Posted on Sat 23 May 2009 0:51
The Truly of The...?...

 

                มนุษยชาติ ใช้เวลาหลายสหัสวรรษ ในการพัฒนาตัวเอง พวกเขาคิดค้น และสร้างสรรค์ พวกเขาปรับเปลี่ยน และ ปรับปรุง เพื่อความเจริญก้าวหน้า ความทันสมัย และทุกๆอย่างที่อยู่ภายใต้คำว่าสะดวก สบาย

                เพื่อกล่าวถึงการวิวัฒนาการของเครื่องใช้ ไม้สอย และวิชาความรู้ต่างๆ หลายคนคงนึกถึงการผ่าตัดของชาวอียิปต์ หรือไม่ก็สองพี่น้องตระกูลไรท์ ที่ช่วยกันผลิตเครื่องร่อน แต่แน่ล่ะ พวกเรามักลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดไปเสมอ และแน่เสียยิ่งกว่าแน่ว่า สิ่งที่ดูจะไม่มีใครสังเกตุเห็นนั้น มักจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเสมอ

                ยกตัวอย่างเช่น อุบัติเหตุที่เล็กมากๆ จนดูเหมือนว่าจะไม่มีใครทันสังเกตุเห็น ที่พาเราย้อนกลับไปยังราวๆปี 1917 สมัยใกล้สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ในเหตุการณ์การรบ ระหว่างเยอรมัน และ อังกฤษ ที่ซอมม์ โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นภายใต้หลุมหลบภัยของเยอรมัน เมื่อกระสุนปืนใหญ่ของอังกฤษนัดหนึ่ง ได้พุ่งทะลวงผ่านเข้ามาในที่กำบังใต้ดินของพวกเขา และได้สังหารชาวเยอรมันส่วนใหญ่ ที่หลบอยู่ใต้นั้น แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพระเจ้าเมตตา หรือว่าปีศาจดลใจ ให้มีชาวเยอรมันคนหนึ่งรอดชีวิตออกมาได้ เอาล่ะ ทายสิค่ะ ว่า ชาย ชาวเยอรมันคนนี้ คือใคร

                ติ๊ก..ต๊อก...ติ๊ก...ต๊อก โอเค เราไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น มาเฉลยกันดีกว่า ชายชาวเยอรมันผู้นั้น นามอัน ไพเราะ เพราะพริ้งว่า นายอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ นายฮิตเลอร์ เดินออกจากหลุมหลบภัยมาด้วย สะเก็ตแผลเล็กน้อยบนใบหน้า และหลบหนีไป แต่อย่าเพิ่งคิดถึงเขาไป เพราะในปี ค.ศ. 1933 จะกลับมาเขย่าขวัญชาวโลก

                ที่จริงเรื่องราวของตาหนวดแปรงสีฟัน อย่างฮิตเลอร์ เป็นหนึ่งในเรื่องตัวบุคคลที่ฉันสนใจมาก เพราะฉันเคยเรียนเอกภาษาเยอรมัน และอย่างที่รู้ๆ ชั่วโมงประวัติศาสตร์เยอรมัน น่าสนใจกว่า ชั่วโมงแกรมมาติก เยอะมาก

                แต่น่าเสียดาย ที่ฉันไม่ได้เตรียมใจจะมาเขียนชีวิตของนายฮิตเลอร์ แม้ว่าจะพร่ามเข้าไปครึ่งหน้ากระดาษแล้วก็ตาม (ก็อารมณ์มันพาไป)

                แต่วันนี้ ฉันอยากพาทุกๆคน ( มีใครบ้าง...สงสัยจะไม่มี - - ) ไปทัวร์ ประวัติศาสตร์อีกแขนงหนึ่งแทน เป็นเรื่องที่พวกคุณอาจไม่ชอบ แต่พวกคุณอาจรู้จักมันดี เพราะมันอยู่เคียงข้างคุณมาตลอดเวลา (เสียยิ่งกว่าบริษัทประกันภัย)

                วันนี้ ขอเสนอ ประวัติศาสตร์ ที่น่าพิศวง เกี่ยวกับ

 

                “ ส้ ว ม “

               

                ก่อนอื่นเลย มีใครบ้างที่ไม่เคยนั่งส้วม ส้วมหลุม ส้วมซึม ส้วมขุด กระโถน หรือแม้แต่อึรดคากางเกง  คุณรู้ไหม ถ้าคำนวนตามอายุเฉลี่ยของคนเรา อยู่ที่ 70 ปี ทุกคนจะใช้เวลาอยู่บนโถส้วมถึงหกเดือน ตลอดชีวิต และจะมากเป็นเท่าตัว หากว่าคุณท้องผูก

                อึรดกางเกง หรอ? หลายคนอ่านแล้ว อ่านทำหน้าเบ้ แต่เดี๋ยวก่อน การอึรดกางเกงไม่ใช่เรื่องแปลกในบางประเทศ และบางยุค แน่นอน มันอาจเคยเป็นส่งที่เรียกว่า แฟชั่น ชั้นสูง เลยด้วยซ้ำ

 

The Truly of The

 

                ลองนึกภาพ สุภาพสัตรีชั้นสูง ชาวฝรั่งเศษสิค่ะ เธอช่างดูสง่างาม ในชุดกระโปรงสุดอลังการ แต่อย่าเพิ่งหลงใหลได้ปลื้มไปกับชุดกระโปรงสุ่มของเธอ แล้วลองมาจิตนาการถึงตอนที่ธรรมชาติของเธอเรียกร้องสิ

                ด้วยชุดสุดแฟนชีนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่เคาท์เตสสุดสวยจะถกกระโปรงขึ้นและเดินไปใช้กระโถน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระหว่างที่เธออาจกำลังทำภาระกิจอันมีหน้ามีตา หรือเข้าสังคมตามประสาคนร่ำรวย

                ด้วยเหตุนี้ ชาวฝรั่งเศส จึงได้คิดค้นผ้าอ้อมขึ้น ใช่ มันอาจฟังดูธรรมดา แต่มันจะยังธรรมดาอยู่อีกไหม เมื่อบรรดาเคาท์เตสสุดสวย พากันสวมใส่ผ้าอ้อมของผู้ใหญ่ไว้ใต้กระโปรงสุ่ม สุดหรูของพวกเธอ เพื่อที่พวกเธอจะได้ปลดปล่อยได้ทุกที่ และทุกเวลาที่ธรรมชาติเริ่มเรียกร้อง ( อาจจะเป็นตอนเต้นรำ หรือ ทานอาหาร )

                แต่ปัญหาก็ยังไม่หมดแค่นั้น สัตรีชั้นสูงเหล่านี้ คงทนไม่ได้แน่ ถ้าหากว่าคนอื่นๆจะจับได้ว่าเธอได้ปล่อยของเสีย ครั้งแล้ว ครั้งเล่าลงบนผ้าอ้อมของเธอ ชาวฝรั่งเศสหัวไว จึงได้เป็นชาติแรกที่คิดค้น น้ำหอม ขึ้นมา

                ใช่แล้วค่ะ น้ำหอมที่ทุกคนหลงไหล ใครจะไปรู้ว่าน้ำหอมผู้หญิงอันดับหนึ่งของโลก อย่าง Lancome อาจวิวัฒนาการมาจากสิ่งนี้ นั้นก็คือ น้ำหอม เพื่อดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ จากของเสียที่สะสมมาทั้งวัน นั่นเอง

                นอกจากผ้าอ้อมและน้ำหอม ที่มาพร้อมกับแฟชั่น ชั้นสูงแล้ว ผ้าอ้อมอาจใช้งานไม่ได้ดีตลอดเวลา แต่สิ่งที่ใช้ได้ดีเสมอก็คือ กระโถน

                น่าเสียดาย ที่ฉันไม่อาจหารูปกระโถนโบราณสวยๆมาให้คุณดูได้ เพราะฉันเกรงว่าอาจจะเซฟรูปผิดๆมาลง (เนื่องจากกระโถนของชาวยุโรบ ดูคล้ายกับถ้วยซุปของบ้านเรามาก)

                ว่ากันว่าผู้คนสมัยก่อน จะเก็บกระโถนของพวกเขาไว้ใต้เตียง เพื่อให้พร้อมใช้อยู่เสมอ และทุกคนจะออกแบบลวดลาย และรูปแบบของกระโถนของตนเองตามใจชอบ

                เมื่อใช้เสร็จ สาวใช้จะเป็นคนนำกระโถนไปเททิ้ง และล้างทำความสะอาด เพื่อให้พร้อมใช้สำหรับคราวต่อไป

                ต่อไป คือ ยุคที่เริ่มต้นการผลิตส้วม สาเหตุมาจากอหิวากตโรค ระบาดหนักที่ประเทศอังกฤษ เนื่องจากการปนเบื้อนของเชื้อโรคจากของเสียมนุษย์ ที่ถูกทิ้งลงแม่น้ำ และเชื่อไหวว่า น้ำจากแม่น้ำนั้น ก็ถูกตักขึ้นมา ใช้เป็นน้ำดื่มนั่นเอง

                ส้วมในยุคแรก จะเป็นดังที่ปรากฏที่เห็นภาพ คือทำจากไม้ และมีฝาปิด ว่ากันว่า ยิ่งคุณเป็นคนใหญ่คนโต เท่าไร ส้วมส่วนตัวของคุณนี้ก็จะยิ่งสวยงามมากขึ้นไปเท่านั้น

 

The Truly of The

 

                มีเรื่องตลกอยู่ว่า ส้วมแบบนี้ มักถูกเรียกแทนด้วยคำว่า บัลลังก์ โดยจักรพรรดิ์องค์หนึ่งของฝรั่งเศส ขอประทานอภัยหากจำชื่อของพระองค์ไม่ได้ เรื่องของเรื่องก็คือ จักรพรรดิ์องค์นี้ พระองค์มี บัลลังก์ ใหญ่โต โอ่อ่าเป็นของตัวเอง ทำจากไม้เนื้อแข็ง แต่ที่ต่างจากบัลลังก์ ทั่วไปตรงที่ว่า เจ้าบังลังก์นี้สามารถเปิดฝาไม้ที่นั่งขึ้นได้ เมื่อเปิดฝาไม้ออก ก็จะพบกันหลุมอันน่าพิศวง เมื่อจักรพรรดิ์ปวดอย่างว่าขึ้นมา พระองค์ก็จะลุกขึ้น เปิดฝาบังลังก์ที่นั่ง และก็ปล่อย อย่างว่า ของพระองค์ ลงไปในหลุมนั่น ต่อหน้าคนทั่วทั้งท้องพระโรง

                เมื่อกระแสส้วมเริ่มเป็นที่นิยมในหมู่มนุษยชาติแล้ว ทุกคนล้วนมีความต้องการต่อสิ่งนี้ การขุดดิน หรือการถ่ายไม่เป็นที่เป็นทาง ไม่ใช่วิถีประชาอีกต่อไป การจัดทำระบบบำบัดน้ำเสีย จึงเริ่มเข้ามามีความสำคัญต่อวิถีแห่งการถ่ายนี้

                ส้วมชักโครก จึงถือกำเนิดขึ้น สามารถอธิบายสั้นๆได้ด้วยรูปของ ส้วมแบบมีระบบบำบัดน้ำเสีย อายุสองพันปี ที่ Ephesus

 

The Truly of The

 

                สังเกตุเห็นหลุมเล็กๆที่เรียงรายอยู่บนที่นั่งเหล่านั้นไหม ภายใต้หลุมนั้นเมื่อคุณปล่อยของเสียลงไป จะมีกระแสน้ำพัดผามันออกไป เพื่อเป็นการกำจัดกลิ่น

                จากนั้น ส้วมก็วิวัฒนาการเรื่อยมา เป็นส้วมซึมแบบนั่งยองๆ ซึ่งต้องใช้น้ำราด อาจสะดวกเมื่อเทียบกับความยากเข็ญการปฏิวัติสุขอนามัยในสมัยก่อน แต่ทว่า ก็เสี่ยงต่อการเป็น ริดสีดวง เส้นเลือดขอด และความดันโลหิต

                เพราะฉะนั้น ส้วมชักโครกแบบนั่ง จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อทุกชีวิตในครัวเรือน มันทั้งสะดวก และก็สบาย อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี ล้ำหน้าทันสมัยมากมาย เช่นฝารองนั่งไซส์ต่างๆ หรือฝารองนั่งที่อุ่นตัวเองได้ เพื่อความอบอุ่นของบั้นท้ายคุณ หรืออาจจะเป็นโถส้วมไฮเทค ที่สามารถล้างทำความสะอาดน้องน้อย ของคุณได้อย่างตรงจุดและนุ่มนวล ( ฉันเคยลองใช้มาแล้ว เชื่อเถอะ บอกลาสายชำระที่ระคายบั้นท้ายไปได้เลย )

                แต่อย่างที่รู้ๆกัน ตอนนี้ ทุกๆคน ในทุกๆบ้าน และ ทุกๆที่ ต่างก็มีส้วมที่ถูกสุขลักษณะ สร้างความปลาบปลื้มใจให้กับบรรพบุรุษ นักบุกเบิกส้วมของพวกเรา

                แต่ก็มีบางที ที่ยังรักวิถีชีวิตแบบเดิมๆ

                แน่นอน ประเทศนี้ไม่ใกล้ ไม่ไกล จะว่าไปแล้ว ส้วมของที่นี้มีเอกลักษณ์ทีเดียว นอกจากภูมิประเทศที่หลากหลายและสวยงามแล้ว สิ่งที่คุณจำต้องเก็บกลับมาเล่าให้เพื่อนๆฟังก็คือ เรื่อง ความประทับใจ(หรือเปล่า) เกี่ยวกับ ส้วม

                ประเทศจีน ดินแดนแห่งส้วมที่เลอค่าที่สุดในโลก ส้วมทองคำ นั่นเอง เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อน แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่เราจะพูดถึงกับเพื่อนของเราหรอกนะ เพราะฉันเองก็เคยประเทศนี้มาราวๆ สี่ หรือ ห้าครั้ง แต่ไม่ยักจะมีโอกาสได้เห็นส้วมทองคำ

                แต่สิ่งที่จริงแท้แน่นอน ต่อประสบการณ์การเข้าห้องน้ำที่นี้ก็คือ การได้สำผัสวิถีชีวิตแบบดั่งเดิมนั่นเอง สิ่งที่คุณจะได้เห็นต่อไป คือความจริงที่สวยงามแล้ว เกี่ยวกับห้องสุขา หรือ ส้วมที่ประเทศจีน

                ประเทศแห่งการเปลื่อยเปล่า ห้องส้วมที่ทุกคน ไม่ว่าจะเด็ก สาว หรือแก่ จะมีสิทธในการโชว์บั้นท้ายได้อย่างเสรี คุณสามารถทำภาระกิจ และออกมาใส่กางเกงที่นอกห้องน้ำ หรืออาจจะสอดส่าย สายตามองดูคนอื่นๆ ไปด้วย หากว่าคุณถ่ายไม่ออก

                ฉันเองก็เคยฝืนใจโชว์บั้นท้ายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แน่นอนล่ะว่า ถ้าเป็นคุณ คุณคงไม่รู้สึกประหม่าเท่าไร ที่ต้องเปิดบั้นท้าย จิ้มลิ้มๆ ต่อหน้าผู้คนทั้งห้องสุขา ถ้าหากว่าในเวลานั้น มีบั้นท้ายให้เลือกชมมากกว่า ยี่สิบแบบ บางที บั้นท้ายของคุณ อาจไม่สะดุด ตาเท่าที่ควรก็เป็นได้!

 

                ปัจฉิมลิขิต : ถึงที่รัก คุณไมเคิล (ฉันอยากเรียกเธอว่าไมเคิล) เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะว่าฉันใช้ชื่อแทนเธอในสมุดบันทึกว่า ไมเคิล น่ะสิ ไมเคิล มีความสำคัญอย่างไรนะ ไว้ถามหลังไมค์นะคะที่รัก วันนี้ ไมเคิลที่รักได้หนังสือถูกใจ หนังสือ พี่วิน อะไรสักอย่าง ท่าทางแกจะปลื้มนักเขียนคนนี้มาก บ่นใหญ่เลยว่าซึ้ง ไม่รู้จะซึ้งถึงคนซื้อให้หรือเปล่าหนอ ที่รักฉันเขาเป็นคนละเอียด ละออ เป็นคนอ่อนโยน และน่ารักมากเสมอ สำหรับฉัน แต่ฉันน่ะหรอ ฉันเป็นสาวก Goth ที่แต่งตัวเป็น Gal (ช่างเข้ากันเสียนี่กระไร) เขาชอบพี่วิน (หนังสือน่ารัก อบอุ่น อ่อนโยน ช่างเปรียบเปรย อะไรก็ตามแต่) แต่ฉันหรอ ฉันชอบ ฮาร์ลาน โคเบน เจ้าพ่อ นิยายฆาตกรรมสืบสวน สอบสวน กับ อีเวน โคเฟอร์ เจ้าพ่อนิยาย แฟนตาซี ไซไฟ สุดเท่ห์ บ้าระห่ำ

                ส่วนภาพยนตร์ เขาชอบภาพยนต์หลากหลายแบบ บางเรื่องก็น่ารักมากทีเดียว ส่วนฉันน่ะหรือ Saw 1-3 ยังโหดไม่พอสำหรับฉันเลย เรื่องแนวเพลง ที่รักเขาฟัง บอย ตรัย แต่ฉันหรอ Slipknot ก็ได้ใจดีนะ

                เราเป็นคู่แปลก แต่เราไม่เคยแปลกแยก เราเป็นคู่ต่าง แต่เราไม่เคยต่างใจกัน เหมือนกันที่ จอนห์ ในเรื่อง Wedding Crashers บอกกับแคลร์ นางเอกว่า ความรัก คือการที่หัวใจของของใครคนหนึ่ง รับรู้ได้ถึงสิ่งที่สอดคล้องในหัวใจของอีกฝ่าย (ประมาณนี้แหละ)

                สรุป คือ ich liebe dich หรือ ฉันรักเธอค่ะ

     Share

<< บทพิสูจน์ ของ เครื่อง ParanormalOne Moment In Time >>

Posted on Sat 23 May 2009 0:51


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

 
 


รักพี่ เสียดายน้อง
ว่าด้วยเรื่องสัตว์ๆ
ชีวิตประจำวัน ฉันเบื่อเธอ...
1+2+3 = เราสิ้นหวัง และไปไม่เป็น
ปลงกันเถอะ เรา
ธิเบต ที่รัก
กลับมาทำไม ?
นิทานหมาป่า(ไฟ)เรื้อน
สักอย่างแหละ
แค่อารมณ์มันพาไป
Taylor Swift...Totally Princess
Life is Just a PLAY
im just a ghost ....
someday i'll understand
people like us
plz don't stop the rain
Theory of Couple
Demons Amoung Us
One Moment In Time
The Truly of The...?...
บทพิสูจน์ ของ เครื่อง Paranormal
Cajun Spicy ( u r my queen of heart )
Dead Man Tell No Tale
Matadors
อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย