calendar

ปีกนางฟ้า
ปีกนางฟ้า
ปีกนางฟ้า
ปีกนางฟ้า
ปีกนางฟ้า
Camping in the Wood
Sioux Falls
ตามหาไบซัน
Badlands National Park
Badlands at Dusk
Badlands National Park
It's a Long Long Road
Mt. Rushmore
Crazy Horse
Jewel Cave National Monument
ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ - หมู่บ้านแกะสลักหิน
ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ - Dinner and Shows
ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ - นครวัด
ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ - นครวัด
ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ - ปราสาทบายน
ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ - ปราสาทตาพรหม
ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ - บันทายสรี
ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ - วันที่สอง
ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ - โตนเลสาป
ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ
ความรักของการ์ตูน
ความรักของการ์ตูน
ความรักของการ์ตูน
ความรักของการ์ตูน
ความรักของการ์ตูน
ความรักของการ์ตูน
ความรักของการ์ตูน
โนโปรเจ็ก
หนาวใจ
จะรักเธอตลอดไป
ครือว่า...
เมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจ
ปรับตัว ปรับใจ
รักของเรา



ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ - ปราสาทบายน

 

ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ ปราสาทบายน

 

ปราสาทบายน เป็นวัดพุทธนิยายมหายานที่อยู่กลางเมืองนครธม

เมืองนครธมสร้างขึ้นโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 คำว่า ธม แปลว่า ใหญ่   นครธมจึงแปลได้ว่า เมืองใหญ่

 

ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ ปราสาทบายน

 

พระเจ้าชัยวรมันเป็นกษัตริย์นักรบ จะมีการแกะสลักภาพการสงครามระหว่างขอมกับจามไว้ด้วย และมีการแกะสลักภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนไว้ด้วยเช่นกัน

 

ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ ปราสาทบายน

 

เสียดายเรื่องทิศทั้งสี่พิมจำมาไม่หมด จำได้แค่ว่า กษัตริย์จะเข้าเมืองทางทิศเหนือ และหนีภัยทางทิศใต้(ถ้าจำตรงนี้ไม่ผิดนะคะ) ทางทิศใต้จะเป็นประติมากรรมลอยตัวของเทวดาและยักษ์ยื้อยุดฉุดนาคเพื่อกวนเกษีณรสมุทร

 

ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ ปราสาทบายน

 

ทิศตะวันออกเป็นทิศที่ใช้ขับไล่ผู้คนที่ทำความผิด โดยจะมีการทำโทษด้วยการตัดนิ้ว ... นิ้วอะไรแล้วล่ะ นิ้วก้อยหรือนิ้วชี้กันแน่นะ ... นั่นละคะตัดนิ้วทิ้งหนึ่งนิ้ว แล้วขับไล่ออกจากเมืองทางทิศตะวันออกแล้วบุคคลผู้นั้นห้ามกลับเข้าเมืองมาอีกโดยเด็ดขาด

 

ทิศตะวันตกเป็นทิศที่ใช้นำศพออกจากเมือง บรรยากาศจะเป็นอย่างนี้ค่ะ

 

ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ ปราสาทบายน

 

และทางเข้าปราสาททุกด้านจะมีประติมากรรมลอยรูปสิงห์สองตัวซ้ายขวายืนอยู่ค่ะ

 

ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ ปราสาทบายน

 

ปราสาทบายนเป็นถิ่นกำเนิดของ "รอยยิ้มแห่งบายน" อันลือชื่อ ว่ากันว่าทุกหน้าจะมีรอยยิ้มที่ไม่เหมือนกัน แต่ทุกรอยยิ้มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา

 

ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ ปราสาทบายน

 

ใบหน้าเหล่านี้เชื่อกันว่าเป็นใบหน้าของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ผันพระพักตร์ออกไปทั้งสี่ทิศ เปรียบได้ว่าเป็นพรหมวิหารสี่ คือ กรุณา มุทิตา เมตตา อุเบกขา

 

ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ ปราสาทบายน

 

บ้างก็บอกกันว่า พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร นี่ก็หมายถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นั่นเอง หันหน้าสี่ทิศเพื่อคอยสอดส่องดูแลความเป็นอยู่ของประชากรในเมือง

 

ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ ปราสาทบายน

 

ปรางค์ปราสาทบายนมีทั้งหมด 54 ปรางค์ ปรางค์ละ 4 หน้า ทั้งหมดก็จะมี 216 หน้า แต่ในปัจจุบันมีเหลือไม่ครบแล้วล่ะค่ะ

 

ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ ปราสาทบายน

 

อ่านจากในหนังสือหลายๆเล่ม เค้าก็บอกกันว่า เวลาที่เราเดินอยู่ในปราสาทบายนนั้น เราจะรู้สึกเหมือนกับทุกๆดวงตาจับจ้องมองแต่เราตลอดเวลา พิมนึกไม่ออกว่ารู้สึกอย่างนั้นรึเปล่า รู้แต่เพียงว่าถ้ามาที่นี่ตอนกลางคืน คงจะน่ากลัวไม่น้อยเชียวล่ะค่ะ แต่นี่เรามาตอนกลางวันกลับรู้สึกว่าช่างตระการตาอย่างเหลือเกิน เป็นอีกหนึ่งปราสาทในดวงใจเชียวล่ะค่ะ

 

ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ ปราสาทบายน

 

และถ้าใครได้ไป อย่าลืมเอาจมูกไปชนกันด้วยนะคะ

 

ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ ปราสาทบายน  ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ ปราสาทบายน  ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ ปราสาทบายน

 

ตอนเดินชมอยู่ไม่รู้สึกน่ากลัวอะไรเลยจริงๆนะคะ แต่พอมาดูรูปที่พี่โจ้ถ่ายพิมรูปนี้ โอ้วววววว์ ... หลอนจริงๆเลยค่ะ ^^" คนหายไปไหนกันหมดละนี่ๆๆๆๆๆ

 

ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ ปราสาทบายน

 

ออกจากปราสาทบายนก็ได้เวลาทานข้าวเที่ยงกันพอดี และมื้อนี่ก็เอร็ดอร่อยอีกค่ะ แต่ไม่พลาดที่จะต้องมีปลาเนื้ออ่อนและกระดูกหมูทอด

พนักงานเสิร์ฟบางคนพูดภาษาไทยได้ด้วยนะคะ พิมคุยกับเค้า เค้าเล่าว่าอยากจะหัดพูดภาษาไทยเก่งๆ จะได้มาสมัครเป็นไกด์พาคนไทยเที่ยวบ้าง สำหรับภิรมย์พิมก็เคยถามว่าทำไมพูดภาษาไทยเก่งจัง และชัดมากๆด้วย ภิรมย์บอกว่าหัดมาจากทีวีเมืองไทยนั่นละค่ะ ภิรมย์เคยมาเที่ยวเมืองไทยสองครั้ง ไปพัทยาครั้ง ไปทางอีสานครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่เคยเข้ากรุงเทพเลยค่ะ

 

ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ ปราสาทบายน

 

เอาล่ะค่ะ แล้วเราจะไปนครวัดกันต่อนะคะ

 

See angkor and die...

 

 

 

 

     Share


ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ ปราสาทบายน

<< ศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ - ปราสาทตาพรหมศิลานคร ปราสาทขอมโบราณ - นครวัด >>

Posted on Mon 4 Jun 2007 21:43
 

Comments

โอ๋ว่าบรรยากาศจริงๆคงไม่น่าวังเวงเท่ากับภาพที่พี่โจ้ถ่ายออกมานะคะ ^^"
   
Thu 7 Jun 2007 3:05 [6]

สงสัยเหมือนกันค่ะ ทำไมต้องเอาจมูกไปชน?????
หม่อนค่ะ   
Tue 5 Jun 2007 13:18 [5]

สงสัยเหมือนพี่จิคะ ว่าทำไมต้องเอาจมูกไปชนด้วยคะ

ตามกลับไปอ่านทริปนี้ตั้งแต่วันแรก ได้ความรู้เยอะเชียวคะ แถมได้ชมสถานที่สวยๆ ไปกัยพี่พิมด้วย
   
Tue 5 Jun 2007 9:25 [4]

บรรยากาศ นึกไปถึงความยิ่งใหญ่ในสมัยนั้นเลยนะพิมนะ

ทำไมต้องเอาจมูกไปชนล่ะพิม
ji   
Tue 5 Jun 2007 3:59 [3]

พี่พิมคะ เป็น trip ที่สนุกมากๆ ใช่ไหมคะ
ตื่นเต้น ตระการตาดี อ่านแล้วเพลินไปด้วยค่ะ
เสียดายตอนแพรไป กล้องไม่ดี ได้ภาพแบบไม่ประทับใจเลยค่ะ
สงสัยต้องกลับไปใหม่ อิอิ

ตอนหนูไป ไม่ได้เอาจมูกไปชนเลยค่ะ เสียดายๆๆๆๆ (อีกละ)
รอดูภาพสวยๆ จากนครวัดค่ะ

ตอนแพรไปที่นครธม มีคนไปบันทึกภาพสถานที่ แบบว่ามีเครนยกกล้องหมุนไปมา
และวันนั้นเค้ามีงานแสดงน่ะค่ะ แต่แพรกลับก่อน เลยไม่ได้ดู
เห็นแต่เค้ากำลังจัดเก้าอี้และเตรียมงาน

ตอนแพรไปนั้นกรุ๊ปใหญ่ค่ะ ประมาณสามสิบคนได้ ก็รถบัสคันเล็กๆ น่ะค่ะ
ค่าทัวร์ก็ประมาณเจ็ดพันกว่าๆ แต่ดีหน่อย ญาติๆ จ่ายให้ อิอิ
ไม่ค่อยได้ซักถามไกด์เท่าไหร่เลยค่ะ เพราะกรุ๊ปใหญ่ ตอบคำถามไม่ทั่วถึง
รอฟังเรื่องเล่าจากพี่พิมดีกว่า...


   
Tue 5 Jun 2007 2:33 [2]

^^ โอ้โหห....สวยจังพี่พิมม...

อลังการณ์ และสวยงามยิ่งใหญ่มากๆๆค่ะ
อยากไปๆๆๆจังงงงง

อยากรู้อ่ะ เอาจมูกไปชนกันเพื่ออะไรเหรอคะ เค้าว่าจะโชคดีรึป่าวค่ะพี่พิม..
เดี๋ยวมาตามอ่านนครวัดต่อนะคะ...น่าสนใจมากๆๆทริปนี้...

ปล.คิดถุงๆๆๆน๊า...แว๊บพักเที่ยงทำงานมาอ่านค่ะ ไปล่ะ..ฟิ้ววววว
   
Mon 4 Jun 2007 21:57 [1]

 
 
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง