วันที่สองของการเดินทางไปตุรกี

เราตื่นมาอีกครั้ง เพราะแดดแรงแจ๋เลย เหมือนประมาณ สิบโมงเช้า ดันเปิดหน้าต่างไว้ แอร์โฮสเตสก็เริ่มบริการอาหารอีกครั้ง เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจ เพราะผู้โดยสารตื่นกันหมด เค้าเปิดไฟสว่างโร่  เวลาเค้ามาบริการอาหาร เราก็ไม่ค่อยจะกล้าสั่งอะไรมาก เพิ่งมาครั้งแรก เลยต้องสงวนท่าที ไว้ก่อน เห็นไวน์เห็นเหล้าอยากกินจะตาย น้ำลายสอ แต่ไม่กล้าสั่ง คุณตุรกีก็เริ่มต้นบริการเราอีก  อิอิ จากการปรับที่นั่งให้ (หรือจะหลอกแต๊ะอั๋งป่าววะ) ปรับทีแทบจะกอด เราก็เริ่มสังเกตผู้โดยสารอื่นมองเราหลายคนเลย  เริ่มเห็นคนไทย ได้ยินเสียงคนไทยคุยกัน ที่นั่งถัดไป เราก็คิดในใจ ว่าจะไปนั่งคุยด้วย อยากถามอะไรเกียวกับที่นั่น  พอทานอาหารเช้าเสร็จซักพัก จากแดดแรงแจ๋กลับเป็นมืดเหมือนเช้ามืดไปเลย เราก็ งง มาก เพราะตอนนั้นเป็นเวลา ที่ข้ามซีกโลกอีกด้าน คิดว่างั้นนะ เพราะจากสว่างกลายเป็นมืด ดูไปก็น่ามหัศจรรย์ดีจัง แปลกดีวุ้ย แอร์โฮสเตสก็เริ่มประกาศว่า อีกครึ่งชัวโมงจะไปถึง อิสตันบลู เราก็เดินไปแปรงฟัน ล้างหน้า โดยใช้ถุงสัมภาระเล็ก ที่เค้าแจกให้ตอนขึ้นเครื่อง มียาสีฟัน, แปรงสีฟันอันเล็ก ๆ น่ารัก แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง มีที่บังตาเวลานอน มีหวีเล็ก 1 อัน ได้เวลาสำรวจห้องน้ำแล้วคับท่าน ห้องน้ำบนเครืองบินจะอยู่ ช่วงกลางเครื่อง และท้ายเครื่องเป็นระยะ เวลาเดินไปก็ต้องผ่านผู้โดยสาร ไม่ชอบเลย อายเวลาไปห้องน้ำ  ห้องขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ขอบอกโถส้อมเวลากดนะ มันดูดแร้งแรง ตกใจหมดเลย เหมือนใช้สูญญากาศดูดกระดาษทิชชู่ แรงและเสียงดังมาก  ด้วยความทะลึ่งแบบที่เห็นในหนังก็พยายามคิดนะว่า ห้องนิดเดียวเอง ทำไมคนไปทำอะไรกันได้ในนั้น อิอิ  ดูแล้วท่าจะลำบากหน่อยนะ แล้วห้องนำมันก็อยุ่กลางเครื่อง ถ้าเข้าไปสองคน ผู้โดยสารคนอื่นก็ต้องเห็นอ่ะจิ  อุ๊ย! คิดไรก็ไม่รุ   ขากลับจากห้องน้ำก็ไปนั่งคุยกะคนไทย คนไทยก็ไม่คิดว่าเราเป็นคนไทยอีก นึกว่ามาจากสิงค์โปร์ แถมยังคิดว่า คุณตุรกีน่ะ เป็นสามีดิฉันด้วย โอ๊ยย อยากกรี๊ดสลบ....เพราะพี่เค้าเห็นว่า คุณตุรกีเอาใจเราเกินขนาด เค้าแอบเม้าส์ว่า รักเมียจิงเลยนะ  แงแง ถ้าหล่อหน่อยจะไม่ว่าเลย  เราก็เพิ่งรู้ว่า อิสตันบลูเป็น สนามบินที่คนในยุโรป มา Transist เพื่อไปต่อยังประเทศอื่น ๆ อีกหลายประเทศ ของพี่เค้าจะไป อาเซอร์ไบจัน โดยนั่งมาลงที่ อิสตันบลูแล้วต่อเครื่องไปอีก เจ็ดชั่วโมง โอ มาย ก๊อด ข้าเจ้าเบื่อจะตายอยู่แล้ว  ดีนะที่หลับเก่ง ไม่งั้นแย่เลย ก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรมากเพราะ พี่เค้าไม่เคยไปตุรกี แล้ว แอร์ฯ ก็ประกาศว่า  กรุณานั่งรัดเข็ดขัดเพราะเครื่องจะแลนดิ้งที่อิสตันบลู แล้ว  เสียงประกาศของแอร์ฟังยังเข้าใจมากกว่า พวกโอปะเรเตอร์ในห้างสรรพสินค้า ซะอีกนะ อิอิอิ

โอย ตื่นเต้น ตื่นเต้น มันจะเป็นงัยหน้ออออ ตุรกี   พอลงจากเครื่อง วินาทีแรก เป็นเวลาเช้ามืดประมาณ หกโมงเช้า อากาศดีมาก เราได้กลิ่นดินของตุรกีด้วยแหละ แปลกมั้ยที่เราเป็นคนจมูกดีมาก เราสามารถแยกกลิ่นออก และรับรู้กลิ่นที่แตกต่างได้ หรือคนอื่นเค้าไม่สนใจ เรื่องกลิ่นกันก็ไม่รู้นะ หุหุ  แล้ววววว เราจะไปทางไหน อาศัยเดินตามเค้าไป แต่ก็ต้องระวังเพราะ คนที่มา ทรานซิส เครื่องเยอะมาก ตามไปตามมาเดียวไปผิด หลงไปไหนกะเค้าก็ไม่รู้ เราก็พยายามดูป้าย ที่ให้ไปรับกระเป๋าอย่างเดียวแหละ เห็นผู้คนมากมายทั้งหัวทอง หัวดำ แขกอาหรับก็เยอะ ปิดหน้าปิดตาใส่ชุดดำคลุมหมด เราก็ไปเอากระเป๋า แล้วก็ยืนเคว้งอยู่ตั้งนาน หาช่องที่ขนกระเป๋าไม่เจอไม่รู้ช่องไหน มันมีเป็นสิบ ไปครั้งแรกก็ผิดซะแล้ว คุณตุรกีเค้าก็มาเยี่ยม ๆ มองๆ เราทำเป็นไม่เห็น ลืมขอบคุณเค้าไปเลย แต่กัวเดียวไปขอบคุณแล้วจะติดพันอีก

หัวใจเริ่มเต้นแร้งแรง ตอนที่จะออกไปประตูขาออก ในใจก็หวั่น ๆ จะหา มีโมเจอมั้ยนะ ยิ่งสายตาไม่ค่อยดี คนก็เยอะ ทำงัยดี  พอเดินออกประตุแปปนึง มีคนมาประกบใกล้ตัวมาก ได้ยินเสียงเรียก honey ก็เออ ใช่เลย คนของเรา โอ ก๊อด ทำไมเค้าดูเด็กมั่ก ไม่เหมือนเห็นในเวบแคม แต่หล่อมากด้วยยยยย เกิดอาการอายยยยยยค่ะ อายมาก เพราะเค้าพยายามจะจูบเราอ่ะดิ  ดันไปทำปากดีเอาไว้ ว่า ถ้าเจอนะ จะกระโดดจูบที่สนามบิน พอเจอจิง แทบจะม้วนลงไปกองกะพื้น    มีโมก็จับมือพาไปแท๊กซี่  แล้วก็นั่งจับมือตลอด พยายามมองหน้าเราตลอดเลย เราก็ทำเป็นมองไปนอกหน้าต่างรถ อาย ยังจะอาย อยู่ ดูมีโมก็ท่าจะขำเรานะ แอบเห็นเค้ายิ้มด้วย

วันที่สองของการเดินทางไปตุรกีเราก็ไปได้โรงแรมที่กลางเมือง อิสตันบลู อยู่ข้างหน้า มัสยิด สุลต่านอาเหม็ด ที่เป็นภาพสัญญาลักษณ์ของอิสตันบลู คืนละ ห้าพันบาท เป็นโรงแรมไม่ใหญ่มาก อืมมม ถ้าอยู่เชียงใหม่ราคานี้นะ ได้นอนที่ โรงแรมดาราเทวีเลยนะเนี่ย ...อย่างว่าเอาเงินบาทมาแลกเงินดอลล่าร์ มันก็เป็นชะนี้แหละ เราจองนอนไปสามคืน เพราะคืนที่สี่จะไป เบอร์ซ่า (Bursa) เมืองของมีโมเค้า

วันที่สองของการเดินทางไปตุรกีตอนนี้ก็เป็นเวลาคุย ทำความคุ้นเคย อืมมม ภาษาอังกฤษเราก็ยังเจ๋งอยู่ ไม่ได้ใช้มานานก็ยังใช้การได้ดีอยู่ tt  เราก็อาบน้ำแต่งตัว เพื่อไปผจญภัยซะที เพราะเมื่อกี้ผ่าน มาเห็นอะไรก็ตื่นตา ตื่นใจไปหมด อยากออกไปเร็ว ๆ

วันที่สองของการเดินทางไปตุรกีอันดับแรกก็เดินไปเลย แค่สองนาทีจากโรงแรมไปที่สุลต่านอาเหม็ด สวยจัง ข้างในประดับโคมไฟ สวยมาก ภาพวาดผนังก็สวยงาน ศิลปะแปลก ๆ จะแขกก็ไม่ใช่ ฝรั่งก็ไม่เชิง ก็ไล่ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ ไปเรื่อย เจอคนไทยมาทัวร์กันด้วย เห็นปุ๊ปรู้ปั๊ปว่าเป็นคนไทย หรือ ป่าววววว คณะทัวร์จะมีป้ายเลขทุกคนต้องเดินถือเหมือนพัดเลย มีโมล้อเราว่า ถ้าเรามาทัวร์นะ เราก็ต้องไปถือแบบเค้าอ่ะ แล้วจะมีไกด์คอยเรียกเหมือน แม่เป็ดเรียกลูก อิอิ นัมเบอร์วัน นัมเบอร์ทู แล้วพี่แกก็หัวเราะ(น่าตบจูบซักที)แต่ไม่ค่อยจะทันหรอก พี่ทั่นจูบก่อนตลอด ออกมาก็เทียวที่ มอสคิว ใหญ่ๆ ใกล้ ๆ อีก ชื่อไรไม่รูนะ จำยากจัง แต่คือวน อยู่แถว ๆ นั้น ที่น่าสังเกตเวลากลางวันแดด เปรี้ยงๆ คนตุรกีกลับมาน่งคุยกันกลางแดด ดื่มน้ำชากัน ไม่ร้อนหรืองัยนะ แต่พอเราไปอยู่กลางแดดบ้างจิง กลับไม่ร้อน แดดเค้าไม่เหมือนแดดบ้านเรา ขืนไปนั่งยังงี้ซิ มีหวัง หัวไหม้ ตัวดำ หมดแหละ อิอิ 

ช่วงบ่ายเริ่มเดินหาของกิน ทั้งเมืองกินเนื้อกันหมด ขอบอกเราก็ศิษย์เจ้าแม่กวนอิม ดันมาผิดประเทศ ทำงัยดีหว่า อดหน้าเหลืองแน่ ก็ดูเค้ากินกันไป อาหารตุรกีน่ากินมากเหมือนกัน บางอย่างก็คล้าย ผัดบ้านเรา บางอย่างก็แตกต่างกันไป แต่ที่เห็นเค้านิยมกันกันเลย ก็คือ โยเกิตร์ที่เป็นน้ำเหลวๆ เป็นขวด บางทีก็เป็นถ้วยเหมือน ดัชมิลด์บ้านเรา เหมือนเอาโยเกิรต์มาใส่น้ำกินอ่ะ เห็นทุกโต๊ะ มีแทบทุกที่ เราก็อยากลองอาหารตุรกี เลยให้มีโมพาไปกินแถวหน้าสุเหร่านั้นแหละ ตรงวงเวียนรถไฟฟ้า มีร้านอาหารหลากหลาย โชว์ไว้ในตู้กระจกสะอาดเอี่ยม  ก็อาศัยไปร้านที่คนเยอะ ๆ มันคงอร่อยแน่ ๆ ก็ลองโยเกิรต์เหลว มันยังงัยก็ไม่รุ้นะ เลยเปลี่ยนเป็นโค๊ก ดีกว่า ก็ได้โค๊กจิงๆ ไม่มีน้ำแข็ง โอออววว ร้อนตับจะแตก หาน้ำแข็งกินซักก้อนก็ไม่ได้ มีโมบอกว่าที่ตุรกีเค้าไม่กินนำแข็งกันหรอก ...กำ...สรุปแล้วทั้งร้านมีแต่เนื้อ ก็พยายามกินไปนิดนึง ล่อผักเยอะๆ เค้ามีสลัดมาให้จานนึงด้วย สลัดที่นี่แปลกเค้าไม่มีเป็นสลัดครีมแบบบ้านเรา เป็นสลัดน้ำใส ชิมดูจืดมาก แค่เอาน้ำมันมะกอกใส่เกลือนิดเดียว โห ขื่นขม กระเดือกไม่ลง คุณแฟนใจดีเห็นหน้าเราแล้วก็พาออกมาซื้อขนมปังข้างนอก กินกันตายไปก่อน เฮ้อ... จากนั้นกลับโรงแรมอาบน้ำอาบท่า หลับซะงีบ

 วันที่สองของการเดินทางไปตุรกี เวลาค่ำก็ออกเที่ยว เริงราตรี ก็แถวๆ นั้นอีก  ไปนั่งจิบเบียร์ ร้านน่ารักๆ  อืม ร้านเหล้าที่ตุรกีเค้าจะสวยงามน่ารักชัง ทั้งสีสรร และการตกแต่งเหมือนอยู่ปารีสเลย แล้วจะมีหลาย ๆ ร้าน ติด ๆ กันไปหมด ดูแล้วน่ารื่นรมย์ดี เรากะมีโม ก็ตะเวนกินร้านั้น ออกร้านนี้ เป็นที่หนุกหนาน แบบขอลองบรรยากาศ เราก็สนิทกะมีโมแล้วเลยไม่ค่อยเกรงใจ  วิ่งไปเจอ ชิคเก้นโดนัลด์ ที่เป็นไก่เค้าเอามาพอกเป็นก้อนใหญ่ ๆ แล้วหมุนย่างไฟ มีมีดยาว ๆ ไว้ปาดขายลูกค้า ดูน่ากินจัง เค้าเอาแป้งโรตีห่อไก่ที่ปาดออกมาแล้วมีผัก กับ มายองเนส ให้ อร่อยมากเลย แต่คำมันใหญ่ไม่ค่อยถนัดในการกิน ซอสเลยหมดแหมะใส่เสื้อเซ็กซี่ สีดำของเราซะ วงเบ่อเร่อ กำลังจะเช็ด คุณมีโม เค้าจัดการให้ทันที เค้าเลียเลยค่ะ อิอิ จั๊กกะเดียม มันแหมะลงตงหน้าอก เสียวโว๊ยย เราก็ยืนหน้าแดงไปซิ มีโมก็พาไปซื้อทิชชู่มาเช็ดอีกที  คนตุรกีคงไม่ค่อยเห็นเอเซีย เท่าไหร่นะ ไปร้านไหน เค้าก็จะถามมีโมตลอดว่าเรามาจากประเทศอะไร ดูก็อัศยาศัยดีนะ เจ้าของร้านให้ดอกกุหลาบดอกใหญ่ให้เราดอกนึงด้วย ประมาณว่า เวลคัม คนสวย อิอิอิ คนหน้าบาน คือ คุณแฟนค่ะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่  แล้วก็ไปดิสโก้กันต่อ ลองกิน เหล้าตุรกี ที่เค้าเรียก ว่า รักกี้ เป็นเหล้าใส เวลากินผสมน้ำเย็นที่มีน้ำแข็งก้อนนึง เหล้าจะกลายเป็นสีขุ่นเหมือนนม กินแล้วรสชาติเหมือนกับบบบบบบบบ  โอววววว ยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบิน เลย จิงงงง มีโมบอกว่า ผู้หญิงอย่ากินเกินสามแก้ว เพราะมันแรง หุหุ รู้จักหญิงไทยน้อยไป เราล่อเข้าไป ห้าแก้วคับ ยังไม่สะท้านเลย ตบเบียร์ Efes ไปอีก สองขวดปุ้ม ๆ หุหุ มีโม ครางงงงงงงง oh my god my drunky honey!!!!!5555555 ให้มันรู้ซะบ้าง ไผทเปงไผท  แต่ Efes เบียร์อร่อยมาก รสชาติดีกว่าเบียร์สิงห์บ้านเราอีก เลยหิ้วไปโรงแรมอีก สามขวดปุ้มๆ (ที่ปุ้ม เพราะขวดเค้าอ้วน ๆ ไม่ผอมเหมือนเบียร์ไทย เปงกระปุก) มีโมถามเราก่อนนอนว่า ที่รักยังจะกินต่ออีกเหรอ อิอิอิ เลยเกรงใจ นอนก็นอนวะ แหง่ม แหง่ม

     Share


วันที่สองของการเดินทางไปตุรกี

<< วันแรกของการเดินทางไปต่างประเทศ ตุรกีวันที่สามของการเดินทางไปตุรกี >>

Posted on Mon 26 May 2008 14:20


 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง