===================================
ก่อนจะเขียนเรียงความส่งการบ้านที่ไปเที่ยวมา ขอยืมคำพูดพี่สาวคนนึงมาใช้หน่อย
นี่ถือว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัว งั้นขอระบายอะไรหน่อย
"ไม่รู้จักคิดให้ดีก่อนจะทำ พอมีปัญหาก็พาลกับคนอื่น เดือนแล้วไม่เคยฟัง ถึงเวลาจะบ่นหาซาก!!!"
จบหล่ะคะ
===================================
ทริปนี้ จองข้ามปี ไม่ใช่จองช่วงสองสามเดือนก่อนหมดปีนะ ข้ามปีจริงๆ
ตั้งแต่ต้นปีที่แล้วก็เริ่มจองแล้ว ตอนแรกว่าจะไป สิมิลัน ไปทาง หมู่เกาะสุรินทร์
แต่ชาวคณะทั้งหมดที่ร่วมทริปยังไม่เคยไปตรัง เกศเลยตัดใจไปตรังอีกรอบก็ได้
แล้วกว่าจะไปได้นี่ก็ตบตีจำนวนคน ชกต่อย ฟาดฟัน กันเรื่องต่างๆนาๆ
ไม่ว่าจะนอนไหน กินอะไร กี่คน กี่บาท ไปยังไง แล้วมีอะไรทำบ้าง หรือ ทำอะไรดี
สุดท้ายก็ลงตัวกันที่ มดตะนอย รีสอร์ท
http://www.modtanoyresort.com/
ด้วยราคาที่ย่อมเยาว์ จนตกใจ ค่าที่พัก พร้อมอาหาร รวมค่า เรือที่พาไปดำน้ำแล้ว ช๊อค ถูกมาก
ก่อนไปก็มีการคุย ทั้งโทรทั้งเมล์ สอบถามทีมงาน จนเกรงใจเลย
แต่ทีมงานทุกคนก็น่ารัก โดยเฉพาะคุณป้าเจ้าของรีสอร์ท ยุ่งแค่ไหนก็ให้ข้อมูลจนถึงที่สุด
พอถึงวันเดินทาง จากากรเตรียมตัวที่ยาวนาน ตั๋วก็จองไว้ข้ามปี แทนที่จะเดินทางอย่างสงบ
มันก็วุ่นวายยันวินาทีสุดท้ายจริงๆ เช่น
คนนั้นไปได้คนนี้ไม่ไปแล้ว คนนี้จะตกเครื่อง คนนั้นยังไม่ได้ตั๋วคอนเฟิม น้ำหนักกระเป๋าที่จะโหลดอาจจะเกิน
มันช่างโกลาหลจนจริงๆ ไม่โกหก รีบแทบตาย สุดท้ายเครื่องดีเลย์
ไฟท์ดีเลย์ก็ทำให้ป่วนต่อได้อีก ณ หาดใหญ่ เพื่อนที่ถึงแล้วหิ้วท้องรอกินข้าว โปรแกรมเที่ยวหาดใหญ่ล้มเลิกหมด
ทำอะไรไม่ทันซักอย่าง แถมตอนเช้ายังจะตื่นไม่ทันเวลารถออกกันอีก วิ่งสู้ฟัด เพื่อจับรถรอบ 6.30
พอถึงตรัง ทุกอย่างเหมือนจะสงบ แต่ก็ไม่สงบตอนโทรไปบอก คุณไกด์สุดฮาว่า อีก 10 นาทีถึง ขนส่ง
คุณไกด์มึนโฮ บอกแค่ชื่อคนขับรถแล้วก็วางหูไป เราก็วางหูตามแบบ งง แล้วกันไปบอกเพื่อนๆว่า
"เฮ้ยคนขับรถชื่อ ... " พูดจบก็แบบแล้วตรูจะรู้ได้ไงว่ะ รถคันไหน
ยังดีที่ไกด์เหมือนจะรู้ใจ โทรกลับมาอีกรอบบอก ทะเบียน พร้อมเบอร์โทร ความวุ่นวายถึงจบลงแต่ไม่ที่สุด
เพราะรถมารับเราแล้ว ไปรับลูกทัวร์ท่านอื่นอีก ที่สนามบิน พอลูกทัวร์มา
คนขับรถก็พาวนเล่นในที่จอดรถสนามบินรอบนึง แล้วก็เม๊าท์โทรสับ บ่นอะไรไม่รู้ แล้วก็จอด ก่อนลงไปรับคนเพิ่ม
แล้วก็พาไปทานข้าวเช้า พอถึงร้าน มองไปฝั่งตรงข้าม มันคือ ขนส่งที่ตรูรอรถอยู่เมื่อกี้
แล้วพี่ทำไมไม่ส่งหนูที่ร้านก่อนว๊ะค๊าาาา จะพาไปชมสนามบินทำไมโว๊ย บอกให้ข้ามถนนไปก็ได้ เค้าไม่กลัวร้อน
กว่าทริปจะกลับเข้าโหมดปกติได้ เล่นเอามึนไปทั้งแก๊งค์
อ่ะนี่โม้มานาน มาดูมื้อเช้ากัน ติ่มซำแบบทำมือ และหมูย่างเมืองตรัง
ขอบอกเลยว่าติดใจมาก หมูอย่างเมืองตรัง เหมือน หมูหันดีๆนี่แหละ มันสุดยอดมาก กินลืมอ้วนเลย

อิ่มแล้วอ้วนแล้ว ก็ไปเอาศิริมงคล กันก่อน ศาลเจ้าแห่งนึง ณ จ ตรัง


กราบไหว้เทพเจ้าตามจุดต่างๆจนครบ 1 รอบ ก็มาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ท่ามกลางความร้อน


แล้วก็....ลุย ถ้ำเลเขากอบ Unseenthailand เข้าไปแล้ว รอดตายออกมาแล้ว
ขอพูดว่า คนที่ค้นพบกิจกรรมแบบนี้ ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน สามารถมาก ครั้งเดียวจริงๆ ไม่เอาอีกแล้ว
ขนาดทำใจมาแล้วตั้งแต่กรุงเทพ พอถึงเวลาจริงๆ พ้นออกจากถ้ำมาได้ อยากจะหันไปกราบงามๆ 3 ที
รูปในถ้ำไม่มีนะคะ อยู่กล้องเพื่อน บัดนาวยังไม่ได้รับมา ก็ดูช่วงอนุบาล หลอกให้ตายใจไปก่อน

ตอนก่อนเข้าถ้ำ สามัญสำนึกยังไม่ทำงาน เลยเริงร่า

คนพายก็พายเรือไป ส่วนเราก็ถ่ายรูปไป



เข้ามาในถ้ำแล้ว ก็ยังสติวชิวๆ ถ่ายได้ไม่มีไรน่ากลัว

โอ๊ย รูแค่นี้เอง ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ คนอื่นมาน้ำขึ้นแน่ๆเลย เลยบ่นกันว่าหินเฉียดหน้า

ไม่ได้รู้ชะตากรรมเลย ชุติมา ว่า วันนี้อ่ะวันน้ำขึ้นแล้ว จุดสุดท้ายนี่แหละที่แกจะตายคาที่
ก็มัวแต่ชิวไปเรื่อยๆ แวะถ้ำนั้น ดูหินงอกหินย้อย ถ่ายรูปมันทุกจุดที่ เรือจอด

แล้วเป็นไงหล่ะ เลยได้รูปข้างบนมาเป็นรูปสุดท้ายไง หลังจากนี้ไปลอดท้องมังกร
ฮืออออออ แค่ระยะทาง 350 เมตร เท่านั้น ใจข้าพเจ้า นึกถึง ทิปที่จะจ่ายคนเรือทันที
ออกไปแล้ว เอาไปเลย 100 นึง ให้จริงๆ ไม่ต้องทวง ทิปให้จากใจที่พาตรูออกมาได้
พ้นจากถ้ำมานี่เดินโคลงไปเคลงมาจะอ้วกไม่อ้วกแหล่ เลยทีเดียว มองลายหิน ที่เหมือนเกล็ดมังกร
ในสภาพนอนราบไปกับเรือ แล้ว จุดนี้ซวย หัวอยู่ระหว่างร่องขา กับที่นั่ง เกร็งคอเล่นกายกรรมพร้อมลุ้นไปด้วย
หมดสภาพทันที จุดอื่นจะไปไหนอีกไม่ไปแล้วได้ป่ะ เข้ารีสอร์ทเลยเหอะ
แต่ก็ทำไม่ได้ จุดนี้ได้เวลาทานข้าวเที่ยงแล้วด้วย เลยไปลองเมนูแปลกๆที่ร้านนึง
แปลกจริงๆ กุ้งแม่น้ำราดน้ำแดงงี้ ลูกจากลอยแก้วงี้ นอกจากของแปลกก็สั่งเมนูปกติด้วย




อิ่มแล้วก็ไปลุยต่อ สภาพดีขึ้น ไปดู โบราณสถานกันต่อ สถานีรถไฟกันตัง

เห็นแดดแล้วไม่อยากลงจากรถเลยให้ตาย แต่ด้วยสปริตแรงกล้าต้องลงไปจัดภาพชุดใหญ่








ร้อนแล้วต้องเอาให้คุ้ม จากนั้นก็พยายามต่อรองกะคนขับว่าไปรีสอร์ทเหอะ
พี่คนขับก็โคตรพิทักษ์ผลประโยชน์ไม่ยอมเฟ้ย ต่อรองกลับ ไปดูก่อนไม่ลงค่อยว่ากัน
ชิชะ ก็ได้ๆๆ พอจุดหมายต่อไป ลูกทัวร์คนอื่นที่ไม่ใช่แก็งเรา เริ่มคิดเหมือนกัน บอกว่าไม่ลง
พี่คนขับเลยต้องยอมแพงพลังธิปไตย ออกรถแบบจ๋อยๆ ทำหน้าเสียดายไม่ยอมลงกัน
เลยคะยันคะยอพาไปจุดถัดไปอีก ทีนี้ไม่ต้องต่อรองกันให้คนขับเสียใจ
เพราะพี่แกโดน ฝนไล่ ฮี่ๆๆๆ ฝนตกลงมาแบบไม่มีการเตือนล่วงหน้า ทำให้ โปรแกรมทั้งหมดจบทันที
เลยได้แวะมินิมาร์ท ซื้อขนมถุง หมดไป 1 พันกว่าบาท ก่อนลงพี่คนขับพยายามบอก รีสอร์ทมีขายไม่ + กำไร
ได้แต่นึกในใจว่า พี่รู้มั๊ย คณะนี้เป็นหลุมดำนะคะ ไอ้ที่ซื้อวันนี้มันหมดวันนี้แน่นอน
มะรืนนี้เราจะปล้นสะดมรีสอร์ทอุดหนุนแน่ๆ และแสงยานุภาพก็ฉายชัดให้เห็นเมื่อมื้อเย็นมาถึง
พวกเราไม่แตะข้าวกันซักคน ที่สำคัญ บีบคอพี่ไกด์มึนฮา ให้เติมกับข้าว จนเค้าต้องแอบเอามาให้
ก่อนพี่ไกด์จะกลั้นใจไปคุ้ยครัวเอากับข้าวมาเพิ่ม พร้อมกับเค้าพยายามเตือนว่า มันเยอะแล้วนะ
ดูจากจานแรกที่วางมา มันก็เยอะจริงๆอ่ะแหละ ปูแบบนี้ 2 จานสำหรับ 9 คน

ไม่นับรวมเมนูอื่นๆ ที่มาอย่างละ 2 จาน มันก็ไม่พอกินอ่ะคะ จริงมีเหตุผลที่ต้องเติมพลังกัน
คือราตรีนี้ยังอีกยาวไกล เรามีภารกิจนับเลขดื่มน้ำกันต่ออ่ะค่ะ
และกิจกรรมวันแรกที่ มดตะนอยด์รีสอร์ท ก็จบลงที่ การจั่ว เฮ้ย ดื่ม เฮ้ยไม่ใช่ นอน
เพื่อเตรียมตัวไปลุยดำน้ำ วันรุ่งขึ้น ซึ่งจะมาต่อตอนหน้าว่ามันส์ จนหยดสุดท้ายจริงๆ
ขอบอกว่ามาทะเล ออกเรือกับมดตะนอยด์ สุดยอดมากไม่มีใครซ้ำเลย หาไม่ได้อีกแล้ว
เดี๋ยวมาเล่านะคะว่าทำไม