Calendar
 
  Last Diary
 
ฉันบ้าดารา
ของขวัญแห่งความทรงจำ
...
...วันนี้วันเกิดใคร....
ความจำสั้นแต่รักฉันยาว
เกลียด
Wedding:งานนี้ที่รอคอย
Melbourne: Forever and Ever
(ทะเล)ทราย
งานวัดที่โอมาน
แพ้หลุดลุ่ย
ความสุขของผู้หญิง
สวยสุดในชั้นบรรยากาศ
ส่งท้ายปี
ดีให้พอ
ที่สุดของที่สุด
อาสาสมัครใจ
ส่ง 'นก' เข้าประกวด
เข้าไปในถ้ำเข้าไปในใจ
บอมเบย์มีน้ำใจ
ขึ้นรถ ลงเรือ หนีเสือ เจอช้าง
น้องคาร์เวียร์
ลูกปลา ณ อ่างศิลา
เรื่องน่าดีใจ
ชีวิตแบบช้าๆ
มหกรรมหนังสือแห่งชาติ
สาวสาวเสริมสวย
ภูเก็ตกินเจ
หลงรักแขก
- - - new theme - - -
เอาโอ๋มาฝาก
ไหว้พระ:หลวงพ่อโสธร
concert
the soundtracks of my love: limited edittion
โกรธตัวเอง
รอมฎอน: นอนอดข้าวอยู่ดูไบ
พานิ้วกลมไปดูไบ
ดูไบอะไรก็ดี...หรอ?
กัมพุชาพริบตาเดียว พิมพ์ครั้งที่ 2
  Favourite Diary
  รวมรีวิวงานแต่งงาน
WeddingPresentation
บล็อคเกี่ยวกับงานแต่งงาน
  Counter
       


  บอมเบย์มีน้ำใจ  

ความไม่คาดหวังนำมาซึ่งสิ่งที่ไม่คาดหวัง

มาบอมเบย์ครั้งนี้ไม่คาดหวังว่าจะได้ออกไปเที่ยวไหน ทั้งที่ในใจก็อยากออกไปดูบ้านเมือง ดูคน ดูวัฒนธรรมอินเดีย

เพราะไฟล์ทนี้เป็นไฟล์ทเดียวที่ลูกเรือจะได้ลงไปนอนค้างคืนที่อินเดีย โดยปกติแล้วพวกเราจะนอนพักผ่อนตื่นมากินอาหารเช้าอลังการณ์ ออกกำลังกาย ว่ายน้ำ ทำสปา กันคิ้ว(เค้าว่าที่นี่กันคิ้วดีแท้) นอนพักอีกรอบ  แล้วก็เตรียนตัวทำไฟล์ทบินกลับ

ไม่ค่อยมีใครสนใจการออกไปท่องโลกท่องอินเดีย ครั้นจะให้เราออกไปเดินดุ่มๆคนเดียวก็กระไรอยู่ ถ้าเป็นผู้ชายจะไม่กลัวเลย

แต่ความไม่คาดหวังนำมาซึ่งสิ่งที่ไม่คาดหวังเสมอ

ปรากฎว่า'บี'เพื่อนสจ๊วตรุ่นเดียวกันออกปากชวนออกไปเที่ยวข้างนอก เค้าบอกว่าเพื่อนเค้าไปเที่ยวถ้ำมา  ถ่ายรูปสวยดี  เราเองก็เคยเห็นในเวปของอุ้ยที่ไปเที่ยวถ้ำนั้นมา  ก็อยากไปเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงตัดสินใจร่วมทริปในทันที  เราสองคนได้หลอกล่อ 'พี่อ้อ' เข้าร่วมทริปได้อีกหนึ่งคน

 

 

 

พี่เพอร์เซอร์แนะนำว่าถ้าจะนั่งรถแท๊กซี่ไปให้เรียก cool cap  เป็นรถติดแอร๋ สบายกว่าและปลอดภัยกว่า

แต่ cool cap เรียกยากมาก จนในที่สุดเราก็ตัดสินใจนั่งแท็กซี่ธรรมดา คันเล็ก เก่าๆ เขรอะๆ ที่ต้องเปิดหน้าต่างตลอดทาง

หลังจากที่อ่านหนังสือ 'เสียดายคนอินเดียไม่ได้อ่าน' ของไปพัด และ 'เนปาลประมาณสะดือ' ของนิ้วกลม (หนังสือจากสำนักพิมพ์เดียวกัน  แต่คนละมุมมองโดยสิ้นเชิง  ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเราชอบเล่มไหน)

พอเข้าใจคราวๆว่า คนอินเดียชอบหลอก ชอบโกง ชอบบีปแตรเป็นนิสัย  วันนี้แหละเราจะได้ลองเจอของจริงเสียที 

ก่อนอื่นเราต้องต่อรองราคาค่ารถไปกลับ คือเหมาไปเลยไม่ต้องให้เค้ากดมิเตอร์ และระหว่างพวกเราเข้าไปเดินเที่ยว ก็ให้พี่แท็กซี่รอรับกลับด้วยเลย  คิดกันเอาไว้ว่าซัก 500 รูปี น่าจะไหว

ลุงคนขับเสนอราคา 450 รูปี

สมองสั่งการว่าต้องต่อราคา ไม่งั้นอาจจะโดนหลอก แต่บีห้ามไว้ว่าให้เค้าไปเถอะอย่าต่อเลย เพราะยังไงมันก็ไม่เกินราคาที่เราคิดไว้นี่นา

บอมเบย์มีน้ำใจ

 

มิเตอร์เท๊กซี่จะอยู่ด้านนอกรถ หน้าตาน่ารักน่าชังแบบนี้

บอมเบย์มีน้ำใจ

และเห็นอะไรมั้ย  รถแท็กซี่ที่นี่ไม่มีกระจกข้าง บ้างมีก็พับเก็บไว้ เป็นของไม่จำเป็นต้องใช้กัน เท่าที่สังเกตุดู เฉพาะรถแท็กซี่เท่านั้นที่ไม่มีกระจกข้าง รถตุ๊กๆ รถบรรทุก(ซึ่งเยอะมาก) ก็มีกันทั้งนั้น คงเป็นเพราะเป็นรถเล็ก มีกระจกรอบด้านมองเห็นหมดอยู่แล้ว

และที่สำคัญกว่ากระจกคือแตร สำหรับที่นี่การปีบแตรเป็นสิ่งสุภาพ จะเลี้ยว จะปาดไปไหน ไม่ต้องเปิดไฟขอทาง บีบแตรนี่แหละ ให้เค้ารู้ไปเลยจะได้ไม่เฉี่ยวชน

ด้านหลังรถบรรทุกแทบทุกคันจะมีข้อความว่า 'HORN OK PLEASE' หมายความว่ากรุณาบีบแตรให้รู้ด้วยถ้าจะแซง...ใช่มั้ยนะ  ถามๆเอาจากลุงคนขับที่พูดอังกฤษไม่ค่อยจะได้ หรือไม่ก็เราฟังเค้าไม่รู้เรื่องเอง  

ลุงคนขับชื่อราเมช รถของคุณลุงด้านในไม่สกปรกมาก ผนังบุด้วยผ้าขนๆ ลายคล้ายๆขอเสือสีส้ม แตรรถของลุงไม่ดังแผดเสียงปี๊บๆเหมือนคันอื่นๆ ออกจะเป็นเสียงปิ๊บแบบแหบๆ (บีแซวว่าแบบนี้ไม่จ๊าบเลย สู้คันอื่นไม่ได้) แต่ก็ฟังดูสุภาพดี ลุงเลยไม่ค่อยบีบแตรเยอะเหมือนคันอื่น เห็นก็มีแต่ครั้งนึงบีบเป็นชุดๆแข่งกับรถคันข้างๆ นึกว่าจะลงเอยด้วยการลงไปต่อยกันซะแล้ว เห็นตะโกนคุยกันขโมงโฉงเฉง  แต่แล้วลุงก็บอกว่า คันนั้นน่ะเพื่อนลุงเอง แหมนึกว่าทะเลาะกันซะอีก

(my friend = โดส ในภาษาอินเดีย ฟังดูแล้วคล้ายๆ dude เหมือนกันนะ)

คุณลุงพาเรามาถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ ถึงแม้จะเสี่ยวโดนรถข้างๆเสยไปหลายรอบ

national park เป็นจุดหมายปลายทางแรก ถ้ำที่เราจะไปซ่อนอยู่ใน national park แห่งนี้

ลุงบอกว่าจะเอารถไปจอดรอด้านหน้านะ  เพราะลุงเอารถเข้าไปไม่ได้ จะเดินเที่ยวนานกี่ชั่วโมงก็จะรอ

พอลงจากรถ ก็มีนายหน้าเดินมาหานักท่องเดียวเอ๋อๆอย่างพวกเราทันที 

เค้าอธิบายว่าทางไปถ้ำนั้นไกลมาหลายสิบกิโล ต้องจ้างรถเค้าเข้าไป เสนอราคาค่ารถเข้าไปเที่ยว   950 รูปี บวกค่าเข้าประตู ค่าเข้าถ้ำ ซาฟารี ค่าเข้าวัด เป็นเงิน 1500 รูปี  ถ้ามีไกด์ด้วยก็เพิ่มอีก 300 รูปี

ต่อค่ารถได้นิดเดียวเหลือ 900 รูปี

ในใจก็รู้ว่ามันแพงเวอร์เกินไปบวกกับกลัวโดนหลอกอยู่แล้ว แถมเรายังไม่ทันได้เดินไปเช็คราคารถหรือค่าเข้าอื่นๆจากเจ้าหน้าที่สวนเลย แต่เห็นเพื่อนๆโอเค พอใจในราคาที่เค้าเสนอ ถึงมันจะแพงถ้าเทียบกับที่อินเดีย แต่ถ้าคิดกลับเป็นเงินไทยลบค่าเครื่องบินที่ไม่ต้องเสียมาแล้ว ราคานี้เป็นราคาที่เราพอใจและเค้าพอใจ มันก็น่าจะไปกันได้

ปัญหามันอยู่ที่ว่าเราไม่ได้แลกเงินรูปีมาเยอะ หักค่าผ่านประตูไปแล้ว เหลือแค่ 600 รูปี แค่ค่ารถอย่างเดียวยังไม่พอเลย ไกด์ก็ไม่มีทางจ้างได้ เป็นอันต้องตัดไป

พวกเราขอจ่ายเป็นเงินดอลลาห์ซึ่งเค้าน่าจะได้กำไรมากกว่าด้วย (1USD=47รูปี) แต่เค้าปฏิเสธ บอกว่าราคาดอลล่าไม่แน่นอน วันนี้แลกได้ 40 พรุ่งนี้อาจจะเหลือแค่ 30  ไอ้เราก็คิดว่าเวอร์ละ มันจะขึ้นจะลงอะไรไวปานนั้น แต่ก็ไม่เถียงล่ะ เค้าไม่เต็มใจจะรับดอลล่าก็ไม่รับ

(แล้วปรากฎว่าเรื่องเรทเงินเป็นจริงดังที่เค้าว่า ขาบินกลับไทย แอบเห็นเรทเงินขึ้นเป็น 54 รูปีต่อดอลล่าห์แล้ว ถ้าเค้ารับไปก็กำไรบานเลยนะเนี่ย) 

ทีนี้จะทำยังไงกันดี จะลองเดินไปเช็ดดูมั้ยว่ามีทางอื่นที่ถูกกว่ามั้ย ขณะนั้นคุณนายหน้าเริ่มปรึกษาหารือเพื่อนๆ รวมทั้งคุณลุงราเมชคนขับแท็กซี่ของเราก็จอดรถลงมาร่วมวงด้วย

เค้าคุยกันภาษาอินเดีย เราฟังกันไม่รู้เรื่อง ดูท่าคุณลุงคนขับจะกลัวเราไม่มีเงินจ่ายค่าแท็กซี่ด้วย เราก็เลยบอกไปว่าลุงไม่ต้องห่วง พอกลับไปถึงโรงแรมแล้วเราจะแลกเงินเป็นรูปีจ่ายให้นะคะ

แต่ท่าทางลุงจะไม่ได้ห่วงเรื่องเราจะจ่ายเค้าหรือไม่จ่าย แต่ลุงคงช่วยหาทางให้เรา หรืออาจจะถึงขั้นช่วยต่อราคาให้เราด้วยก็ได้ เพราะท้ายที่สุดแล้วลุงราเมชควักกระเป๋าตัวเองจนเกลี้ยงให้เรายืมตังค์จ่ายไปก่อน 300 รูปี!!!

ตกใจในความใจดีของลุง

 

300 รูปีของลุงรวมกับที่เรามีอยู่ 600 รูปี เป็น 900 รูปี เป็นค่ารถพอดิบพอดี

ปัญหายังไม่หมด คือถ้าตอนนี้เราเอาเงินรูปีทั้งหมดจ่ายค่ารถ แล้วเราก็จะไม่เหลือเงินไปจ่ายค่าเข้าถ้ำ และค่าเข้าที่อื่นๆอีกน่ะสิ  คุณนายหน้าบอกเราว่าให้เราพยายามอ้อนวอนคนขายบัตรให้รับเงินดอลล่าห์เค้าน่าจะยอม อันนี้ก็ต้องเสี่ยง ลองดู ไม่ใช่นั่งรถเข้าไปแล้วไม่ได้เข้าถ้ำนะ จะเสียดายมาก

รถตู้กระจิดริดคันนี้แหละที่จะพาเราไปเที่ยวท่องใน national park

บอมเบย์มีน้ำใจ

 

 

วันนี้มารู้ทีหลัง เพราะเปิดดูเวปของอุ้ย เพื่อนที่เคยไปเที่ยวที่นี่มาแล้ว เค้าเสียค่าผ่านประตูคนละ 20 รูปี ในขณะที่เราสามคนเสียรวมกัน 130 รูปี (แถมมีใบเสร็จมารับรองด้วยนะ)  ค่ารถอุ้ยเสีย 50 รูปี เราเสีย 900 รูปี

นับว่าเป็นราคาที่ต่างกันมากทีเดียว

แต่แปลกว่าเราไม่รู้สึกว่าโดนหลอก

ถ้าคิดแบบง่ายๆ ก็พอเราจ้างรถทำให้เราสบายขึ้นและได้ไปที่อื่นใน national park ด้วย ถึงแม้ไฮไลท์จะอยู่ที่ถ้ำอย่างเดียวก็เถอะ

แต่ 900 รูปีที่เสียไป มันทำให้เราได้เห็นน้ำใจของคุณลุงราเมชใน 300 รูปีที่เค้าให้เรายืม 

อย่างน้อยเงินแค่ไม่กี่บาททำให้เราเห็นอะไรได้ขนาดนี้ มันก็คุ้มทีเดียว

 

 

ปล. เล่าเรื่องจ่ายแพงให้บีฟัง บีตอบมาด้วยความมองโลกในแง่ดีอีกว่า "ไม่เป็นไร  เรารวย 55"

 

การเดินทางเพิ่งจะเริ่มต้น แต่เวลาของเราหมดแล้ว  จะมาเขียนเพิ่มเร็วๆนี้ค่ะ

 

 

     Share

<< ขึ้นรถ ลงเรือ หนีเสือ เจอช้างเข้าไปในถ้ำเข้าไปในใจ >>


Posted on Sat 15 Nov 2008 17:22

เพื่อนที่เป็นฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทยก็คิดคล้ายๆกันนี่ล่ะ ถ้าโดนหลอกแบบไม่มหาโหดมากนัก เค้าก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร แค่ไม่พาเค้าไปปล้นจี้ก็พอแล้ว
PuE   
Fri 21 Nov 2008 21:46 [4]

ได้อ่านแล้วก็อมยิ้มไปด้วยครับ

ถือว่าเป็นการกระจายรายได้สู่ประเทศ หรือคนที่เค๊าลำบากกว่าเราก็สบายใจดีครับ

yam   
Sun 16 Nov 2008 13:45 [3]

ดีจัง
มองโลกในแง่ดี แบบนี้
เต้   
Sun 16 Nov 2008 11:06 [2]

ชอบไดหน้านี้จังค่ะ ไม่รุจะเม้นอะไร ชอบที่ส้มเห็นด้านแย่เป็นด้านดีได้
ขอบคุณค่ะ
vodca   
Sat 15 Nov 2008 19:33 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh