ่งถนนเล็กๆเหล่านี้ก็อุดมไปด้วยร้านอาหาร ไอศกรีม ร้านขายเสื้อผ้า และมีบูติคโรมแรมเล็กๆ หลายแห่ง แทรกอยู่ตามตึกแถวเก่าแก่ที่ยังคงสภาพเดิมเอาไว้

 

ข้อมูลโรงแรมเล็กๆที่น่าสนใจในย่านนี้

 

1. Fellini Bed and Breakfast  

ใครอยากลองพักที่พักสไตล์ Bed & Breakfast หรือ B&B ลองไปพักได้ที่นี่ค่ะ
ที่อยู่
Via Rasella, 55 - 00187
โทรศัพท์  
+39 0642742732
แฟกซ์  39 0642391648 SMS 39 3471437059
อีเมล : info@fellinibnb.com
เวบไซด์
: http://www.fellinibnb.com

 

2. Hotel Fontana Roma

โรงแรมเล็กๆที่ตั้งอยู่ตรงตึกแถวเก่าแก่หน้าน้ำพุเทรวี่เป๊ะๆเลย สังเกตง่ายมาก สร้างขึ้นตั้งแต่สมัย 1700’s

ที่อยู่  Piazza di Trevi, 96 - 00187

โทรศัพท์  +39 06 6791056 +39 06 6786113

แฟกซ์ +39 06 6790024
 
http://www.hotelfontana-trevi.com

 

3. Boutique Hotel Trevi

เดินออกจากน้ำพุไปแค่สองสามนาที ก็จะเห็นโรงแรมเล็กๆในตึกแถว มีกระจกใสโปร่งๆ ป้ายอาจไม่ชัดเจนนัก

ที่อยู่  via Delle Muratte, 90/92 – 00187

เวบไซด์  http://boutiquehoteltrevi.hotelinroma.com

หวานมัน ฉันคือเจลาโต  :  Gelato

 

 

รอบๆน้ำพุซึ่งมีตรอกเล็กๆหลายตรอกนั้นเต็มไปด้วยร้านค้าและของกิน ทุกๆสามสี่ก้าวที่เดิน จะเจอร้านไอศกรีมแบบเจลาโตให้เห็นเสมอ ใครล่ะไม่ชอบไอศกรีม  หน้าร้านไอศกรีมพวกนี้จะมีจุดสังเกตุที่ง่ายมาก หนึ่งคือมักจะมีไอศกรีมยักษ์ของปลอม สีสดๆตั้งไว้ที่หน้าร้านเพื่อบอกให้ทราบว่า "มีไอศกรีมขายนะ"  สองคือจะมีคนไปมุงๆซื้อกันโดยเฉพาะหน้าร้อน

 

เราเป็นแฟนพันธุ์แท้ไอศกรีมมากไม่ว่าไปที่ไหนก็ต้องมีรูปถ่ายไอศกรีมกลับมาด้วยเป็นพิธีเสมอ ... เวลาผ่านหน้าร้านไอศกรีมเจลาโต แล้วมองแว้บไปในกระบะใส่ไอศกรีมหลากรสที่วางแข่งกันอยู่ เหมือนไอศกรีมจะมีชีวิตแล้วร่ำร้องให้เราเดินเข้าไป

 

"ซื้อชั้นสิ ซื้อชั้น" รสชิรามิสุพูด

พอสักพัก เฮเซลนัทก็แทรกขึ้นมา  "ชั้นอร่อยกว่านะ หวานมัน"

 

สุดท้ายมนนัทธ์ก็ทนไม่ได้ ควานหาเหรียญยูโรในกระเป๋าออกมาซื้อมันทั้งสองรสนั่นเลย

(ชอบสองรสนี้มาก ถ้าเป็นพวกเชอร์เบตเปรี้ยวๆที่กินแล้วไม่อ้วนจะไม่ชอบ)

 

 

Rome เมือง ปรด no 1


 

จากรีวิวในเวบไซด์ Lonely Planet บอกว่าไอศกรีมร้าน “Gelato di San Crispino” เป็นไอศกรีมเจลาโตที่อร่อยที่สุดในโลก   เราเองก็ยังไม่เคยได้ไปลองสักที เปิดแผนที่ดูจะอยู่ที่ถนน della Panetteria ราคาและบริการไม่แตกต่างกับร้านอื่นแต่ แต่รสชาติเป็นธรรมชาติสุดๆ ใครได้ไปมาแล้วช่วยมาบอกเราด้วยนะว่า อร่อยที่สุดในโลกเนี่ย มันเป็นยังไง :)



Rome เมือง ปรด no 1

กลางคืนก็สวยไปอีกแบบ

Rome เมือง ปรด no 1

ตกดึกคนมานั่งกันเพียบ เพราะเค้าเปิดไฟสวย

Rome เมือง ปรด no 1

ไอติมตอนดึกและหนาว อร่อยนักแล

Rome เมือง ปรด no 1

...
,,,

 

 

 

Rome เมือง ปรด no 1


 

“M·AGRIPPA·L·F·COS·TERTIVM·FECIT”    

 

เมื่อใครไปยืนอยู่หน้าวิหารพาเธออน (Patheon) ก็จะพบกับตัวหนังสือภาษาละตินด้านบนนี้ สลักไว้ที่ซุ้มประตูหินเพื่อบอกให้รู้ว่า พาเธออน สร้างโดย Marcus Agrippa บุตรแห่ง Lucius   

 

หลังจากเราได้ไปเยือนพาเธออนได้สองครั้ง หนังสือเรื่อง Angel and Demons ก็ตีพิมพ์ออกมา เราเลยเริ่มอ่าน แล้วก็พบว่าฉากตื่นเต้นหลายฉากในกรุงโรมถูกนำไปผูกกันจินตนาการของแดน บราวน์ ออกมาเป็นนิยายสนุกๆเรื่องนี้ออกมาได้อย่างแนบเนียน (แม้รู้ว่ามันไม่จริงแต่ก็อินเหลือเกิน)

เพราะฉากระทึกในตอนที่พระคาดินัลถูกสังหารโหดที่นี่ ทำให้เรากลับไปเยือนพาเธออนอีกครั้งเมื่อมีโอกาส

 


Rome เมือง ปรด no 1

วิหารรูปทรงโดม


 

 

จุดเด่นของพาเธออน นอกจากจะเป็นอาคารทรงโดมที่เก่าแก่ที่สุดแล้ว นั่นก็คือช่องเพดาน หรือThe Great Eye ที่อยู่กลางเพดาน   หลังคาของพาเธออนมีรูขนาดใหญ่ เปิดโล่ง มีแสงอาทิตย์สาดเข้ามาตลอดตราบใดที่ตะวันยังไม่ลับฟ้า เหมือนกระบอกไฟฉายยักษ์ติดอยู่แพดาน ไม่ได้กระจายทั่วห้อง แต่จะฉายลงมาเหมือนกับลำแสงจาก UFO (ในจิตนาการของเราเอง) บางทีแสงก็ส่องไปที่ภาพเขียนบ้าง รูปปั้นบ้าง ที่ประดับอยู่รอบๆผนัง



 

Rome เมือง ปรด no 1

เคยสงสัยนะว่าถ้าฝนตกจะทำยังไง

Rome เมือง ปรด no 1

เสาต้นใหญ่ๆที่ค้ำวิหารอยู่มาเป็นเวลานานแล้ว

Rome เมือง ปรด no 1

รอบๆบริเวณมีร้านอาหารมากมาย กระทั่ง Mcdonald

Rome เมือง ปรด no 1

รูปปั้นหน้าตาประหลาดหน้าวิหาร

 

ในวิหารจะมีงานศิลปะของศิลปินชื่อดังของโลกหลายท่าน ที่มุมหนึ่งนั้นยังเป็นหลุมศพของ Raphael และมีภาพเขียนชื่อดัง Madonna of the Rock ประดับอยู่ด้านหลังด้วย พอเราเห็น ก็จำได้ว่าเคยเห็นภาพเขียนนี้จากหนังสือ สมัยลงเรียนวิชา ศิลปวิทยาการ เมื่อครั้งเป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัย ปีหนึ่ง ตอนนี้ได้มาเห็นของจริงแล้ว ไม่น่าเชื่อเลยแฮะ

 

ถ้าตอนดึก เราเอาพาเธออนเป็นห้องนอน คงได้นอนดูดาวในวันฟ้าเปิด  และคงเปียก ในวันที่ฝนตก  จริงสิ แล้ววันที่ฝนตก ที่นี่จะไม่เปียกไปหมดหรือ ซึ่งเราก็ค้นพบในเวลาต่อมาว่า พื้นของพาเธออน มีการระบายน้ำที่ดี เลยไม่มีปัญหาด้านน้ำขัง  ทำให้ที่นี่คงสภาพที่สมบูรณ์มานานกว่าสองพันปี

 

บริเวณหน้า Pantheon มีแมคโดนัลสำหรับคนที่คิดไม่ออกว่าจะกินอะไร นอกจากนี้ รอบๆบริเวณพาเธออนยังมีร้านอาหารหลากหลายประเภทให้เลือก

 

Armando al Pantheon ร้านอาหารสไตล์โรมันแบบดั้งเดิม
address : Salita Dei Crescenzi 31, tel. 06/68803034

 

Riccioli Café เป็นร้านอาหารทะเลตกแต่งแบบโมเดิร์น มีซูชิบาร์และหอยนางรมด้วย
address : piazza delle Coppelle 10/a   

 

 

 

 

 

 

 

 

เธอคือเมืองแห่งศิลปะ

 

จากการสังเกต เราจะพบว่า เมืองใดก็ตาม ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีศิลปินชื่อดังในยุคก่อนๆ เมืองนั้นก็จะได้รัรบผลกระทบไปด้วยจนถึงทุกวันนี้ เช่นปารีส เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด

 

โรมเองก็ไม่น้อยหน้า … ศิลปินอิสระมีให้เห็นได้ชัดเจนที่โรม โดยเฉพาะที่ Piazza Navona เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมเลยทีเดียว

 

Rome เมือง ปรด no 1
ภาพนักเต้นนั่นสวยจัง

Rome เมือง ปรด no 1
เด็กคนนี้นิ่งดีมากก

Rome เมือง ปรด no 1
ภาพคุ้นตา

Rome เมือง ปรด no 1

 

เรารักบริเวณ Piazza นี้มากๆ โดยเฉพาะตอนเย็นๆในวันที่อากาศร้อน
เรารักลานรูปวงรี ที่มีรูปปั้นบวกน้ำพุอยู่สามจุด เหมือนกับบรรดาตึกรอบลานแห่งนี้จะนัดกันทาตึกเป็นสีในโทนเดียวกันคือเหลืองและส้ม พอมีแสงแดดอุ่นๆ และอากาศแบบเมดิเตอเรเนียนแบบนี้ ทำให้อยากจะนั่งพักไม่ไปไหน

ร้านอาหารแบบกินลม มีคนนั่งแน่นตลอดวัน คนพวกนั้นก็คงจะรักที่นี่เหมือนกับเรานั่นแหละ

 

จุดเด่นของที่นี่คือ เป็นเหมือนตลาดนัดภาพเขียน เพราะลานที่นี่ จะมีศิลปินวาดเองนำภาพเขียนมาวางขาย มีหลายขนาด งานบางชิ้นสวยน่าประทับใจมาก และใหญ่มากด้วย เราได้แต่ยืนมองเพราะไม่รู้จะเอากลับไปยังไง  ถึงจะเป็นร้านวางเป็นซุ้มๆแต่ยืนยันว่าแทบทุกร้านรับบัตรเครดิตค่ะ

 

นอกจากภาพเขียนก็มีวาดภาพเหมือนด้วย โดยที่มีเก้าอี้ตัวเล็กๆนั่งวาดกันตรงนั้นเลย  เราเองก็เคยไปนั่งให้เขาวาดภาพเหมือนแบบนี้สองครั้งในชีวิต ครั้งแรกที่งานกาชาดสมัยยังเด็ก ส่วนอีกครั้งที่แมดริด

 

ความรู้สึกของการโดนวาดภาพเหมือน จะเหมือนกับ เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  คือมีสิทธินั่งอย่างเดียว ห้ามขยุกขยิก เขินๆ ก็ไม่รู้จะมองอะไร เวลาที่คนเขาเดินผ่าน หรือเขามามุง เขาก็จะมองที่ภาพที่คนวาด แล้วก็มองหน้าฉัน แล้วก็มองภาพอีกที ก็จะสังเกตเอาจากหน้าคนที่มามุงนั่นแหละ เวลาใครขำ  ก็จะหวั่นๆว่า เอ๊ะ จะออกมาเป็นยังไงนะ จนเมื่องานเสร็จออกมา หากมันไม่เหมือนเรา หรือออกมา หน้าตลกมาก  ก็จะต้องรักษาน้ำใจคนวาดอีก ว่าเออ ชอบนะ มาโรมคราวนี้ก็เลยไม่ขอนั่งเป็นแบบ แต่ขอเป็นไทยมุง (ในหมู่ฝรั่งมุง)  ก็พอ

 

 

นอกจากภาพเขียนสวยๆแล้ว แถวนี้ยังมีร้านจำพวกของเล่นเด็กแบบมีศิลปะ เช่นร้าน Berte หรือ ร้าน Al Sogno มีดิสเพลย์น่ารักน่ายืนดูทั้งสองร้านเลย ซึ่งจริงๆแล้วผู้ใหญ่ก็ซื้อไปสะสมก็มี ยิ่งตอนใกล้คริสมาส ก็มีงานไม้เป็นพวกต้นคริสมาส และซานต้าให้ได้ดูกัน สินค้าเด่นๆก็ไม่พ้นตุ๊กตาของเด็กผู้หญิง ซึ่งมีหลายขนาด

 

 

Rome เมือง ปรด no 1
ร้านขายของเล่นและโมเดลสวยๆงามๆ

Rome เมือง ปรด no 1

 

 

คนอิตตาเลี่ยนเฟรนลี่ หรือขี้หลีกันแน่ ?

 

แผนที่ในโรมถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยแม่น้ำ Tevere ซึ่ง ตลอดแม่น้ำสายนี้ จะมีสะพานให้ข้ามเป็นช่วงๆ แต่ละสะพานก็ชื่อเรียกเป็นของตัวเอง ในเวลาที่พระอาทิตย์เริ่มเป็นสีส้ม เราเดินข้ามสะพาน Sant’ Angelo ซึ่งตอนนั้นเริ่มมีคนนำของมาขายบนสะพาน   ที่อีกฝั่งนั้นคือ Castel Sant’ Angelo

 

ที่ปราสาท Sant’ Angelo จะต้องเสียค่าเข้าชม 

 

ครั้งแรกที่ฉันเข้าไปเยือน  ระหว่างที่มัวแต่งมหาเหรียญเพื่อเสียค่าตั๋ว ราคา 5 ยูโร  

“อยู่ไหนนะ หนึ่ง สอง สามจุดห้า …”

 

อยู่ดีดีก็มีชายอิตตาเลียนคนหนึ่งพยายามเข้ามาคุยด้วย   (ข้อดีอย่างนึงทีบ่างทีก็น่ารำคาญของหนุ่มอิตตาเลี่ยนก็คือเฟรนลี่เกินเหตุและบางครั้งก็ทำให้เรากลัว หากใครเป็นผู้หญิงต่างชาติแล้วเดินคนเดียวที่นี่ ร้อยทั้งร้อยจะต้องมีคนเข้ามาคุยมาเดินด้วยกันทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องสวยก็ป๊อปปูล่าได้ค่ะ) 

 

ชายคนนี้มีอายุแล้วหละ พยายามคุยด้วยภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงแปลกๆ  แค่ภาษาอังกฤษเพียวๆก็แย่แล้วนี่เพิ่มอิตาเลียนโน่เข้ามาอีกยิ่งไปกันใหญ่ แต่ก็ จับใจความได้ว่า

 

“ผมอยากจะพาเที่ยวปราสาท พอดีเป็นคนงานดูแลปราสาทที่นี่”

 เราก็บอกว่า  “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวซื้อตั๋วเข้าไปก็ได้”

 

 เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวจะพาเข้าไปฟรีนะ เพราะว่ายูสวย !
(เอ๊ะยังไง คำว่าสวยเป็นข้อแม้ในการไม่ต้องเสียค่าเข้าด้วยหรือนี่)

 

จากนั้นก็ดึงมือเราไปที่ประตูเก่าเล็กๆบานหนึ่ง คิดว่าน่าจะเป็นทางเข้าที่เขาใช้เข้าไปทำงานในปราสาท โดยไม่ต้องผ่านตรงทางเข้านักท่องเที่ยว … บรื๋อ ไม่กล้า เกิดเข้าไปแล้วทำอะไรเราล่ะ แย่แน่เลย ก็เลยต้องปฏิเสธมิตรภาพของคุณคนนี้ไป แล้วเสียค่าเข้าเหมือนคนปกติ

 


ในปราสาทก็ดูลึกลับและอึมครึมเหมือนอย่างที่คาดเดาจากภายนอก  ทางเดินขึ้นบันไดนั้นมีเข้าทางโน้นออกตรงนี้เยอะแยะไปหมด เมื่อขึ้นไปถึงระดับหนึ่ง ในปราสาทจะมีร้านค้าให้เราได้หยุดดู  มีร้านอาหารเล็กๆน่ารักให้แวะกินดื่มกันให้สบายใจ ขณะที่เดินวนถ่ายรูปและชมวิว  ชายอิตตาเลียนคนเดิมก็โผล่แว้บมาจากไหนไม่ทราบ เดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่ยังกับนินจา  พอโผล่มาทีก็จะพูดว่า “อ้าว เจอกันอีกแล้วนะ” แหมช่างบังเอิญอะไรอย่างนั้น





Rome เมือง ปรด no 1

มองไปเห็นวาติกันยามพระอาทิตย์ตกดิน

Rome เมือง ปรด no 1

สะพานค่ะ

Rome เมือง ปรด no 1

เหนื่อยแล้ววว

Rome เมือง ปรด no 1

ปราสาท เซนต์ไมเคิลแองเจโล

Rome เมือง ปรด no 1

San Pietro

 

 

ลานบนยอดปราสาทดูเหมือนจะเป็นไฮไลท์ของที่นี่

ทางเดินขึ้นของปราสาทใหญ่ๆกลับเป็นบันไดแคบๆ พอเดินถึงด้านบนสุด จะเจอรูปปั้นสำริดชูดาบทิ่มลงกับพื้น ไม่รู้เป็นยังไงเราถึงชอบรูปปั้นนี้มาก  มองไปรอบๆ จะมองเห็นเมืองโรมได้ทั้งโรมแบบ 360 องศา ในวันที่อากาศน่ารัก จะเห็นก้อนเมฆปุยๆอยู่ใกล้ๆกับตัวเราเลย เป็นภาพที่น่าดูมาก และไม่ไกลจากที่นี่เลย

 

“วาติกันอยู่แค่เอิ้อม”

 

…
,,,

 

 

 

Rome เมือง ปรด no 1

 

ฝนตกนิดๆเวลาเย็นๆ

 
Rome เมือง ปรด no 1


ใครไปไม่ถึงวาติกัน เหมือนมาไม่ถึงโรม

น่าจะจริงตามที่เค้าว่า

 

ครั้งแรกเราเองนั่นแหละที่มาไม่ถึงโรม เพราะรองเท้าคัทชูแบบไม่มีส้น เกิดกัดเท้าจนมีตุ่มใหญ่มีน้ำใสๆอยู่ด้านในทั้งสองเท้า  ตอนที่เห็นวาติกันตอนยืนอยู่ยอดปราสาท San’t Angelo ก็รู้อนาคตตัวเองแล้วว่ายังไงก็ไปต่อไม่ไหว

 

แม้ใจจะสู้ แต่เท้าเรายอมแพ้ไปแล้ว

 

หนึ่งปีหลังจากนั้นเรากลับไปพร้อมกับแซลลี่

แซลลี่เป็นเพื่อนคนไทยที่นับถือศาสนาคริสต์ การได้ไปเยือนวาติกันนับเป็นความสุขที่มองเห็นได้จากแววตาของแซลลี่ โดยเฉพาะเวลาที่เข้าไปในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ แซลลี่จะอยู่ในนั้นนานมาก พอเผลอก็หายตัวไป ซึ่งการตามหากันในมหาวิหารแห่งนี้ก็เหมือนการเล่นซ่อนหาเลย

 

ระหว่างการตามหาตัวแซลลี่อยู่นั้น

 

เราก็ได้ชมความอลังการของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ 

มีคำวิเศษณ์หลายคำ ผุดขึ้นในความคิด เมื่อเดินชื่นชมศิลปะชั้นครูในที่แห่งนี้

 

“ยิ่งใหญ่ สวยงาม อ่อนช้อย ขลัง ปราณีต ล่องลอย เพ้อฝัน”

 

Rome เมือง ปรด no 1

ภายในวิหารเซนต์ปีเตอร์

Rome เมือง ปรด no 1

โรแมนติคจัง

Rome เมือง ปรด no 1

ไร้คู่ T_T

Rome เมือง ปรด no 1

ความงดงามของเพดานวิหารเซนต์ปีเตอร์

Rome เมือง ปรด no 1

แหงนกันสุดริด ภาพไม่ชัดเพราะมืด

Rome เมือง ปรด no 1

 

หลังจากแซลลี่อิ่มบุญ และเราเองก็ถ่ายรูปจนหนำใจแล้ว เราก็เดินออกมาสูดบรรยากาศบริเวณลานหน้ามหาวิหารกัน  แม้จะอยู่ในศาสนสถาน แต่ความโรแมนติคก็บังเกิดได้ที่ใต้น้ำพุใหญ่ ที่พอพลบค่ำก็จะเปิดไฟน้ำพุให้เราได้ตื่นเต้นกัน  แต่สิ่งที่เราชอบเกี่ยวกับลานแห่งนี้ก็คือบรรดาเสาโรมันต้นใหญ่ๆที่ถูกวางโอบล้อมลานโดยมีรูปปั้นเทพเจ้ายืนประจำอยู่บนเสาแต่ละต้น เรารู้สึกราวกับว่าทุกองค์ยืนมองเราอยู่  …

 

สีสันของนครรัฐวาติกัน

นครรัฐวาติกันถือเป็นประเทศเล็กๆประเทศหนึ่งที่ปกครองดูแลตนเอง นอกจากจะมีธนาคาร ห้องสมุด โรงเรียน และทุกๆอย่างเบ็ดเสร็จในตัวเองแล้ว ที่นี่ก็มีผู้คุ้มครองดูแลมาเป็นเวลานานตั้งแต่ปี 1505 นั่นก็คือทหารองครักษ์สวิส

 

ที่ว่าทหารองครักษ์สวิสเป็นสีสันของวาติกันก็เพราะไม่เหมือนที่อื่นๆ โดยเฉพาะเครื่องแบบ มีสีสันสมชื่อจริงๆ เป็นชุดที่มีแขนเสื้อและขากางเกงพองๆ เป็นลายทางสีน้ำเงิน ส้มและแดงสลับกัน (สีเจ็บๆทั้งนั้น)  ว่ากันว่าโดยปกติแล้วคนสวิสเป็นชาติที่เถรตรงสุดๆ ขนาดนาฬิกาสวิสยังเที่ยงตรงเลย ซึ่งนั่นก็คงเหมาะแล้วล่ะที่นครรัฐวาติกันมีทหารองครักษ์สวิสคอยดูแลความเรียบร้อยมาเป็นเวลานานจนถึงทุกวันนี้

 

 

  …


Rome เมือง ปรด no 1

นักเรียกนักศึกษาเพียบ

 

Rome เมือง ปรด no 1

 

เหมือนมีคนยืนมองเราอยู่จากด้านบนตลอดเวลา

 

Rome เมือง ปรด no 1

มิวเซียมปิดประมาณ 5 โมงนะคะ

 

 

...
,,,,

 

มีหลายครั้งที่พอถึงวาติกันแล้ว เราหมดแรงที่จะเดินกลับไปยังจุดเริ่มต้น เพื่อขึ้น shuttle bus กลับโรงแรม คิดว่าหลายคนก็เป็นอย่างนี้ ถ้าเดินไม่ไหวแล้วก็พึ่งยานพาหนะเถอะ ชวนเพื่อนๆที่มาด้วยกันหาทางกลับกันเถอะ ..

1.Metro station  จากเสาโรมันต้นแรกสุดของทางซ้ายมือ ให้เดินออกไปตามทางเดินซ้ายมือ แล้วเดินตรงไปตลอด จะเจอสถานีรถไฟใต้ดิน Ottaviano ใช้เวลาเดินสักราวๆ 15 นาที ระหว่างทางก็สามารถเอ็นจอยกับร้านขายของที่ระลึกที่มีอยู่ตลอดแนวถนน ซึ่งถูกกว่าย่านอื่นๆ

2.Taxi เราว่าหากมากันหลายคน นั่งแท็กซี่ก็เป็นอะไรที่สะดวกดี และเสียคนละไม่แพงมากด้วย เพราะแท็กซี่ที่โรมก็ไม่ได้แพงจนน่าเครียดเหมือนประเทศแถบยุโรปอย่างพวก ลอนดอน หรือปารีส ราคาพอสู้ได้ค่ะ การนั่งแท็กซี่ที่โรมก็เป็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเราด้วย เพราะคุณแท็กซี่ที่นี่ช่างขับลัดเลาะเก่งเหลือเกิน ขนาดซอยแคบๆที่รถแทบจะผ่านไม่ได้ ก็ผ่านได้หมด เข้าซอยโน้นทะลุซอยนี้ ปรู้ดปร้าดดีเหลือเกิน แต่ก็ต้องคอยดูด้วยว่าเขาจะกดมิเตอร์ไหม หรือบางครั้งพอจอดแล้วก็เคยเหมือนกันที่คุณแท็กซี่รีบกดมิเตอร์ทิ้งแล้วบอกราคาที่แพงกว่า   หน้าวาติกันมีคิวแท็กซี่จอดรออยู่ สามารถเดินไปขึ้นได้เลยค่ะ

 

 

 

 

ส ว ร ร ค์ ข อ ง นั ก ช้ อ ป

 

มีนักช้อปหลายคนที่ลืมเรื่อง sight seeing ไปเลย แต่กลับอุทิศชีวิตการเดินเที่ยวในโรมเต็มๆวัน ให้กับแหล่งช้อปปิ้งชื่อดัง รอบๆบริเวณ Piazza di Spagna  หรือบันไดสเปนแทน

 

หน้าบันไดนี่ก็ช่างคึกคักอะไรอย่างนี้ มีบันไดเป็นร้อยๆขั้น แต่ไม่มีบันไดขั้นไหนว่างเลย มีนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก แม้กระทั่งคนอิตตาเลียนเองก็เถอะ นั่งพักกันเหมือนจะไม่ลุกไปไหน เต็มบันไดสเปนไปหมด เหมือนกับงานกีฬาสียังไงอย่างนั้น

เขานั่งทำไมและมองอะไรกันนะ?  เราคิด

 

ถนนเส้นที่หันหน้าเข้าหาบันไดสเปน เป็นถนน shopping สุดแสนอลังการ และหรูหราที่สุดในโรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ร้านบูติคแบรนด์ดังๆ ก็จะพยายามเปิดร้านใกล้กับตรงหน้าบันได 

 

ที่เห็นชัดๆ มีทั้ง LV, Gucci สองร้านนี้เปิดใกล้ๆกันแล้วก็ขายดีตลอดเวลาที่ปิดขาย LV ซื้อที่นี่ก็ถูกกว่าเมืองไทยมาก โดยเฉพาะหลังทำ Tax Refund ที่สนามบินตอนขาออก มีหลายครั้งที่เห็นคนไทยเดินถือถุงช้อปปิ้งจากร้านดังที่ถนนเส้นนี้ …

 


Rome เมือง ปรด no 1

ในวันที่เดินคนเดียว

Rome เมือง ปรด no 1
ตอนเดินหน้าร้านพวกแบรนด์

Rome เมือง ปรด no 1

สังเกตุคนขวาสุด นั่นแหละอย่างที่บอก เอาเสื้อผูกๆแบบนี้เพียบ

Rome เมือง ปรด no 1

เฟอรากาโม่

Rome เมือง ปรด no 1 
ลาเพอร่า ชั้นในไฮ-เอน

Rome เมือง ปรด no 1

ร้าน coffe shop ที่เปิดมานานมากกก นานกว่าร้านน้ำชานั่นอีก

Rome เมือง ปรด no 1
ดิออร์

 

Dior, Hermes, Bally, Ferragamo ฯลฯ สรุปว่ามีมาทุกแบรนด์ พอห่างจากบันไดออกไปหน่อย ก็จะมีแบรนด์เสื้อผ้าที่ราคาที่เราพอจะซื้อได้ เช่น Zara Mango

 

ปลายฤดูใบไม้ร่วงปี 2008 ที่ผ่านมา

สาวไทยคนหนึ่งเริ่มล้าจากการเดินทางมาทั้งวัน อากาศในตอนเย็นก็เริ่มเย็นจนเกือบจะหนาว
เธอหยิบเสื้อแจ๊คเก็ตเคลือบมันสีแดงแปร๊ดออกมาสวมทับชุดแสคเสื้อสีเงินกับกระโปรงผ้าไหมเอวสูงสีดำ

ความรู้สึกตอนนั้นก็คือ “หิวและเหนื่อย”

 

เธอเดินผ่านร้านกาแฟสัญชาติอิตตาเลียนชื่อดังอย่าง Antico Café Greco ซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี 1760 ฝั่งตรงข้ามกับร้าน Hermes แต่เพราะคนพลุกพล่านมากในร้าน เธอจึงเดินผ่านไป จนกระทั่งเธอมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าบันไดสเปน ทางด้านขวามือของบันได และเป็นซ้ายมือของเรานั้น มีร้านที่ดูจะเชื้อเชิญเราเข้าไปนั่งอยู่ร้านนึง

ซึ่งดูจากชื่อแล้ว ออกจะมีความเป็นผู้ดีอังกฤษม้ากมาก (แล้วทำไมมาอยู่ที่โรมล่ะ หืม?)  ด้วยความที่เป็นคนรักการดื่มชาเธอจึงไม่รอช้าจะที่เข้าไปพักผ่อนร่างกายและจิตใจในร้านน้ำชาแห่งนี้ …

 

 

 

Babington’s Tea Room

 


Rome เมือง ปรด no 1

โลโก้ของร้านคือแมวดำค่ะ

 


Rome เมือง ปรด no 1

ดูความเก่าของร้านสิคะ

Rome เมือง ปรด no 1

กาน้ำชาจุกแมว

Rome เมือง ปรด no 1

แซนวิช ไม่ค่อยอร่อยนะ

Rome เมือง ปรด no 1

ชอบกินชาใส่นมกับน้ำตาล

Rome เมือง ปรด no 1

ถึงตอนยกพวกนี้มา โต๊ะข้างๆเริ่มมอง ยัยนี่กินคนเดียวหรอ

Rome เมือง ปรด no 1

scone อร่อยใช้ได้เลย

Rome เมือง ปรด no 1

ส่วนอันนี้บางอันไม่อร่อยค่ะ

Rome เมือง ปรด no 1

ออกมาจากร้านก็มืดแล้ว

 

เขียนเอาไว้ที่หน้าร้านด้วยความภูมิใจว่า  1863 แปลว่าเปิดทำการมานานแล้ว

เมื่อก้าวเข้าไปในร้านจะเจอส่วนของ shop ขายของน่ารักๆของร้าน ไม่ว่าจะเป็นพวกชุดน้ำชา ที่ชงชา ใบชา และขนมของทางร้าน ซึ่งทุกอย่างจะมีสัญลักษณ์ของร้านติดอยู่ เป็นคือแมวดำ

ถัดจากร้านค้าเข้าไปก็จะมีที่นั่งหลาย section ทีเดียว โต๊ะที่ดีที่สุดในความรู้สึกของเราคือโต๊ะแรกริมหน้าต่างเพราะยังได้รับแสงอาทิตย์และใกล้หน้าต่างน่ารักๆด้วย

 

 พนักงานในร้านใส่ชุดเครื่องแบบสีเขียวอ่อนมีลายแมวดำตัวเล็กๆ เมนูในร้าน นอกจาก ชา กาแฟ  ขนม แล้วก็ยังมีอาหารเบาๆ เช่นพวกสลัดและพาสต้าด้วย  สำหรับเมนูที่นี่ ราคาค่อนข้างแพงจนน่าตกใจ เพราะเฉพาะชาเดี่ยวๆแบบไม่มีขนมมาด้วยก็ตกประมาณ 9 ยูโรเข้าไปแล้ว

 

ด้วยเหตุผลบางประการ สาวไทยนักดื่มชาคนนั้น จึงลองสั่ง high tea มาทานให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย

ในลำดับของ high tea นั้นนอกจากชุดน้ำชาหนึ่งชุดแล้วยังมีบรรดาขนมทะยอยมาเสิรฟอันได้แก่

- แซนวิชเล็กๆหนึ่งจาน มีหลายหน้า ได้แก่หน้าแซลมอน ครีมฟัวกรา และทูน่า
- ครัมเปทร้อนๆกับแยมสตรอเบอรี่

(วันนั้นครัมเปทคงหมด เธอจึงได้กินขนมสโกน กับคอตเต็ดครีมและแยมสตรอเบอรี่แทน)

- เค้กชิ้นเล็กๆ และคุกกี้ชิ้นเล็กๆในจานเดียวกัน

 

ว่าไปแล้วนอกจากสโกน ขนมอันอื่นๆก็ไม่ได้อร่อยมากอย่างที่คาดคิดเอาไว้ แต่ที่เยี่ยมจริงๆก็น่าจะเป็นชาของที่นี่ ซึ่งจะเสิรฟในชุดกาน้ำชาเงิน มีหัวจุกเป็นรูปแมว ชงจากใบชา และมีกาน้ำชาอีกอันเป็นน้ำร้อนเอาไว้เติมใส่อีกตอนหมด

 

ตลอดเวลาที่ขนมทะยอยมาเสิรฟ เธอสังเกตว่าคนอิตตาเลียนโต๊ะตรงข้าม และผู้หญิงฝรั่งเศษโต๊ะข้างๆ เริ่มหันมามองในความกินเก่งของสาวไทยนางนี้ เพราะของที่ยกมา สามารถกินกันได้สามสี่คนเลยทีเดียว

 

และแล้วเธอก็กิน high tea เกือบหมดหนึ่งชุด

ค่าเสียหายสำหรับ high tea หนึ่งชุดสำหรับคนที่ไปคนเดียวอยู่ที่ 29 ยูโรค่ะ

 

 

…

 

พออิ่มแล้วคนเราก็มีกำลังใจในการเดินทางต่อไป

 

 

 

 

ถนนคนรักวินเทจ


Rome เมือง ปรด no 1


 

ทั้งๆที่มีกลุ่มคนที่รักเสื้อผ้าวินเทจกันมาเป็นเวลานานแล้ว แต่เรากลับเริ่มรู้สึกว่าสไตล์นี้ “เจ๋ง” ก็เมื่ออายุใกล้เลขสามเข้าไปแล้ว   เมื่อหลุดเข้าไปในร้านเสื้อผ้าเหล่านี้ก็ยิ่งหลงในเสน่ห์ของมัน ถึงแม้จะเอามาใส่เดินถนนในทุกๆวันไม่ได้ เพราะแบบเสื้อบางตัวช่างสุดโต่งเหลือเกิน แต่ก็อยากจะซื้อไว้ในครอบครองเพื่อความสุขเล็กๆในบางครั้ง

 

ในโรมนั้นอาจจะมีร้านวินเทจไม่สะพัดเท่ากับลอนดอน (แน่นอนลอนดอนเป็นเหมือนเจ้าแม่วินเทจตัวยง) แต่ก็มีอยู่ย่านหนึ่งที่มีร้านเสื้อผ้าย้อนยุคเหล่านี้ รวมทั้งเสื้อผ้ามือสองเท่ๆด้วยอยู่หลายร้านมากๆ

 

ไม่ไกลจาก Piazza Navona บนถนน Vittorio Emanuele II เป็นย่านที่เต็มไปด้วยบรรยากาศ retro   เพราะมีร้านวินเทจหลายร้านประปรายตามถนนเส้นนี้   หากนั่งรถบัสไปให้ลงที่สถานีชื่อเดียวกับถนน Corso Vittorio Emanuele II   เราเลยอยากจะรวมที่อยู่ร้านพวกนี้ไว้เผื่อวันนึงที่ใครได้ไปจะได้ไปเดินโฉบๆดูค่ะ

 

Distances

ร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับวินเทจ ยุค 60’ และ 70’

ที่อยู่  Via della Chiesa Nuova 17, Centro Storico

โทรศัพท์  06 683 33 63

Omero & Cecilia
นอกจากจะมีเดรส และพวกเสื้อโค้ทแล้ว ที่ร้านยังมีกระเป๋าหนัง รองเท้า และผ้าพันคอเก๋ๆเพียบ

ที่อยู่ : Via del Governo Vecchio 110, Centro Storico
โทรศัพท์ 06 683 35 06 (info)

Seconda Mano

ขายเสื้อผ้ามือสองแต่ทางร้านได้นำเสื้อผ้ามาดัดแปลงเองให้ดูร่วมสมัยมากขึ้น

ที่อยู่ : Via del Governo Vecchio, 85

 

Abiti Usati

เป็นที่สุดของร้านเสื้อผ้ามือสอง ถ้ามีเวลาก็ต้องคุ้ยกันหน่อยเพราะเสื้อผ้ากองเป็นภูเขาเลากา
ที่อยู่ : Via del Governo Vecchio, 35

 

Mado

ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นยุ 1930’s เป็นเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ยุคคุณย่าคุณยายอิตตาเลี่ยนเขาใส่กัน
ที่อยู่ : Via del Governo Vecchio, 89A

 


และขอปิดท้ายด้วยภาพของกินจาก Rome ค่า

 



Rome เมือง ปรด no 1


ที่นี่ พิซซ่าเป็นเพียงอาหารเรียกน้ำย่อย

 

Rome เมือง ปรด no 1


Penne Pasta แป้งทั้งนั้น


Rome เมือง ปรด no 1

กินอาหารข้างทางแถวๆบริเวณน้ำพุ Trevi


Rome เมือง ปรด no 1

ตกดึกดื่มไวน์ได้บรรยากาศ

 

Rome เมือง ปรด no 1

พิซซ่าหน้าโคลอสเซียม

 

Rome เมือง ปรด no 1

 

ว่าไปสเตคแบบอิตาเลี่ยนก็อร่อยค่ะ

 

Rome เมือง ปรด no 1

 

Four Cheeses Pizza บริการ Room Service ในโรงแรม

 

Rome เมือง ปรด no 1

 

ทรมาณจิตใจคนลดความอ้วนจริงๆเลยนะ

 

Rome เมือง ปรด no 1

 

น่ากินไปหมด

 

Rome เมือง ปรด no 1 Rome เมือง ปรด no 1

 

me & Pizza

 

 

 

 

 

ข้อแนะนำเล็กๆน้อยๆสำหรับการเดินเที่ยวในโรม

 

1.   ข้ามถนนควรระวังด้วย เพราะการขับรถของคนที่นี่ไว้ใจไม่ได้เลย ถึงแม้จะเป็นไฟแดงให้รถหยุดและมีไฟเขียวคนข้าม ก็ต้องดูให้ดีว่ามีรถหรือมีมอเตอร์ไซด์วิ่งฝ่าไฟแดง หรือตีโค้งมาหรือเปล่า เพราะดีไม่ดีจะโดนรถชนเอาได้

2.   ระวังคนล้วงกระเป๋า โดยเฉพาะบนรถไฟใต้ดิน และรถบัส ถึงไม่ได้เจอกับตัวเองแต่ก็มีหลายต่อหลายครั้งที่มีเพื่อนร่วมงานโดนล้วงกระเป๋าที่นี่  มีครั้งนึงเพื่อนสาวชาวญี่ปุ่นเดินทางคนเดียว ในรถไฟใต้ดิน ก็มีผู้หญิงยิปซีซึ่งท้องด้วยมายืนใกล้ๆ แล้วอยู่ดีดีเพื่อนเราคนนี้ก็เอะใจควานหากระเป๋าสตางค์ ซึ่งมันไม่ได้อยู่ในกระเป๋าแล้ว พอรู้ตัวก็เลยร้องโวยวาย คนรอบข้างก็หันไปมองผู้ต้องสงสัย จากนั้นพอมองไปที่พื้นก็พบกระเป๋าตังค์ตกอยู่ใกล้ๆผู้หญิงยิปซีคนนั้นแหละ  ต้องระวังให้ดีนักเชียว

3.   เตรียมขวดน้ำเปล่าขวดเล็กไปด้วยแล้วไปเติมตามพวกน้ำพุสะอาดๆก็ช่วยประหยัดค่าน้ำได้เหมือนกัน เพราะหน้าร้อนเดินทั้งวันทำให้ร่างกายเสียน้ำมาก

4.   ข้อนี้สำหรับสาวๆ สมมติว่ามีหนุ่มอิตตาเลี่ยนมาทำทีคุยด้วยแล้วอยากจะตัดบทสนทนา ให้ชวนคุยและบอกไปว่าแต่งงานแล้ว หนุ่มคนนั้นจะผละออกจากเราทันที 

5.   สำหรับไกด์อิสระที่ยืนอยู่หน้าสถานที่ท่องเที่ยว รวมทั้งแท็กซี่ที่ไม่มีป้ายมิเตอร์ หรือคนที่เข้ามาอาสารับแลกเงิน อะไรต่อมิอะไรที่ดูเหมือนจะเป็นน้ำใจ แต่เราก็ต้องถามถึงค่าใช้จ่ายที่แน่นอนก่อนที่จะรับบริการนั้นๆ ไม่อย่างนั้นคงจะต้องเสียยุบเสียยับแน่นอนค่ะ

6.     มีข้อเดียวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ การตกหลุมรักเมืองที่มีเสน่ห์และสีสันเมืองนี้ ใครๆก็รักโรม …

 

 

 

 

Rome เมือง ปรด no 1

 

ขอบคุณที่อ่านจนจบค่า

wonderwall*

 

 

Rome เมือง ปรด no 1

Rome เมือง ปรด no 1
Rome เมือง ปรด no 1
Rome เมือง ปรด no 1
Rome เมือง ปรด no 1

 

 

     Share

<< High Tea @ Babington's Tea Roomลอนดอนแดดออก >>

Posted on Mon 5 Jul 2010 2:49
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh