020308 เจ็บปวด กดดัน

 

เลือกตั้ง เลือกตั้งอีกแล้ว~~~~ เพลงประจำหน่วย ปฏิบัติหน้าที่ปกติดี เด็กปี 32 เลือกตั้งครั้งแรก น่ารักทั้งนั้น ใส ๆ เด็ก ๆ สาว ๆ น่ารักดี เด็กหนึ่งคนถูกฉันจ้องมอง แทะเล็ม ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าเขต เข้าคูหา และอายเนียม จนเดินชนคูหา 555+ ตลกเด็ก อย่าเขินเลยนู๋ พี่ไม่ชอบเด็กจ๊ะ เออ..แต่มันก็น่ารักดีนะ

ส่วนอีกคนเป็นน้องสาวของพี่ที่ฉันปลื้มมากมาย ดีกรีนางนพมาส และดาวคณะการจัดการ สวยเลิศมากมาย นางฟ้าแท้ ๆ เดินสวนกับเจี๊ยบนี่ เจี๊ยบกลายเป็นฝุ่นไปเลย 555+ เออ..พูดถึงน้อง คนนี้ชื่อ นิก หน้าตาออกลูกครึ่งหน่อย ตาสีฟ้าหน้าใส ๆ โตมาแม่งน่ารักขนาดนี้เลย ยืนเก้ ๆ กัง ๆ ว่าตัวเองมีสิทธิ์รึยัง จนฉันพยักหน้าให้แหละเลยกล้าเข้ามา มาเซ็นชื่อตรงหน้า ก้มมาใกล้ ๆ พี่จะละลายจ๊ะนู๋จ๋า 55+ ออกจากคูหาก็หันมายิ้มให้ น่ารักดี โตกว่านี้สวยแน่ ๆ เออ..ลืมเล่า เคยได้ลูกชิ้นเกินด้วยแหละ (แม่ของน้องขายก๋วยเตี๋ยวแล้ววันนั้น นู๋ทำให้พี่ คาดว่าคงลืมมั๊ง55+)

อีกคนนึง เป็นนพมาสปีก่อน (ตกรอบ) แม่ ๆ ก็ชมว่าน่ารัก ส่วนสายตาฉันกลับมองว่า “ไม่ว๊ะ” เฉย ๆ คงน่ารักแหละ แต่ในสายตาฉันชอบคนสวย ไม่ชอบคนน่ารัก ก็เลยมองว่า นี่เหรอนางนพมาส...

แล้วพี่คนสวยก็มา :) สวยจริงสวยจัง สวยมากมาย จอย ลิลนี ก็ไม่ปาน (แถวบ้านเรียกกัน) เข้าคูหาไปก็ทำหน้าเอ๋อ มองมาด้านนอก “จำเบอรที่จะเลือกไม่ได้” 555+ สวยเปิ่น!!!

ไปที่อำเภอก็เจอสเปค (ไม่สวยในสายตาคนอื่น ดูแก่ในสายตาคนอื่น แต่ฉันชอบ) เยอะมากมาย ดูท่าจะเป็นนักศึกษานี่แหละ ปี4 หรือไม่ก็พวกทำงานใหม่ เดินไปกินน้ำเจอใครคนนึงด้านหลังเหมือนพี่อ้อยมาก ๆ (อ้อยอัยการ) เกือบทัก!! หันมาก็ไม่ใช่ สวยกว่าด้วย 555+ เออ..วันก่อนเห็นรถไปเปลี่ยนล้อที่อู่ เป็นไรรึเปล่าว๊ะ ไม่ได้ถามแฮะ ไม่กล้าโทรไป กลัว *~* สรุปว่าที่เดินไปเดินมากลายเป็นเดินล่อทอม กะเด็ก ๆ สาว ๆ ไม่เข้าใจนะว่าไอ้พวกทอมที่มันมองนี่ยังไง มองแล้วยิ้ม ๆ เชิงหยอก ๆ มาเก๊กหล่อใส่อีกง๊ะ บางคนก็หล่อได้ใจ ละลายไปบ้าง 555+ สรุปมันมองเห็นความแมนกูมั๊ยเนี่ย แต่คงไม่ได้คิดว่ากุเป็นทอมมั๊ง กุดูแมนแต่สาวไปหน่อย คิดว่ากุแค่ห้าว รึเข้าใจถึงแก่นว่ากูก็เป็นผู้หญิงนี่แหละแต่ชอบผู้หญิงโว๊ย!!

 

ต่อไปก็คือชื่อไดอารี่นี้ เจ็บปวด ทรมาน รู้บ้างมั๊ย

ส่งหีบบัตรเรียบร้อย ก็กลับบ้าน นั่งมาในรถแม่ ๆ (คณะกรรมการพวกเพื่อนแม่ แต่ไม่มีแม่ฉัน) ก็คุยกันถึงเรื่องที่ท่านประธารมีเมียน้อย แล้วเรื่องแตก บ้านเกือบแตก แต่ก็เคลียร์กันด้วยดี แต่เมียเกือบบ้าตาย

ฉันนั่งนิ่งไม่พูดจา ฟังอย่างเดียว ทั้งที่ไม่อยากฟังเป็นที่สุดคือเรื่องนี้!! จะมีใครคิดมั๊ยว่า นี่แหละคือจุดบอดและทำให้ฉันดิ่งสู่จุดต่ำสุด เล่าไปเรื่อย ประธาน(เพื่อนพ่อ) ก็บอกว่า “โดนหลอก โดนจับ”  จับบ้านแม่งเหรอ มีลูกจนเดินได้น่ะ เหี้ยว๊ะ เรื่องจบแล้วนี่พูดเอาดีไว้นี่ แม่ ๆ ก็ถามไปว่า “ถ้าอึดอัด ทรมาน คิดถึง กลัวเมียรู้เรื่องแล้วไปนอนกับมันได้ยังไง ทำได้เหรอ” ก็ยังแก้ตัวไปต่าง ๆ นานา ผู้ชายน๋อผู้ชาย สับปลับจริง ๆ

แม่คนที่ 1 ก็พูดขึ้นมาว่า “ทั้งหมดทั้งปวงที่พบมา นับถือแม่ฉันที่สุด นิ่งได้มั่นคง ใจแข็งมาก ๆ ที่ไม่ทำร้ายกัน” ฉันกลืนน้ำลายไม่ลงคอ อยากปิดหูไม่อยากได้ยินเรื่องเลวร้าย แต่ก็ยังพูดไปเรื่อย ๆ ถึงเรื่องราวมันจะลงเอยด้วยดี (ในสายตาทุกคน) แต่ใจฉันแหลกไป ณ วันนั้นจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ครอบครัวที่ฉันรัก ผู้คนนับหน้าถือตา ให้เกียรติ สุดท้ายพังทลายเพราะเรื่องพรรค์นี้ T_T ฉันยังรู้ดีว่าระหว่างพ่อกับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่แม่ หากไม่มีความผูกพันธุ์ฉันท์ความรู้สึกลึกซึ้ง (ไม่ใช่เซ็กส์) พ่อก็คงไม่นอกใจแม่ อารมณ์ชั่ววูบของคนอ่อนไหวมันเป็นยังไง ฉันเพิ่งเข้าใจได้เองเมื่อสองเดือนที่แล้ว จะด่าทอพ่อในใจได้อีกมั๊ยล่ะทีนี้....

อยากแทรกซึมเข้าสู่หัวใจ และความคิดของใครสักคน เค้นอารมณ์และความรู้สึกของคนที่มีทางเลือกสองทางระหว่างคนรัก กับทางเลือกใหม่ที่ตื่นเต้นเร้าใจกว่า มันเป็นยังไง ขอเจาะดูหน่อยซิว่าตอนนั้นพ่อรู้สึกยังไงอยู่ และผู้หญิงคนนั้นรู้สึกยังไง...

แม่ร้องไห้ในอ้อมกอดฉันเพียงเท่านั้น ฉันไม่สามารถร่ำร้องออกมาได้ ต้องให้แม่มั่นใจว่าต้องเข้มแข็ง ทั้งที่ฉันน้ำตาไหลเวียนไปทั่วร่าง อยากเอามีดเอาปืนมายิงพ่อกับผู้หญิงคนนั้นให้ตายคามือ อยากเหยียบย่ำให้ทั้งสองจมดิน พ่อซื้อสายกีตาร์มาให้ในวันนั้น ฉันแทบอยากเอามันมารัดคอคนซื้อให้ตายลงตรงหน้า อยากจะฆ่า อยากจะเหยียบ อยากจะกลืนกิน กัดแทะความโศกเศร้าที่มอบให้แม่

หมาที่ฉันรักวิ่งเข้าหาพ่อตามปกติ ฉันมองหน้าพ่อด้วยอาการเฉยชา อย่างที่เด็กคนนึงทำได้อย่างผิดปกติ ไม่มีน้ำตา หน้าไม่เศร้า เรียกมามากอดเล่นแล้วบอกว่า “ไม่ต้องไปหาเขา” พ่อบอกว่าวันนั้นเจ็บปวดมาก มากเหลือเกิน

การเห็นคนที่เรารักเจ็บปวดมันรวดร้าวกว่าหลายเท่าเลยนะ ฉันยืนเหยียดตรง มั่นคงอยู่ข้างแม่ ในขณะที่ฉันอายุ 15 ปี จิตฉันเตลิดมีเพียงร่างทื่อยืนไร้วิญญาณ รับฟังเรื่องราวเลวร้ายในสภาพวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ... ทำไมต้องเป็นฉัน ทำไมต้องเป็นกู...

ทำไมพ่อทำกับคนที่รักพ่อทั้งชีวิตแบบนี้ แค่คำว่าผิดพลาด คนที่รักก็ให้อภัย แม้มันจะแค่ครั้งเดียวที่พลาดพลั้ง แต่พ่อรู้ไว้นะว่ามันคือแผลที่ไม่เคยแห้งไปในใจลูก วันนี้มันปริแตกอีกแล้ว

ครอบครัวผ่านเรื่องร้ายมาได้เพราะมีเพื่อนที่ดีอย่างครอบครัวจอย แต่ฉันเพิ่งมารู้ทีหลังว่า ลับหลังครอบครัวฉันกลายเป็นประเด็นหลักในวงข้าวของครอบครัวคนเป็นที่รักเทียบเท่าพ่อแม่ 4 ครอบครัว เรื่องตลกของพวกเขา... แม่ฉันโง่...ที่ยอมพ่อตลอด บางทีคำว่าอภัย มันก็เหมือนคนโง่ดี ๆ นี่เอง...

“แม่ฉันคือผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลก” ถ้าแม่ไม่มีสติ ฟูมฟาย ไล่ฆ่าไล่ตี พ่อกับนังแพศยานั่น วันนี้ฉันคงมีแม่ขี้คุก และพ่อนอนอยู่ห้องเล็กข้างกำแพงวัด...

ขี้ปากชาวบ้านและแม้แต่คนที่ฉันรักเยี่ยงคนในครอบครัว ฉันบังเอิญได้ยิน มันเข้าหูอย่างไม่ตั้งใจในหลายครั้ง จิตใจเด็ก 15 บอบบางแค่ไหนกันนะ... วันนี้ครอบครัวเหล่านั้นฟูมฟายกับสภาพการณ์อย่างแม่ฉันในวันนั้น ฉันทำหน้าไม่ใส่ใจเพราะไม่ใช่เรื่องของเด็ก..แต่ภายในมีให้แค่คำว่า “สมน้ำหน้า!!!”

“ผู้ชายคงมีลึงค์ไว้สนองความใคร่ ไม่ใช่รัก”

 

วันนี้พ่อป่วยออด ๆ แอด ๆ พลางคิดไปว่าอาจเป็นบาปกรรม แต่ก็รักพ่อ ไม่อยากให้พ่อเจ็บ ลูกอภัยได้แต่ไม่หายเจ็บปวด เข้าใจมั๊ยคะ...

 

ฉันคงได้เลือดอ่อนไหวและเจ้าชู้มาจากพ่อละมั๊ง (เลือดพ่อมันแรงเกิน)

เหมือนจะสำนึก รักเดียวใจเดียว ไม่ทำให้ใครเจ็บเหมือนแม่ เปล่าเลยหาเรื่องสะใจระบายความมืดดำในจิตใจดีกว่ามั๊ย!!!

หัวใจฉันอาจไม่ได้หายไปกับอี๊ด จริง ๆ แล้วมันอาจสูญไปตั้งแต่พ่อทำมันหล่นหาย ฉันทำร้ายคนเคยรักหลายคน เหลือไว้แต่น้ำตา กับรอยยิ้มเฉยชาบนใบหน้าซื่อ ๆ นี้  บางครั้งการที่ทำให้คนอื่นเจ็บ ฉันก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรมากนักหรอกนะ ก็เผื่อคนอื่นมั่งก็ดีนิ!!!

หรือไม่ก็หาแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่แท้จริงยังไม่พบ... คิดไว้ละว่าถ้าอัยการไม่ผิดปกติมากนัก อาจมีบางอย่างลุกโชน...

 

เพิ่งเข้าใจที่ปลาคิดอยู่ตอนนั้นว่าทำไมถึงเกลียดฉันนัก เหมือนที่นกเล็กพูดถึงในสเปซเรื่อง เกลียด และ เฉย ๆ ปลาเกลียดฉันเข้าไส้ อยากจะฆ่าให้ตาย แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะฉันไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ตอบสนอง ยิ่งฉันเฉยเธอยิ่งเจ็บ...

เหมือนความเฉยของแม่ที่ทำให้พ่อสำนึกผิด กลัวเหลือเกินกลัวแม่จะเฉย ๆ ไม่สนใจ ทำอะไรก็ไม่รู้สึกรู้สา เพรานั่นหมายถึงการไม่เหลืออะไรอีกแล้วในใจนั้น ไม่เหลือให้กันแม้แต่ความเกลียด...

แต่วันนี้การอภัยในวันนั้นทำลายความรักที่มีอยู่ก็จริง แต่มันไม่หมดสิ้น เวลาถัดมาสร้างความรักที่มากกว่ามหาศาล การปล่อยวาง การอภัย มันเป็นอะไรที่อธิบายด้วยตัวหนังสือไม่หมดสิ้นจริง ๆ

คิดถึงแกว๊ะอี๊ด..... ขอบคุณคำ ๆ นึงที่ทำให้เค้าหัวเราะทั้งที่ร้องไห้เป็นสายเลือดว่า “แกอย่าคิดมากนะ พ่อเค้าเป็นตำรวจ มีทีเดียว 4 คนนู่น แม่ก็มีเหมือนกันเลยเจ๊ากันไป หยุดร้องนะ เป็นห่วง ตาบวมไม่สวยนะคะ”

............................

เวิ่นเว้อ..ไปไร้ทิศทาง แต่การสนทนาในรถ 4 ประตูของคนเป็นเพื่อนแม่ มันกดทับเด็กคนนึงให้ไม่มีทางออกเท่านั้นแหละ ...

 

รักแม่ค่ะ รักพ่อด้วย รักหมาทุกตัว รักอี๊ด รักหนังสือ ...

ปล. เคยเดินผ่านพวกยิปซี กวักมือเรียก (ปกติ) ฉันไม่ได้เดินไปหรอก แต่แกทักว่า “นู๋ ๆ หน้าตาแบบนี้ คนแบบนี้อย่างนี้ นารีอุปถัมภ์” O_0 เปล่า ๆ แค่อยู่ดี ๆ ก็คิดถึงคำนี้ขึ้นมาน่ะ ไม่มีอะไร...

 

     Share

<< 010308 อาจารย์คนนั้น030208 สาวแตก!!! >>

Posted on Mon 3 Mar 2008 16:24

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

070408 เที่ยวอีก
060408 ไปเที่ยว
05042008 เจอกัน
030408 ก็เป็นซะอย่างงี้
280308 HBD
270308 เวอร์ไปม๊ะ
260308 ง่อยแดก
250308
240308
230208 ฟ้ารั่ว
220308 ไม่ได้สมความคิดถึง ที่เก็บไว้...
210308 วันที่ 92
200308 อย่างพีค!!
190308 เด็กกว่า แก่กว่า แก่กว่ามาก
180308 เพื่อนฉันจริง ๆ หรือนี่
170308 ช่วงที่หายไป
070308 เหนื่อยแล้วจริง ๆ
040308 สติแตกอีกแล้ว
030208 สาวแตก!!!
020308 เจ็บปวด กดดัน
010308 อาจารย์คนนั้น
290208 สวย......
270208 สอบไม่ได้
260208 ฝันอีกละ!!
250208 คนหน้าคล้าย
240208 วันฝันร้าย!!!
230208 วันที่จำไม่ได้
Diary : 22 | 02 | 08
Diary : 21 | 02 | 08
Diary : 20 | 02 | 08
Diary : 19 | 02 | 08
Diary : 18 | 02 | 08
Diary : 17 | 02 | 08
Diary : 15 | 02 | 08
Diary : 14 | 02 | 08
Diary : 13 | 02 | 08
Diary : 12 | 02 | 08
Diary : 11 | 02 | 08
Diary : 10 | 02 | 08