Happy Holiday @กระบี่
เพิ่งเคยไปทะเลใต้ครั้งแรก ก็หลงเสน่ห์ซะแล้ว
เราออกเดินทางวันที่ 17 ก.ค. เวลา 20.00 น.
ถึงประจวบเวลา 23.30 แวะพักประจวบ 1 คืน
ระยะทางจาก กรุงเทพไปกระบี่ ประมาณ 790 กม. ถ้าขับไปโดยไม่พัก เราคิดว่าน่าจะประมาณ 8-9 ชม.
เราใช้เส้นทาง วิ่งออกจากพระราม 2 ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม เรื่อยไปประจวบ
ชุมพร วิ่งผ่านสุราษฎร์ ใช้เส้น 41 แล้ววิ่งเส้น 44 ต่อไปกระบี่ (สายเซาเทิร์น)
ถ้าจะขับรถตอนกลางคืนอาจจะอันตรายสำหรับคนที่ไม่รู้เส้นทาง
เลยแวะพักที่นี่กันก่อน 1 คืน ราคาห้อง 600 บาท ต่อคืน เป็นโรงแรมใจกลางเมืองประจวบติดถนนเพชรเกษม ห้องค่อนข้างใหม่ เพราะ โรงแรมเพิ่งเปิดได้ 3 เดือน
ราคาถือว่าคุ้มกับความใหม่


ออกเดินทางอีกครั้งเวลา 06.00 น. ของวันที่ 18 ก.ค.
ระหว่างทาง ที่ชุมพร ก็เจอน้องลิง น่ารักมากๆๆ กำลังจะไปทำงานเก็บมะพร้าวกัน
ตลอดเส้นทาง ชุมพรเป็นจังหวัดเดียวที่เห็นน้องลิงบนรถ
หลายคนอาจจะเห็นภาพนี้จนชินตา แต่เราเห็นภาพนี้ ครั้งนี้ครั้งแรก ตื่นเต้นมากๆ น่ารักมากๆๆ

ถึงกระบี่เวลา 11.30 น.
ที่แรกที่ไป คือ วัดถ้ำเสือ ไปสักการะเจ้าแม่กวนอิม

เราไม่ได้เดินขึ้นเขาไป เพราะ ว่าบันได 1,000 กว่าขั้น ไม่สามารถ จึงสักการะ แค่ข้างล่าง
ถ่ายรูปกับน้องลิงอีกซักรูป
เพื่อนๆ ที่ไปด้วย แซวตลอดว่าเป็นอะไรกับลิงทำไมชอบลิง
หลังจากถ่ายรูปนี้เสร็จ เอามือไปใกล้ๆ น้องลิงเกือบถูกกัดเลย

หลังจากไปวัดถ้ำเสือ ก็ไปต่อกันที่สระมรกต
ฝนตกปรอยๆ ตลอดเลย



แช่น้ำเย็นๆ ที่ลานชมพู่
เย็นสบาย 

หลังจากสระมรกต ก็ไปต่อกันที่น้ำตกร้อน
น้ำตกร้อนในความคิดเรา คิดว่าไม่ค่อยน่าสนใจมากเท่าไหร่
เพราะ ว่าพื้นที่ค่อนข้างเล็ก จุดเด่น คือ น้ำร้อน ตามชื่อเลย
คนเยอะมากๆ เราแค่แช่ขาแป๊บเดียวก็กลับ

มีอีกที่นึง ใกล้ๆกัน

กลับจากน้ำตกร้อน ก็ไปเช็คอิน กันเลย
เราพักที่อ่าวนาง
คืนนี้นอนพักที่บุรีธารา



ห้องพัก ค่อนข้างสะอาดเป็นโรงแรมที่เพิ่งเปิดได้ 2 ปี คืนละ 2,000 บาท คุ้มกับราคา



แต่มีข้อเสียอย่างนึง คือ ฝั่งตรงข้ามกำลังก่อสร้างอยู่ เปิดผ้าม่านไม่ได้เลย

อาหารเย็นเราไปทานกันที่
วังทราย ซีฟู้ด ร้านที่ปี่บอกว่า ยังไงก็ต้องไป ให้เชื่อปี่ว่าอร่อยมากๆๆ
ขอคอนเฟิร์มว่าอร่อยมากๆๆ ราคาถูก

จานแรกที่สั่ง และ ทุกคนไป ต้องลองสั่งเมนูนี้ อร่อยมากๆๆ ที่เราไปทุกมื้อ จะสั่งแก้งส้ม
แกงส้มที่นี่ รสชาด ดีมากๆ มีเอกลักษณ์ ไปกระบี่ทริปนี้ ทุกร้านเราสั่งแกงส้ม แกงส้มที่วังทรายอร่อยไม่เหมือนใครจริงๆ ถ้าใครไม่ชอบผักกะเฉด อาจสั่งเป็นผักรวมก็ได้
จานเลอะหน่อยนะคะ หิวจนไม่มีเวลาจัดฉากถ่ายรูป อิ อิ

จานที่ 2 จำชื่อเมนูไม่ได้ แต่เป็นอาหารแนะนำของร้าน น่าจะประมาณ กุ้งมะขาม

เมนูต่อๆ ไป ก็เป็นหอยชักตีน ยำวังทราย ทอดมันกุ้ง หอยนางรม อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ

ราคาถูกมากๆๆๆ ค่าเสียหายมื้อนี้ ไม่รวมเครื่องดื่ม แค่ 875 บาทเท่านั้น
วังทรายเป็นร้านติดทะเล ถ้าไม่ไปตอนกลางคืน คิดว่าบรรยากาศคงดีมากๆ
แล้วปี่ก็มาหาที่ร้าน เอาขนมมาให้
ขอบคุณปี่มากๆ เลยที่คอยให้ข้อมูลพู คอยโทรมาหา ขนมที่เอามาฝากก็อร่อยมากๆๆ
ปี่ มากรุงเทพเมื่อไหร่ ไว้นัดติ้งกันนะ
เสียดายที่ได้คุยกันแป๊บเดียว ได้เจอขนมเค้กด้วย น่ารักเชียว 
รูปนี้ไม่ค่อยอยากลงเลย เราหน้าลอยคอดำมากๆ อิ อิ อาย โฟโต้ชอบก็ใช้ไม่เป็น แต่มีรูปแค่นี้เลยต้องลง คุณสามีปี่บอกว่าวีดูดีที่สุด

จบวันที่ 1 (18 ก.ค.) แต่เพียงเท่านี้ มาต่อกันวันที่ 2 เลย
วันที่ 2 เราซื้อทัวร์แบบ วันเดย์ทริป โชคดีมากๆ ที่ฝนไม่ตก
เตรียมตัวไปดำน้ำกัน
รูปนี้กับเพื่อนซี้ที่ไปด้วยกัน

เราไปกับเรือลำนี้ จุคนได้ 35 คน ไปทั้งหมด ผู้ใหญ่ 34 เด็ก 4 คน

อยู่บนเรือ

ตามโปรแกรมที่แรกที่ไป คือ เกาะไผ่ แต่ตอนนั้นกำลังปรับสภาพกับการนั่งเรือ เลยไม่ได้ถ่ายรูปมา
ที่ต่อมาถ้ำไวกิ้ง เห็นไกด์บอกคนข้างๆ ว่ามีค้างคาวอยู่เยอะ ไม่แน่ใจฟังถูกหรือเปล่า ใครทราบเพิ่มเติมได้นะคะ

แล้วก็เข้าอ่าวโล๊ะซะมะ หรือ เรียกว่าลากูน เป็นเวิ้งน้ำ ล้อมรอบด้วยสันเขา
สวยมากๆๆ


เราเล่นน้ำกันที่ ลากูน ปลาเยอะมากๆ


ไปต่อกันที่อ่าวมาหยา ที่ถ่ายหนัง เดอะ บีช ตอนแรกคิดว่าจะเป็นหาดใหญ่ๆ
เล็กกว่าที่คิดไว้
เรือแวะให้ถ่ายรูปอย่างเดียว ไกด์บอกว่าน้ำขึ้นสูง
ถ้าลงเล่นน้ำตรงนี้อันตราย


แวะทานอาหารกลางวันกันที่ เกาะ พีพี ดอน เราทานกันที่ร้านนี้



ไปต่อกันที่อ่าวลิง ที่ชื่อว่าอ่าวลิง เพราะ มีลิงมากๆๆ 

น้องลิงที่นี่ ตัวผอม หางยาวมากๆ เราคิดว่าอาจจะเป็นเพราะ ไม่ค่อยมีอาหารให้กิน เวลาโยนขนมไป น้องลิงจะว่ายน้ำมาเก็บ

หลังจากนั้นก็ดำน้ำที่ทะเลเปิด อีก 2 ที่ก่อนกลับ จบทริปวันนี้เวลา ประมาณ 4 โมง
คืนนี้เราพักกันที่อ่าวนาง บุรี เจ้าของเดียวกับที่แรก บุรีธารา
ราคาห้องที่เราพัก 3,000 บาทต่อคืน เราว่าราคาแพงไป เพราะ ห้องค่อนข้างเก่าแล้ว ประตูก็จะพัง ถ้าใครจะพัก แนะนำ บุรีธาราดีกว่าค่ะ ถูกกว่า ใหม่กว่า สะอาดกว่า





ไปเดินเล่นหาดนพรัตน์ธารา กันแป๊บนึง น้ำลดมากเลย ฟ้าครึ้มด้วย เห็นแล้วดูน่ากลัวนิดหน่อย

เย็นนี้ไปกินข้าวกันที่ ครัวธารา

จานแรกหอยแครง สั่งแบบง่ายมากๆ แต่สดดี

จานที่สองปลาทราย กรอบมากๆ

ต่อมาแกงส้มปลากระบอกอร่อยดี แต่เราคิดว่าวังทรายอร่อยกว่ามากๆ

ยำสามหอย หวานมากๆ ไม่ค่อยชอบเลย

กุ้งอบวุ้นเส้น กุ้งตัวใหญ่มาก ได้กุ้งเยอะมาก อยู่ใต้วุ้นเส้น

ส้มตำปูม้า อร่อยดี ปูม้าสด

เราแปลกใจอาหารใต้อยู่ คือ น้ำจิ้มซีฟู้ด จะทำไม่เหมือนกับ ภาคตะวันออก น้ำจิ้มซีฟู้ด ที่ใต้ทุกที่จะใส่น้ำตาล เราว่ามันทำให้ความเข้มข้นน้อยลง
แต่แกงส้มหรือพวกแป๊ะซะ เนี่ย ภาคตะวันออกเราว่าสู้ไม่ได้เลยนะ
ครั้งนี้ไปทาน 2 ร้าน ทั้งวังทรายและ ครัวธารา
แต่เราแนะนำว่า ถ้าไม่มีเวลาลองทั้งสองร้าน อยากให้ไปทานที่วังทรายมากกว่า
วังทรายอร่อยกว่า ครัวธารามาก และเมนูที่ต้องสั่งคือ แกงส้ม เพราะ น้ำแกงเค้าจะอร่อยมาก
ค่าเสียหายมื้อนี้ 915 บาท ถือว่าราคาพอๆ กับวังทราย
วันที่ 3 กลับแล้วจ้า
ออกเดินทางตอนเวลา 9.30 น.
เป้าหมายของเราคือ แวะทานข้าวที่ร้านขึ้นชื่อที่สุราษฎร์
เรามาถึงสุราษฎร์ประมาณ บ่ายโมง
จึงไปทานกันที่ร้าน ลำพู พิกัด อยู่เลยแม่น้ำตาปีไป เลยโลตัส กับ บิ๊กซีไปเล็กน้อย

ร้านนี้ เน้นปู กับ กั้ง เราเลยต้องสั่งเมนูยอดฮิตมา 
ปูเนื้อนึ่ง กิโลละ 400 บาท

กั้งนึ่ง กิโลละ 700 บาท ได้มา 8 ตัว กั้งอร่อยกว่าปูมาก เนื้อหวาน กินโดยไม่ต้องใช้น้ำจิ้ม ซีฟู้ดได้เลย

จานต่อมา ยำกุ้งเสียบ เข้มข้นมากๆ มะม่วงเปรียวสุดๆ

แล้วก็ห่อหมกไข่ปู เข้มข้นเหมือนกัน อร่อยมากๆ

มื้อนี้ หมดไป 1520 บาท ราคาไม่แพงมาก ราคาเหมาะสมกับอาหาร
พออกจากสุราษฎร์ เราก็แวะ สักการะ กรมหลวงชุมพรกัน


เราซื้อประทัด จุดถวาย เสด็จเตี่ย

วิว มองจากบนเขา

เรือรบ

ปิดท้ายที่กรมหลวงชุมพร
กลับถึงบ้านเวลา ประมาณ 23.15 น. ขอจบการรีวิวทริปกระบี่ เพียงเท่านี้นะคะ
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาชมค่ะ 
|