Calendar
 
   
 
Diary Update
 
 
ต๊ะต่อนยอน
อีกแล้วหรอ
อีกละ
ให้มันได้อย่างนี้สิ
คิดถึงโว้ยยยย
แปดโมงเช้าวันอังคาร
MISS
วันฝนพรำ
ปวดหัวอีกละ
ผ่านไปอีกวัน
วันนี้วันเกิดอีพีค
การรอคอย
ขอโทษษษษษษษษษษษษษ
อยู่บ้าน
อารมณ์ไม่ดี
อากาศเป็นไงก็ไม่รู้
แดดดีจัง
ปวดหัวจังเลย
คุยกันมาราธอน
วันนี้อากาศดีมากเลยเม้ง
เม้งขึ้นเครื่อง ไปเดนมาร์ก

 
 
Favourites Diary
 
   
 



 

วันนี้อากาศดีมากเลยเม้ง

คืนวันที่ 22/05/52
21.00 น.

วันนี้นั่งมองโทรศัพท์ มันเงียบจริงๆ ไม่มีใครโทรฯเข้ามาเลย วันอื่นๆ มันก็เงียบเหมือนกันนี่แล่ะ เพียงแต่ว่าก่อนหน้านี้โทรศัพท์มันไม่ค่อยว่าง เพราะว่าคุยกะเม้งตลอด วันนี้นั่งมองโทรศัพท์ หยิบขึ้นมาดู แต่ก็ไม่รู้ว่าจะโทรฯหาใครดี ...

ตื่นเช้ามาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ลองกดดูเบอร์ของเม้ง ภาวนาว่าเรื่องเมื่อคืนก่อนนี้เป็นแค่ความฝัน เม้งยังอยู่ที่เดิมไม่ได้ไปไกลจากเรากว่าเดิม แต่พอได้ยินเสียงที่มันบอกว่า "ยินดีต้อนรับเข้าสู่บริการฝากหมายเลขโทรฯกลับ" เท่านี้แล่ะ ใจแป้ว ห่อเหี่ยวลงทันที มันคือเรื่องจริง

ลุกขึ้นมาอาบน้ำ แต่งตัวไปทำงาน ด้วยอาการอาลัยตายอยาก ไม่อยากทำอะไร แต่ไม่ได้นะเดียวมึงต้องอยู่ เม้งเขาไปทำงาน อีกไม่กี่เดือนเอง เดี๋ยวเขาก็กลับมา มึงอย่าทำตัวเป็นเด็กสิ ไม่เข้าท่า ยิ้มไว้ อย่าให้ใครรู้ว่าตอนนี้ข้างในใจมึงมันเป็นยังไง

กำลังจะออกจากบ้าน แฟนเก่าโทรฯเข้ามา ไม่อยากคุยด้วยเลย แต่ก็ลองรับสายดู เผื่อว่ามีเรื่องด่วน คอขาดบาดตายหรือเปล่า แต่ก็ไม่มีอะไร เขาเพียงแค่ต้องการคนคุยด้วยมั้ง ไม่รู้สิ เขาคงไม่รู้จะโทรฯไปหาใครมั้ง คุยกะเขาแค่ 2 นาทีก็ขอตัวไปทำงาน ไม่รู้สิ ถ้าหากว่าเม้งรู้ก็คงจะไม่พอใจเหมือนเคย เลยไม่อยากคุยด้วยนานๆ ตอนนี้ และต่อจากนี้ คนที่มีอิทธิพลกับผมมากที่สุดก็คือเม้ง ผมรู้แค่นี้

ก่อนเข้าออฟฟิตแวะไปรายงานตัว โครงการต้นกล้าอาชีพ ที่ ม.เทคโนโลยีราชมงคลพายัพ ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากอยู่แค่ร้าน ไปวันๆ แล้วไม่มีอะไรทำ อย่างน้อยไปเรียนก็จะได้ไม่ว่าง ตอนช่วงกลางวัน จะได้ไม่ต้องว่างจนมีเวลานั่งคิดถึง นั่งทรมาน เลิกเรียนก็แวะเข้าร้าน สักแป๊บแล้วค่อยกลับบ้าน พอกลับบ้านก็มานั่งเขียนไดอารี่ แค่นี้ผมก็จะผ่าน วันหนึ่งวันไปได้อย่างรวดเร็ว

นั่งดูหนังทางอินเตอร์เน็ตรอเวลาบ่ายโมง ตาติดที่ MSN โน่นไม่ได้อยู่ที่หนังในจอคอมพ์เลย เพราะเมื่อคืนก่อนเครื่องออกเม้งบอกว่า ถ้าหากถึงแล้วจะรีบออนไลน์เข้ามาคุยด้วย เขาทำตามสัญญาจริงๆ ทันทีที่เห็นเขาออนไลน์ผมก็ถึงกับถลาเข้าหาโน๊ตบุ้คเพื่อพิมพ์ตอบกลับเขาอย่างรวดเร็ว ประมาณเด็กน้อยรอคอยพ่อแม่มารับตอนเลิกเรียนประมาณนั้น

วันนี้คุยกันซีเรียสนิดหน่อย ก็จะไม่ให้ซีเรียสได้ไงละ ก็ผมจริงจังกับเขาไปแล้วนี่นา ถ้าเกิดว่าเขากลับมาเขาลืมคำสัญญา ลืมคำพูดที่เขาพูดกับผมก่อนไป แล้วผมจะทำยังไง ผมไม่ต้องมานั่งคิดหรอว่าตลอดเวลาที่รอคอย กูทำไปเผื่ออะไรวะ สุดท้ายคนที่จะต้องเสียใจก็คือผมคนเดียว

แต่เท่าที่คุยกันวันนี้ เขาทำให้ผมมั่นใจว่า ผมจะไม่รอโดยเปล่าประโยชน์ อย่างน้อยหลังเขากลับมา ชีวิตผมจะต้องเปลี่ยนไป อย่างน้อยผมก็จะไม่เหงาอีกต่อไป เพราะว่าเขาบอกผมว่าเขาอยากจะใช้ชีวิตอยู่กับผม ผมก็อยากบอกเม้งเหมือนกันว่าผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะใช้ชีวิตอยู่กับเขานานๆ ถึงแม้ไม่รู้ว่าจะยาวนานเท่าไร แต่ผมก็จะพยายามรักษาเขาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่ผมกับเขาจะประคองกันไปได้

ผมคงจะไม่ได้แค่รู้สึกดีกับเม้งแล้วล่ะตอนนี้นะ ผมชักไม่แน่ใจ ผมว่ามันต้องเป็นอะไรที่มากกว่านั้น ซึ่งผมยังไม่อยากพูดในตอนนี้ รอพูดตอนที่เขากลับมาแล้วเขายังเหมือนเดิมดีกว่า .. เราจะสารภาพ เราจะบอกความจริงทุกอย่างแก่กันตอนไปปาย เม้งจะจำได้ไหมหนอ

แต่ว่าวันนี้ผมบอกได้อย่างไม่อายว่า ผมคิดถึงเขา ผมรอคอยเขา ผมตั้งใจจะใช้ชีวิตกับคนๆ นี้ ผมบอกได้แค่นี้ แต่ส่วนความรู้สึกข้างในใจผมที่มันมากมายนั้นผมยังไม่ขอบอกตอนนี้ดีกว่า ถ้าเขารักผมจริง สักวัน เขาจะได้ยินคำๆ นี้หลุดออกจากปากผมแน่นอน ผมสัญญา

เขาปลอบใจผม ไม่รู้ว่าเขาพูดปลอบใจตัวเขาเองด้วยหรือเปล่า เขาบอกว่าให้คิดว่าตอนนี้เขายังอยู่ที่เพชรบูรณ์เหมือนเดิมไม่ได้ไกลจากผมไปกว่าเดิมเลย จะต่างกันก็แค่เรื่องเวลาเท่านั้นเอง อืม เป็นความคิดที่ไม่เลว ผมจะคิดแบบนี้แล่ะ จะได้สบายใจกันทั้ง 2 คน

คิดถึงนะ เม้ง ... ตัวเองอย่าพึ่งมีใครนะ ตัวเองอย่านอกใจเขานะ

     Share

<< เม้งขึ้นเครื่อง ไปเดนมาร์กคุยกันมาราธอน >>

Posted on Sat 23 May 2009 9:40




Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 
 
 
The best template from http://www.oblog.cn