Masquerade Season 2 Volume 6

(The Answers of Heart)

 

Y The Answers of Heart

          - The Masquerade – Redemption.
          - First Hour – The Moon Favors

          - First Beat

          - First Date

          - First Kisses

 


Y The Masquerade - Redemption

 

                คำตอบของหัวใจ ผมไม่แน่ใจว่านี่คือภารกิจหรือไม่ เพราะว่ามันคือคำตอบของหัวใจกับใครบางคน ผมว่าผมค้นพบแล้วล่ะ ผู้หญิงในฝัน เธอเป็นคนที่สนุก เวลาผมอยู่ด้วยแล้วจะไม่รู้สึกเครียดเลย เธอมักจะคอยพูดขัดคอผมเสมอเวลาผมจะพูดเรื่องในใจที่ลึกซึ้ง ซึ่งมันทำให้เรารู้สึกสนุกสนานกันมาก ถ้าหากผมพูดไม่จบแล้วผมจะกล่าวแค่ว่า “รู้รู้ กันอยู่” แล้วเราก็จะเข้าใจตรงกันราวกับว่าเราสามารถเข้าไปอ่านใจกันได้ ผมว่ามันคือเสียงหัวใจ ผมไม่นึกว่าผมจะได้มีโอกาสเขียนไดอารี่เรื่องแบบนี้ แต่มันก็เป็นไปได้เหมือนกัน ถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาด ผมก็คิดว่าคงเป็นเธอนี่แหละ ที่จะเป็นคนสำคัญในอนาคตของผม


                เสียงหัวใจมันดังบอกผมว่าเธอคือคนนั้นที่ผมตามหา เธอเป็นคนที่ผมไม่จำเป็นต้องวิ่งตาม เธอเป็นคนที่ผมไม่ต้องปีนขึ้นไปหา แต่เป็นเธอที่เดินลงมาหา เธอเป็นคนที่เดินเข้ามาหากันและกัน อย่างน้อยมันก็อุบัติขึ้นด้วยเรื่องของใจ ไม่ใช่ความสงสารหรือไม่ใช่ตัวสำรองของความผิดหวัง ไม่ใช่ผู้ปลดทุกข์ ไม่ใช่ผู้ไถ่บาป...


                เอาเป็นว่าถึงแม้ภารกิจ The Masquerade – Redemption ครั้งสุดท้ายในนาม Doppelganger จะได้สิ้นสุดลงแล้ว ผมคือคนหนึ่ง ในนาม Slymth Brothers eXPerience ผู้ร่วมปฏิบัติภารกิจนั้นๆ ขอกล่าวสั้นๆ ว่า มันคือประสบการณ์ที่ล้ำค่าและมีความสัมพันธ์ ความสำคัญกันในทุกเรื่อง

 

                ถึงจะเป็นอย่างที่บอกในตอนต้น แต่ผมก็คงไม่เชื่อในทันที ในฐานะที่ผมเป็น The Masquerader มาก่อน ผมขอใช้การวิเคราะห์แบบเต็มรูปแบบ สำหรับความผิดพลาดระหว่างภารกิจของหัวใจ ถ้าหากความรักครั้งนี้ไม่สมหวังอีก มันคงจะมีอยู่ 2 ประการคือ

                1. ตัวผมเอง ถ้าหากเป็นเรื่องของตัวผมเองก็คงจะแยกแยะความน่าจะเป็นได้ดังนี้

                                1. ความอดทน - ผมคงมีความอดทนต่อสิ่งที่รุมเร้าไม่มากพอ เนื่องด้วยผมเป็นคนเจ้าชู้ตามที่จิตใต้สำนึกบอก เพราะงั้นแล้วเรื่องนี้สำคัญนัก ถ้าหากผมเกิดไปหลงรักในรูป รส กลิ่น เสียง ของผู้หญิงคนอื่น หรืออาจเป็นคนที่เคยแอบปลื้มอยู่ เพราะงั้นวิธี หรือหนทางแก้คือ คิดว่า ช่างแมร่งมันเถอะ ไม่งั้นจะเหมือนที่ผ่านมา

                                2. ความเข้าใจผิด - ในอนาคตหากไม่ได้ตั้งตนอยู่ในสติสัมปชัญญะที่พอควร ผมอาจจะคิดการณ์ล่วงหน้าได้มากเกินไปเช่นตอนนี้จนทำให้เกิดข้อเปรียบเทียบ และข้อสงสัยตามมา ดั่งสัจจะธรรมที่ว่า รู้มากเกินไป ก็ไม่ดี รู้น้อยเกินไปก็เป็นภัยแก่ตน คนเราควรตั้งตนให้พอเพียง รู้ในสิ่งที่พอเพียงจะรู้ รู้เพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่รู้เพื่อสร้างปัญหา

                                3. ศรัทธา - หากศรัทธาของผมหมดลง คุณก็คงรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แม้หน้าอินทร์ หน้าพรหม คงกล่าวให้ผมเปลี่ยนใจได้ยาก ตราบใดที่ยังมีศรัทธาเพียงน้อยนิดไม่หมดไป และตั้งอยู่ในความตั้งมั่น แม้เพียงสักนิด ผมก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตได้อย่างที่ตั้งใจ

                                4. ผมว่าช่างมันดีกว่า ภารกิจของผมต่อจากนี้ ไม่จำเป็นต้องวางแผนเพื่อให้ใครรัก หรือวางแผนการภารกิจเพื่อการเริ่มต้น หรือรอให้ภารกิจการนำมาให้เข้ามาอีกแล้ว ผมจะไม่วิเคราะห์ ต่อให้มันวุ่นวายใจ เพราะงั้นขอเพียงเราเข้าใจกันและกัน เรื่องที่ควรจะกล่าวต่อคงไม่มีแล้ว ไม่จำเป็นอีกแล้วภารกิจ ไม่จำเป็นอีกแล้วการนำมาให้ ไม่จำเป็นอีกแล้วพันธนาการคำสาป เปล่าประโยชน์ ที่จะบอกให้ผมหยุดความตั้งใจทั้งหมด... งั้นผมคงขอประทับความทรงจำไว้ ณ ที่นี้ ก่อนการสารภาพบาป ก่อนการเปลี่ยนแปลงหลังจากปีนี้ ก่อนสิ้นมนุษย์ชาติ ก่อนสิ้นความหวัง ก่อนสิ้นหนทาง อันเป็นนิรันดร์ ก่อนอื่นต้องขอกล่าวขอบคุณ The Masquerade – Redemption มา ณ ที่นี้ด้วย

 

“ความสุขที่แท้จริง คือการที่เราได้อยู่กับคนที่เรารักซึ่งกันและกัน และเข้าใจกัน” …ผมอยากจะเป็นคนแบบนั้น แม้เพียง 1 วันมันก็มีความหมายที่น่าจดจำ...

 

                คนเราควรจะตั้งตนอยู่ในความสุข ความสุขที่ถูกต้อง ก็อย่างที่บอกคนที่พูดความจริงคือผู้ที่มีความสุขที่สุด เพราะงั้นผมจึงอยากเป็นคนนั้น ผมไม่สนต่อไปแล้วว่าจะมีใครบ้างที่เฝ้าอ่าน ไดRรี่ หน้านี้ แต่ถ้าหากจะถามว่าผมจะบอกเค้าคนนั้นหรือไม่ว่าผมมี แบล็คไดอารี่ออนไลน์ ฉบับนี้อยู่ ผมบอกได้เลยว่ามันยังไม่ถึงเวลา…

 

บางคนอาจจะคิดว่าทำไมผมถึงมั่นใจอะไรเร็วขนาดนี้? มันก็จริงที่คิดอย่างนั้น… แต่มันจะมีความหมายอะไรล่ะในเมื่อเราชอบใครคนหนึ่งแล้วไม่ได้บอกเขา? แล้วมันจะมีความหมายอะไรล่ะ ถ้าอยู่แบบไม่มีเป้าหมาย? แล้วมันจะมีความหมายอะไรล่ะ ถ้าเราไม่ทำในสิ่งที่เราอยากทำ? แล้วความรักมันจะมีความหมายอะไร ถ้าเราเอาไปเปรียบเทียบ? อย่าพูดอย่างนั้น เพราะงั้นเชิญชม…!!

 

YFirst Hour – 30 November 2007


                วันนั้นเป็นงานเลี้ยง Thank you Party อำลาประธานสี แน่นอนเรื่องกินฟรีผมชอบอยู่แล้ว ก็ผมอยากพูดอย่างนี้? แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่นี่ จริงๆ แล้วผมวางแผนมาระยะหนึ่งแล้ว บางทีผมว่านะการวางแผนก็คือการอ่านใจเราและผู้อื่นเพราะงั้น มันเป็นสิ่งจำเป็น ที่ผมต้องใช้ต่อ เอาล่ะมาต่อที่ว่าผมวางแผนไว้ว่ายังไง... จะดีกว่า                                           

                แผนของผมคือภารกิจระดับ C ถ้าหากกล่าวใน The Masquerade – Redemption คือการเชื่อมความสัมพันธ์เข้าหากัน จะว่าไปแล้วผมนี่บ้าชะมัดมองอะไรเป็นภารกิจไปซะหมด แต่ก็ช่างเถอะมันเป็น Battle Style ของใครของมัน

 

ตามรายละเอียดภารกิจ เป็นการวางแผนมานานแล้วแต่ยังไม่ถึงวาระ ยังไม่แน่ใจ แต่ทว่าวันนี้อาจจะต้องลง มือ ถึง 2 ภารกิจซะแล้ว ง่ายๆ ก็คือมี 2 คน


The Moon Favors
เป้าหมายของภารกิจ:  การทำความรู้จักอย่างเป็นทางการ การแสดงความสนใจ และการเข้าถึงความรู้สึกนึกคิดของอีกฝ่าย

รายละเอียดภารกิจ: ใช้ตัวช่วยและเวลาทั้งหมดในการเข้าถึงจุดมุ่งหมายของภารกิจ โดยไม่ให้ใครรู้ และไม่ตกเป็นเป้าสายตา และไม่ตกเป็นข่าว...

 

ตัวช่วยภารกิจ: e-mail, IP-Phone Number, Computers, Network Application. Etc.

 

คุณคิดว่าผมเลือกใช้ตัวช่วยไหนล่ะ? ทายผิดกันใหญ่ lol งั้นขอเริ่มภารกิจเลยละกัน…

 

Mission in progress…

                ในช่วงขณะที่มีงานเลี้ยง ผมใช้ช่วงเวลานั้นแหละ จะว่าไปแล้วมันเป็นช่วงที่โชคเข้าข้างที่สุด และก็อีกอย่าง คือผมเดาเหตุการณ์ได้เจ๋งสุดๆ lol เลิกชมตัวเองแล้วเล่าต่อซะทีจะได้ไหมวะ แสดดเน่

 

                ในช่วงที่มีงานเลี้ยงผมเห็นเธอมาร่วมงานด้วย แต่ทว่าเนื่องด้วยตัวผมนั้น ตามนิสัยต์สันดานแล้ว ผมเป็นคนเจ้าชู้ อย่างที่บอก เพราะงั้นผมเลยต้อง จับตาดูทั้ง 2 เป้าหมาย แต่ก็อีกนั่นแหละสิ่งที่ทำให้ผมเลือกได้ ว่าอะไรคือภารกิจหลักที่ควรจะทำก่อน หรือภารกิจรอง นั่นก็คือรอยยิ้ม ความเป็นมิตร และแสงจันทร์ที่ไม่ได้ยั่งยืนตลอดทั้งวัน แต่มันกลับสาดส่องแสงได้สวยงามมากในเวลากลางคืน ในเวลาที่คนต้องการพักผ่อนในเวลาที่คนเรารู้สึกสบายใจที่สุดที่ได้กลับบ้าน ในเวลาที่มักจะมีงานเลี้ยงกัน และทุกคนต่างก็อยากมีความสุขที่สุด และตัวผมก็เป็นอย่างที่กล่าว ต้องขอโทษด้วยนะที่ผม มีความคิดRomantic เป็นนิสัย เบื่อตัวเองจริงๆ เลย ก็มันช่วยไม่ได้น่ะนะ เพราะมันก็แหงอยู่แล้ว

 

                ผมลืมไปแล้วในตอนนั้นว่าควรจะทำอะไรต่อ ภารกิจเหมือนกลายเป็นหน้าที่ กลายเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ กลายเป็นธรรมชาติ จะว่าไปผมเพ้อเจ้อมามากจังแสด ยังไม่เข้าเรื่องซะที เหอเหอเหอ

 

                เอาล่ะ คืนนั้นเธอคือเป้าหมายภารกิจหลักของผม ผมรู้ตัวอีกทีเธอก็ไม่ได้อยู่ในงานแล้ว เพราะมัวแต่ดูการแสดง และกินฟรี ผมจึงต้องใช้วิชานินจา กล่าวคือ จะทำยังไงล่ะที่จะลุกออกจากงานไปตอนที่มีการแสดงสนุกสนาน โดยที่ไม่มีใครสงสัย ไม่มีใครถามว่าไปไหน และทำไม? ผมเลือกจะตอบว่า “เดี๋ยวมานะครับ ไปทำภารกิจลับ” - -“  (กุว่าบอกว่าไปห้องน้ำซะจะดีกว่ามั้ง?)

                แน่นอนพวกพี่พี่ เค้าคงจะงงกัน แต่ก็นะเค้าเห็นผมเป็นคนสนุกสนานอยู่แล้ว เพราะงั้นเค้าจึงไม่สงสัย แต่จะว่าไปถ้าผมวิเคราะห์ต่อว่า ถ้าตอบไปว่าไปเข้าห้องน้ำ ในเวลาที่มีการแสดงที่ตื่นตาตื่นใจ แบบเด้งดึ๋ง ตอนนั้น เค้าอาจจะสงสัยมากกว่าก็ได้ lol แต่ช่างมันเถอะรกสมองเปล่า

                หลังจากผมเดินออกมาผมก็ดำเนินภารกิจต่อทันทีโดยการอำพรางตัวไปดูในจุดที่ เป้าหมายควรจะอยู่ ว่าอยู่ที่ไหน… และการคาดการณ์ ก็สำเร็จ… ดังนั้นหลังจากที่รู้ตำแหน่งของเป้าหมายแล้ว ก็ดำเนินการใช้ตัวช่วยกันเลย lol

                ขั้นแรกกลับไปที่โต๊ะทำงาน และเข้าไปดู E-mail จาก User ที่นั่งใกล้ๆ เป้าหมาย, ว่าเบอร์โทร IP-Phone ที่โต๊ะใกล้ๆ เป้าหมายคือเบอร์อะไร เพราะเธอไม่เคยส่งเมล์มา แน่นอนว่าจำเป็นจะต้องกะตำแหน่งให้ถูกไม่งั้นจะมีคนอื่นรับแทน อย่างที่คิด ให้ตายเถอะโรบิน ให้ดิ้นเถอะโรเบิร์ต ให้ระเบิดเถอะโรโบคอร์ป ผมรู้สึกว่าภารกิจราบรื่น และสนุกที่สุดก็วันนี้... เพราะได้ใช้ตรรกะพอสมควร ถึงแม้จะได้ชื่อว่าภารกิจแค่ระดับ C แต่มันก็เป็นช่วงที่สนุกที่สุด...

 

                ดังนั้นด้วยภารกิจแล้วผมจึงต้องใช้เบอร์มือถือโทรเข้าไปราวกับว่าเป็นสายนอกเพราะไม่งั้นจะมี History บอกได้ว่าใครโทรมาบ้าง ซึ่งจะทำให้เกิดข้อสงสัยน้อยที่สุดก็ต้องเป็นเบอร์นอก เพราะเป็นเบอร์ที่จะมีโอกาสโทรกลับน้อยที่สุด เพราะถ้ามีใครเห็นเบอร์นอกแล้ว คงจะถามเป็นคำเดียวกันว่า “เบอร์ใครวะ  (ทำไมกุคิดอะไรยาวจัง - -“ น่ารำคาญไหมคับพี่น้อง?)

                กุ: หวัดดีครับ …

                เสียงผู้หญิง: หวัดดีค่ะ...

                กุ: เอ่อ ที่นั่นที่ไหนคับ (ผมจำเสียงเธอได้ แต่อยากถ่วงเวลาให้แน่ใจก่อนว่าเจ้าของเครื่องจะไม่อยู่แถวนั้น)

                เสียงผู้หญิง: KTC กรุงไทยบัตรเครดิตค่ะ

                กุ: เหอะๆ (แสดดด หลุดหัวเราะมาเหมือนคนโรคจิตเลย)

                เสียงผู้หญิง: ไม่ทราบ โทรมาหาใครค่ะ?

                กุ: อ๋อ เอาจริงๆ หรอ? นั่น… จันทร์ใช่ไหมคับ? (เธอชื่อจันทร์…)

                จันทร์: ใช่ค่ะ ไม่ทราบจากไหนคะ?

                กุ: อยากรู้จริงๆ หรอ? อืม… (ทำไมรู้สึกเหมือนคนโรคจิตเลยวะกุ ตอนนี้?)

                จันทร์: ใช่ค่ะ

                กุ: คือว่าจริงๆ แล้วน่ะนะ เราเคยเจอกันแล้ว ก็พอดีผมเห็นจันทร์หายไปจากงานก็เลยโทรมา

                จันทร์: …… แล้วตกลงเป็นใครเนี่ย?

                กุ: อืมจริงๆ แล้ว… (ผมรู้สึกว่าเวลากำลังจะหมด ถ้าผมไม่รีบคุยให้เคลียร์ก็คงจะไม่ได้แล้ว เพราะงั้นต้องรีบเปิดเผยโดยด่วน…) จริงๆ แล้วผมก็คือ สลิ่ม… (รู้สึกตัวเบาหวิวเลย ตอนสารภาพเนี่ย…)

                จันทร์: อ้าวหรอ... แล้วก็ไม่บอกตั้งแต่ทีแรก (เธอหัวเราะ ราวกับว่า เซอร์ไพรซ์)

                กุ: นี่เบอร์ผมเอง เมมไว้ด้วยนะ…

                จันทร์: อ้าว แล้วทำไมต้อง เมมไว้ด้วยล่ะ?

                กุ: ก็... เอาไว้คุยกันไง

                จันทร์: แล้วทำไมต้องคุยกันด้วยหละ? จะคุยก็โทรเข้าเบอร์โต๊ะสิ (เธอหัวเราะ ชอบใจ)

                กุ: อืมนะ... เมมไว้เถอะนะ แล้วอย่าลืมโทรมาด้วย…

                จันทร์: ก็ได้ เดี๋ยวขอเมมก่อน (เธอยังคงหัวเราะ แบบเซอร์ไพรซ์เหมือนเดิม)

                กุ: โทรมาให้ได้นะ

                จันทร์: จ้า ถ้าไม่ลืมนะ

                กุ: …. - -“ เหอๆ ok งั้นเดี๋ยวค่อยคุยกัน

                จันทร์: ค่ะ หวัดดีค่ะ

 

                ผมมั่นใจว่าเธอต้องโทรมาแน่นอน เพราะมันเป็นอะไรที่ตรงใจจริงๆ อย่างเช่น นะครับ ผมไปชอบผู้หญิงคนหนึ่ง 70% แต่เค้าชอบผมเพียง 20% หรืออาจจะน้อยกว่าแล้วยังไงใช่ไหม? เวลาผ่านไปเราได้ลองพูดคุยกัน แต่ผมลดลง เหลือ 50% แต่เธอคนนั้นยังคง 20% ความรู้สึกของเราทั้งคู่ + กันแล้วได้ 70% ในช่วงนี้แหละเรียกว่า Goin’ down… แต่อย่าง คนนี้ ผมเริ่มที่ 50% จากตอนที่ยังไม่ได้คุยกันแต่เห็นกันก็เกือบทุกวัน ผมมองจากสายตาและรอยยิ้มของเธอ ผมว่าเธอน่าสนใจ และแน่นอนผมก็รู้ว่าเธอก็รู้สึกกับผม 50% ก่อนเราคุยกัน จะให้ผมบอกหรอว่าช่วง First Hour เราขึ้นมาเป็นเท่าไร? 60% + 60% รวมกันเกิน 100% ซะอีก นี่หละที่ทำให้ผมเข้าใจว่าเรื่องของความรักมันต้องเกิดจากทั้ง 2 คนถึงจะดีที่สุด จริงๆ แล้วผมไม่น่าโง่เลยนะเรื่องนี้…

 

สรุปภารกิจ: ผมว่าเราเหมาะกันที่สุดตั้งแต่ผมได้ทำภารกิจมาเลยนะ ผมว่าเราจะอยู่ด้วยกันนานกว่าที่คนอื่นคิด ผมยังยืนยันคำนั้น ที่มาจากหัวใจ ว่าเธอคือคนที่ผมตามหา… นั่นก็มาจากหลังจากที่เราได้คุยกันจนถึงปัจจุบัน อ้อลืมไปเลยภารกิจอีกอันที่บอกน่ะ หลังจากได้ความประทับใจวันนั้นแล้วผมก็ไม่จำเป็นต้องทำแล้วล่ะภารกิจนั้น

 

YFirst Beat – 2 Dec 2007

               

                ผ่านมา 2 วันเธอก็ยังไม่โทรมา แต่ผมก็ยังมั่นใจว่ายังไงซะ ผมก็คาดการณ์ไม่ผิดหรอก ยังไงเธอต้องติดต่อกลับมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่งก่อนที่เราจะเจอกันอีกครั้ง

                แน่นอน อย่างที่บอกนั่นหละ เธอติดต่อกลับมาจริงๆ แต่เธอส่งข้อความที่ผมได้บอกกับคุณคิตตี้ไปแล้วว่ามันเป็นข้อความที่ดูดี และผมชอบมากที่สุดตั้งแต่เคยได้รับจากใครในรอบหนึ่งปี หรือมากกว่านั้น นั่นคือ

                “Na-Mo-Ta-Sa ……

          Dear God, Please give “Someone who’s reading this message a wonderful Tonight ….

          Sa-Tu…”

 

มันเป็นข้อความที่ผมชอบมากเพราะช่วงนี้ผมอยู่ในช่วงที่เจริญธรรมะ และคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า…

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ช่วงที่ส่งมาผมไม่รู้หรอกว่าเบอร์ใคร ตอนแรกผมนึกไปซะอีกว่า จะพวกกลุ่มสาวๆ ที่มาชอบผมอยู่ส่งข้อความมาให้อย่างเคย แต่ทว่า ข้อความดีดี เช่นนี้น่ะผมไม่คิดว่าพวกเธอเหล่านั้นจะคิดขึ้นมาได้ เพราะส่วนใหญ่จะส่งแต่ข้อความน่ารำคาญกันซะมากกว่า และผมจะรู้ได้จากข้อความเพราะไม่เคยเมมเบอร์พวกเธอเหล่านั้นไว้เลย ที่เป็นงั้นเพราะผมไม่เคยให้เบอร์พวกเธอเหล่านั้นด้วยซ้ำไป จะหามาด้วยวิธีใดก็ช่างมันเหอะ ขี้เกียจเล่า เพราะมันอยู่นอกเหนือภารกิจ lol เพราะงั้นผมเลยมั่นใจอยู่ลึกๆ ว่าต้องเป็นจันทร์แน่นอน…

ผมจึงโทรกลับ ครั้งแรกไม่มีคนรับ… ผมจึงเว้นช่วงไปสัก 1 ชม. แล้วค่อยโทรกลับไปใหม่ แน่นอนว่าครั้งนี้มีคนรับแล้วพูดได้ด้วย

กุ: สวัสดีครับ…??

เสียงผู้หญิง: สวัสดีค่ะ…

กุ: ผมโทรมาตามข้อความน่ะ… (ผมน่ะจำเสียงได้ สำหรับทุกเสียงแม้จะเคยคุยกันเพียงครั้งเดียวก็ตาม…)

เสียงผู้หญิง: ข้อความอะไรคะ?

กุ: คือผมได้รับข้อความที่น่าประทับใจมาก…

เสียงผู้หญิง: ข้อความอะไรคะ ใครส่งไป?

กุ: ให้รอตั้ง 2 วันเลยนะ นึกว่าจะลืมไปแล้ว…?

เสียงผู้หญิง: เอ้าตกลงโทรมาหาใครกันเนี่ย แล้วข้อความอะไร?

กุ: ผมถึงได้ชอบไงล่ะ

เสียงผู้หญิง: …

กุ: ก็โทรมาหาจันทร์ไง แล้วก็ขอบคุณนะสำหรับข้อความ ผมชอบมาก (เรื่องความประทับใจในข้อความ ผมมีพยานนะ ผมไม่ได้จะตอแหล หรืออะไร คุณคิตตี้เป็นพยานได้ lol)

จันทร์: ใครชื่อจันทร์? แล้วข้อความอะไรก็ไม่รู้ใครส่งไป…

กุ: …ผมรู้หรอกน่า ยอมรับซะเถอะ อีกอย่างผมก็จำเสียงคุณได้ แล้วเรื่องข้อความน่ะ ผมก็รู้ว่าเป็นฝีมือคุณ

จันทร์: อ้าวแล้วนี้ใครโทรมาล่ะ?

กุ: …………… รู้แล้วยังจะถามอีกนะ?

จันทร์: อ้าวรู้แล้วหรอ…

กุ: นึกว่าจะไม่ติดต่อกลับมาซะแล้ว เออถามหน่อยสิว่าวันนั้นน่ะที่ผมโทรไป รู้สึกยังไงบ้างที่ตอนรับสาย คือว่าวันนั้นผมต้องรีบทำเวลาน่ะนะ ก็เลยไม่ได้คุยกันเท่าไร…

จันทร์: ก็นึกว่าแฟนพี่เค้าโทรมา เพราะแฟนพี่เค้าจะชอบโทรเข้ามาที่โต๊ะ

กุ: แล้วพอรู้ว่าเป็นสลิ่มล่ะ…?

จันทร์: … ไม่รู้ดิ ก็นึกว่าโทรมาเรื่องงาน (เธอหัวเราะเพื่อหลีกเลี่ยงคำตอบ..)

กุ: ก็รู้อยู่นี่ว่าไม่ใช่เรื่องงาน น่าจะรู้นะว่าโทรมาเพราะอะไร

จันทร์: จ้า…

 

                หลังจากนั้นเราก้อคุยกันสนุกสนานมากจนผมจำได้ไม่หมด เพราะส่วนใหญ่ที่คุยกันเธอมักจะล้อเลียน และนับว่าผมพูดประโยคนั้นกี่ครั้งแล้ว จริงๆ แล้วไอประโยคพวกนั้นมันเป็นประโยคที่เรียกความมั่นใจ แสดงความมั่นใจ และเป็นประโยคที่เก๊กเสียงหล่อได้เต็มที่ เหอเหอเหอ เช่น มันก็อะไรประมาณน้านน, ไม่ใช่อย่างน้านน, ก็อย่างที่บอก… (บลา บลา บลา…), มันเป็นอะไรที่รู้รู้กันอยู่ และ ไอ้เรื่องนั้นน่ะ… มันก็แหงอยู่แล้ว… เป็นต้น

                ก็อย่างที่บอกนั่นแหละครับว่าวันนี้น่ะ เป็นจุดเริ่มต้นที่เราคุยกันแม้จะเป็นทางโทรศัพท์ แต่ก็คุยกันได้ราบรื่นและสถานะของผมกับเธอตอนนี้ก็ 70% + 70%  = 140%

                ก็นะยิ่งเรารู้จักกันมากเท่าไรผมก็ยิ่งรู้สึกชอบเธอมากขึ้นเท่านั้น ครั้งนี้แหละเป็นความรู้สึกของผมที่บริสุทธิ์ใจมากที่สุด เพราะฉะนั้นผมรู้ว่าเรื่องนี้น่ะบางทีอาจจะทำให้ใครบางคนรู้สึกเสียใจ และคิดว่าที่เธอทำมาทั้งหมดมันไม่มีความหมายอะไรเลยใช่ไหม? ผมจะบอกให้ก็ได้ว่า… “ผมรู้สึกดีมาก แต่เราก็ต่างรู้กันอยู่ว่ายังไงซะอนาคต ผู้หญิงในอนาคตของผมก็ไม่ใช่คุณ จะว่าผมเห็นแก่ตัวก็ได้นะ แต่ผมอยากบอกว่าขอบคุณมากสำหรับความรู้สึกดีดี ผมดีใจมากที่ชีวิตนี้ได้เจอคนดีดีอย่างคุณ มันทำให้ผมคิดได้หลายเรื่อง ผมหมายถึงในเรื่องที่ดีดีน่ะ ก็รู้ใช่ไหมว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ผมก็ไม่อยากให้เราเลิกคุยกันนะ เรายังสามารถเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันได้ และผมหวังว่าคุณจะไม่ท้อถอยกับชีวิต จะต้องอยู่ต่อไปนะ ผมไม่อยากให้เสียใจกับช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมอยากให้เก็บไว้เป็นความรู้สึกที่ดีต่อกัน มีคุณเท่านั้นที่เห็นผมนานที่สุดนับแต่ ภารกิจ The Masquerade – Redemption ปีที่แล้ว ผมไม่อยากจะพูดว่า ก็น่าจะรู้ว่าเราไปกันได้ไม่ไกลหรอกนะ… แต่ผมไม่รู้จะทำยังไง เพราะคุณเป็นคนที่ดีเหลือเกิน ส่วนหนึ่งที่ผมกลับมานับถือศาสนาพุทธเป็นหลัก ก็คือคุณ ผมอยากให้เราคิดว่าเราสามารถสนิทกันได้เหมือนเดิมแต่เราเป็นแค่พี่น้องกัน… อันที่จริงผมควรสารภาพในวันสารภาพบาป แต่ว่าผมกลัวว่าเรื่องที่จะบอกมันจะหายไป หรือจำไม่ได้ซะก่อนเพราะงั้นวันนี้ผมขอบอกคุณ พอสังเขป เท่านี้… แล้วเจอกันวันสารภาพบาป…

 

YFirst Date – 5 Dec 2007 (The King’s Birthday)

 

                For my father The King… บางคนอาจจะเคยได้ยินประโยคนี้ แต่ถ้าไม่เคยได้ยินก็ไม่เป็นไร เรื่องของคุณ แต่ผมเคยได้ยิน แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่เกี่ยวกับ First Date นักหรอกนะ เหอๆ

                แน่นอนว่าสำหรับคู่รักทุกคู่ต้องเคยออกเดทกันอยู่แล้ว แน่นอนว่าพวกคุณต้องมี First Date… แต่คงไม่ถึงกับ 50 First Date หรอกนะสำหรับของผม lol

                ก็อย่างที่บอกนั่นแหละผมก็มีเหมือนกัน หรือว่าจะเรียกว่าเราก็มันเหมือน First Date น่ะ (ผมสงสัยจังว่ามีใครหมั่นใส้ ผมบ้างที่ชอบเท้าความยาวๆ แล้วไม่เข้าเรื่องซะทีน่ะ? มีไหม ถ้ามีก็ไม่ต้องบอกนะไม่อยากรู้ ขอบคุณ lol)

                First Date ของผมน่ะหรอ ครั้งนี้น่ะ ผมรู้สึกแปลกจัง ผมเหมือนไม่เคยมีเลยน่ะนะก็อย่างที่จะบอกนี่หละ ผมคุยกับพี่เก็ท 1 ใน 4 Helpdesk ผมถามดังนี้

                กุ: พี่ว่า First Date นี่คนปกติเค้าควรจะไปที่ไหนดี?

                พี่เก็ท: อ้อ ปกติไม่เคยมีใช่ป่ะ เจอหน้ากันแล้วพาไปห้องเลย?

                กุ: - -“ ไม่ใช่อย่างนั้น ก็แค่อยากรู้ว่าถ้ามีเวลาแค่วันเดียว ควรจะไปที่ไหนดี

                พี่เก็ท: พี่ว่าถ้าเป็นในกรุงเทพฯ นะก็มีไม่กี่ที่หรอก ไปเดินเล่น ไปดูหนัง ไปกินข้าว หรือจะเอาแปลกๆ ไปเลยไปวัด

                กุ: - -“ ขนาดนั้นเลยผมว่าเค้าก็น่าจะเข้าวัดได้นะ แต่ว่า First Date นะพี่ อีกอย่างผมก็ยังมีฐานข้อมูลเค้าไม่มากพอ งั้นควรจะไปที่ที่ เหมือนๆ คนอื่นก่อนดีกว่า

                พี่เก็ท: กุก็ไม่รู้ว่ะจะแนะนำยังไง กุเจอกับแฟน รู้ตัวอีกทีแมร่งก็เป็นแม่กุแล้ว… แม่มมม - -“ อย่าพึ่งรีบนะ คิดดีดี เดี๋ยวจะเป็นอย่างกุ ฮ่าๆ

                กุ: นั่นสินะ… (ผมรู้ว่าพี่เค้าเป็นคนยังไงอ่านะ ถึงปากจะชอบพูดว่ากุเบื่อเมียกุ โง้นงี้ และก็ชอบบอกว่าอย่าเผลอนะเดี๋ยวกุไปเที่ยวโน่นนี่ แต่ผมมั่นใจว่าเค้าไม่เคยทำอะไรที่ร้ายแรง… อย่างที่บอก และที่สำคัญคือเค้ารักแฟนของเค้าเหมือนกัน…)

               

                สรุปแล้วผมก็ยังไม่รุจะไปไหนดี ถ้าให้คิดง่ายๆ ก็ไปดูหนัง แต่มันจะง่ายไปหรือเปล่า? ผมว่านี่มันมาตรฐานสุดแล้ว เพราะว่าบางทีการที่เราไปนั่งด้วยกัน 2 คนในที่มืดๆ และสนใจในสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเหมือนกัน อย่างน้อยก็ 2 ชม.ในขณะที่เรายังเขินอายกันอยู่ แล้วอีกอย่างก็ยังมีช่วงเวลาที่สามารถแอบดูอิริยาบถของแต่ละคนได้อย่างแนบเนียน ผมว่าวิธีนี้แหละดีที่สุดแล้วสำหรับ First Date เพราะงั้นคนที่มี First Date ไปดูหนังกันไม่ต้องเสียใจนะที่มันเหมือนคนอื่นเค้า คุณเลือกถูกแล้ว ก็อย่างที่บอก ก็ถ้าสมมติ First Date ไปกินข้าวกัน แล้วคุณเป็นคนที่ค่อนข้างซกมก เค้าก้อจะมองเห็นว่าคุณซกมก ตั้งแต่นั้นมา แต่จริงๆ มันก้อคงไม่มีผลกระทบอะไรถ้าใจคนเราสื่อสัมพันธ์กัน ว่าไหม? ผมก็แค่พูดให้ฟังดูแล้ว First Date ของผมดูดีเท่านั้นแหละ lol เหตุผลไปได้เป็นร้อยแปดพันเก้า

 

                ต้องขอโทษด้วยนะที่ต่อจากนี้ไดRรี่ นี้ ผู้เขียนอาจจะไม่ใช่หนุ่มโสดต่อไป เหอเหอเหอ มีปาร์ตี้สละโสดบ้างไหมครับพี่น้อง lol

 

                ก็นะสำหรับทุกคนผมพูดได้ไม่เต็มปากเลยว่าเป็นแฟนกัน แต่สำหรับคนนี้ผมว่าใช่เลย ผมว่าคงจะมีบางคนมองว่ามันจะไปรอดหรอวะ จะเกินเดือน จะเกินปี หรือป่าว? ผมมั่นใจอีกแล้วคับทั่นว่าคราวนี้ เกินที่พวกคุณคิดไว้แน่…

                แต่ถึงจะเป็นไงผมก็ไม่สนตอนนี้ผมอยากบรรยายเช่นนี้ ผมกล้าที่จะออกมาคิดและบรรยายเช่นนี้ เพราะงั้นไม่จำเป็นต้องห่วงกันหรอกนะเรื่องอนาคต มันก็คือเรื่องอนาคต… (กุเท้าความยาวอีกแล้ว เหอเหอเหอ)

 

                ครับ... เราไปดูหนังกันมาจริงๆ เรื่องอะไรน่ะหรอ? The Golden Compass… ถ้าคนอื่นมองแล้วก็คงคิดว่าไม่เห็นจะมีอะไรต่างกันหรอกสำหรับการไปดูหนังกับผู้หญิงสำหรับผม... อย่างเช่นผมไปกับ ซีลี่, จุ๊ และฟุ้ง เป็นต้น...

                มันเป็นเรื่องของความรู้สึกน่ะครับ ผมไม่คิดเอามาเปรียบเทียบกันอยู่แล้ว ผมไปกับใครหรืออยู่กับใครก็จะคิดถึงแต่คนนั้น ไม่จำเป็นต้องมีใครอื่น และความรู้สึกดีดีมันก็ไม่ต่างกันนักหรอกนะ แต่มันไม่เท่ากัน...

                วันนี้เหมือนจะเป็นวันที่ออกเดทได้รสชาติของ First Date มากที่สุดตั้งแต่ผมเคยออกเดทมา ผมไม่ได้ตอแหลนะผมพูดจริงๆ มันเป็นอะไรที่ลงตัวเหมือนการออกเดทที่เคยคิดเอาไว้ เช่น ไปดูหนังกัน แล้วไปต่อด้วย Dinner ด้วยกัน และเดินไปส่งที่บ้าน ที่สำคัญคือการเดินไปส่งที่บ้าน ก็อย่างที่เคยบอกว่าผมเป็นคนชอบเดิน แต่แล้วมักจะไม่มีสาวคนไหนกล้าเดินกับผมเพราะพวกเธอมักจะท้อว่าเรื่องระยะทางเป็นเช่นไร แต่เธอกลับตอบได้อย่างมั่นใจว่าไปสิ มันเหมือนเป็นอะไรที่เราเข้าใจกันอยู่ นี่คือการ Test ของผม เพราะผมบอกกับเธอก็บ่อยเหมือนกันนะว่า นี่ First Date นะ...

                ทุกอย่างเหมือนจะราบรื่นไปหมด เพราะระยะทางไม่ไกลจากบ้านเธอนักคงราวๆ 2-3 กม. ไม่ใช่ว่าผมกลัวเปลืองค่ารถนะ แต่ชีวิตคู่น่ะมันก็คือการเดินเคียงข้างกันไป ผมว่าเธอคงจะได้เห็นแล้วจากที่เราเดินด้วยกัน และคุยกันไป

                เหมือนจะเป็นอะไรที่เธอเข้าใจอัตโนมัติ ถึงแม้เธอจะยังไม่รู้ก็ตามว่าตัวตนที่แท้จริงของผมเป็นยังไง บางทีผมว่านี่มันก็ดีอยู่แล้ว ผมคิดว่าคงไม่ให้เธอรู้จะดีกว่าไหมว่าผมเป็น The Masquerader ผู้ปฏิบัติภารกิจ The Masquerade – Redemption จากภายใต้จิตใต้สำนึกของมนุษย์ บางทีนี่อาจจะเป็นเรื่องหนึ่งที่คนเรารับไม่ได้... เพราะถ้าไม่เข้าใจก็ฟังเหมือนคนโรคจิต...

 

                เราคุยกันหลายเรื่องมากจนผมเข้าใจว่าเธอเป็นคนยังไง และต้องการอะไร ตัวเธอที่ผมเห็นมีครบทุกประการที่ผมต้องการ นั่นคือความอดทน ความมุ่งมั่น ความเอาใจใส่ ความเข้มแข็ง ความเคารพ และศีลธรรม อันที่จริงจะบอกว่าผมไม่ได้ใช้ทักษะ Masquerade กับเธอเลยมันก็คงไม่ใช่ เพราะผมเป็นอย่างที่คุณรู้กันดี เพราะจริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ผมก็จับตาดูเธอมานานแล้ว จริงๆ แล้วทักษะนี้มันก็มีประโยชน์เหมือนกันเพราะงั้นถ้าต่อไปในอนาคตผมมีลูก เค้าคงจะกลายเป็น แท่นแท้นแท๊น !!!

                “The Masquerade – Redemption No.2 – In the name of The Masquerade Brothers eXPerienced… Alexander The Masquerader No.2” ว้าว - -“ คิดไปได้ lol มีบางคนกำลังบ่นว่าน่าสงสารเด็ก lol

                ถ้าเค้าได้ทักษะจากผมไปจริงๆ จะเป็นไงเนี่ยคงเทพน่าดู อุว่ะฮ่าฮ่า แต่บางทีผมว่าเค้าคงอาจไม่เห็นด้วย แต่ก็คงได้รับไปอย่างไม่รู้ตัว เพราะมันคือขีดจำกัดทางสายเลือด... นี่ผมคิดถึงชีวิตหลังแต่งงานแล้วหรอเนี่ย? นั่นสินะวัยเจริญพันธุ์ เหอเหอเหอ...

 

YFirst Kisses – 10 Dec 2007

                หลังจากที่เราเจอกันแทบทุกวันคุยกันก็ทุกวัน จนทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ด้วยกันตลอด และวันนี้จะเป็นวันที่ผมขอเธอเป็นแฟน เพราะผมได้ส่งสาส์นไปบอกเธอแล้วในวันที่ 8 Dec 2007 หลังจากผมไปส่งเธอที่บ้านเสร็จแล้วก็นั่งรถกลับ ว่า “เป็นแฟนกันนะ” วันนั้นผมเมาๆ มึนๆ เหมือนกันกว่าจะกดข้อความได้ เพราะเราไปเที่ยวกันที่รัชดา ซอย 4 ซึ่งเป็นวันเกิดของเพื่อนเธอ นี่แหละที่ผมเรียกว่าลงตัวเพราะเธอเห็นความสำคัญของผม ขนาดที่ว่าพาผมไปรู้จักกับเพื่อนสนิทของเธอ… ซึ่งต่างจากเมื่อก่อน อืม...

                ครั้งนี้เป็นครั้งที่ผมถอดหน้ากาก เป็นครั้งที่เปิดเผยมากสำหรับการที่ผมคบกับใครคนหนึ่ง ในขณะที่ผมบรรยายตอนนี้มันก็วันที่ 10 Dec 2007 เวลาประมาณ 11:00 น. เป็นช่วงเวลาก่อนภารกิจสละโสด ที่จะเริ่มราวๆ 16:00 น. วาระแห่งการเป็นแฟนกันมันเข้ามาแล้ว... ผมจะทำไงดี? ไม่ต้องตอบนะเพราะมันไม่ทันแล้วผมต้องไปทำภารกิจวันนี้ และกว่าผมจะอัพไดคงไม่ใช่วันนี้ lol

                เมื่อก่อนเท่าที่จำได้ คำว่าเป็นแฟนกันนะ สำหรับผม ผมไม่เคยพูดเลยก็ว่าได้ ถึงจะพูดแต่ก็คงพูดเล่น พอรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็น The Masqueria ไปแล้วหรือหายไปจากสารระบบแล้ว... แต่วันนี้ผมพูดจริงๆ แล้วเธอก็บอกว่าจะให้คำตอบวันนี้ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็นคำตอบที่ตรงใจนั่นคือ “เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันแล้วจะให้คำตอบ...” ผมก็ว่าเธอเข้าใจถูกแล้วที่เห็นความสำคัญของคำคำนี้ ที่เธอคิดว่าผมควรจะบอกเธอต่อหน้า จริงๆ แล้วมันก็เป็นความคิดของผมเหมือนกัน เหลือเวลาอีก 4 – 5 ชม. จากนี้ เทศกาลสารภาพบาปปีนี้คงเป็นปีที่สำคัญนัก

                ที่ผมรวบรวมเรื่องของเรามาไว้ในหน้าเดียวก็เพราะ The Answers of Heart… คุณว่าผมตื่นเต้นไหมกับวันนี้ที่กำลังจะถึง ผมขอกล่าวธรรมมะสักนิด พระพุทธเจ้าท่านทรงสั่งสอนไว้ว่า ให้ระลึกถึงความตายเสมอไม่ว่าจะช่วงเวลาไหน สังขารไม่เที่ยง เราอาจจะตายวันตายพรุ่ง เมื่อดับสิ้นแล้วก็เป็นเพียงฝุ่นธุลี Suspended in dusk… มันจึงทำให้วันนี้ผมหวั่นไหว และรู้สึกกลัวถึงความตายในอนาคตที่จะนำมาให้ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ผมอยากให้ทุกคนรวมทั้งผมให้ทุกคนตั้งมั่นอยู่ในความสุขที่ถูกต้องและพอเพียง ไม่ใช่การแก่งแย่ง ไม่ใช่การเอารัดเอาเปรียบ ถ้าทำได้คุณก็จะมีความสุขที่แท้จริง ผมว่าผมเข้าใจแล้วสำหรับคำสอนของในหลวงในเรื่องของการพอเพียง เพราะท่านก็คงสำเร็จแล้วอย่างน้อยก็ทั้งกสิน 10 และฌาณ 4

               

                รู้สึกแปลกๆ ว่ะเวลากล่าวอะไรแบบนี้ บรึ้ย~ อย่ามองว่าผมเป็นคนดีมีศีลธรรมเลยนะได้โปรด ขอร้องล่ะ ผมรับไม่ได้ อืม...

                ทุกทั่น วันนี้เป็นวันดีที่ผมจะประกาศวาระสำคัญใน The Masquerade – Redemption ว่าต่อไปจะเป็นเช่นไร

 

ประกาศจากคณะ The Masquerade Cabal ซึ่งขึ้นตรงต่อ The Masquerade – Redemption.

1.       วันสารภาพบาปสำหรับปี 2550 เราจะเริ่มกันวันที่ 17 ธ.ค. 2550

2.       ภาคต่อของ The Masquerade Season 2 ในปีหน้ายังคงมีต่อไปเป็น The Masquerade Season 3

3.       เราจะยังคงไว้ซึ่งภารกิจลับ การนำมาให้ และการไถ่บาป ซึ่งถึงแม้ในอนาคตผมอาจจะมีแฟนไปแล้วก็ตาม

4.       ภารกิจ The Masquerade – Redemption ต่อจากนี้ไปข้อแรกจะต้องคำนึงถึง ศีลธรรม และคุณธรรมเป็นหลัก เพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพาทตามมา

5.       เทศกาลสารภาพบาปยังคงจัดต่อไปในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี

6.       ขอประกาศให้คุณคิตตี้ เป็นที่ปรึกษาของ The Masquerade – Redemption. ขอให้คุณทำหน้าที่ในนามที่ปรึกษา กิตติมศักดิ์ มา ณ ที่นี้ด้วย ส่วนเรื่องฉายาของคุณเราค่อยว่ากันทีหลัง (พูดเองเออเองหมดเลยใช่มะ? เอาเถอะน่า lol)

 

ปล. คำตอบของวันที่ 10 Dec 2007 เอาไว้ค่อยว่ากันทีหลังเพราะเรื่องมันยาว
ปล2. เรื่องสำคัญ คือการตื่นของคนที่กุก็รู้ว่าเมิงเป็นใคร

ปล3. อย่างที่บอก... อืม

ปล4. ก็ว่าแล้วเชียวการได้ยินเสียงนั้นมันไม่ใช่เรื่องธรรมดา ไม่นึกว่าจะหักหลังกันได้ lol

ปล5. ไม่กุก็เมิงต้องหลับไปตลอดกาล

ปล6. สำหรับผม คนที่ไม่น่าไว้ใจที่สุดก็คือตัวเอง

ปล7. ไม่ใช่ว่าคำตอบในวันนั้นมันไม่เป็นอย่างที่หวัง แต่มันดีเกินไป... ที่สำคัญคือความรู้สึกหลังจากนั้น

ปล8. คำสาปก็ยังเป็นคำสาปอยู่วันยังค่ำ...

ปล9. เพราะงั้น กุควรจะทำยังไงถึงจะคิดวิธีแก้มันออก?

ปล10. หรือว่ามันยังไม่จบ... พันธนาการคำสาป ...อืม

ปล11. ถูกต้องที่สุดข้อนี้ มันยังไม่จบ ภารกิจการนำมาให้ยังมีอยู่ และมันเริ่มอีกแล้ว แล้วกุจะสละโสดได้ยังไงกัน?

ปล12. หรือกุจะเป็นโรคประสาท… อืม
ปล13. สับสนจัง... ว่าอะไรคือความจริง...

ปล14. ต้องรู้ความจริงให้เร็วที่สุด แต่ตอนนี้จะทำได้ไหมนะ?

ปล15. ถึงว่าสิหลังจากนั้นกุก็ไม่มีสมาธิเวลานั่งสมาธิเลย เลยคิดจะหยุดสักพักหนึ่ง…

ปล16. จะว่าไปแล้วหลังจากภารกิจการปิดฉาก The Masqueria` 16 เสร็จสมบูรณ์ หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันต่อจากนั้น มันก็อุบัติขึ้นอีกแล้วด้วยภารกิจต่างๆ จะว่าไปแล้วมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แน่ๆ เพราะก่อนหน้านั่นกุไม่มี...

ปล17. ถ้าหากเป็นเช่นนั้น Why?

ปล18. วิธีหยุดมันก้อคือการทำให้ภารกิจค้างไว้งั้นหรอ? คงทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก... อืม

ปล19. ใช่แล้วจิตกุผูกอยู่ที่ใดกันเล่า อุว่ะฮ่ะฮ่า ต้องรีบค้นให้พบ... มิเช่นนั้นหลังเทศกาลสารภาพบาป ปีต่อปี ...อืม

ปล20. เพ้อเจ้อ?

ปล21. ขอแค่นี้ก่อนละกัน แล้วจะมาสรุปอีกที… ไม่เช่นนั้น มันก็จะไม่จบสิ้น... อืม

ปล22. ในที่สุดกุก็ถูกครอบงำ โดยไม่รู้ตัว... ในเวลาที่มีความสุข... อืม

ปล23. จะทำยังไงถ้าตื่นมาพรุ่งนี้แล้วกุ ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป?

ปล24. แล้วจะเป็นยังไงอีกล่ะ ถ้าจันทร์คือ 1 ในภารกิจ หรือเรียกอีกอย่างว่า ภารกิจต่อไป...

ปล25. ภารกิจใน The Masquerade – Redemption ทุกภารกิจต้องมีการสิ้นสุด… อืม

ปล26. จะว่ามันไม่ใช่ ทั้งๆ ที่มันมีความเป็นไปได้สูง... ยังไงคำตอบมันก็เกิดขึ้นมาแล้ว เพราะงั้นไม่ว่าจะฝืนขนาดนั้นคำตอบก็คงยังเป็นคำตอบเดิม

ปล27. นี่ล่ะคือสิ่งที่อยากจะบอก... อืม

ปล28. ไงก็ต้องดู ต่อไป... เผื่อว่าอะไรจะเปลี่ยนแปลง

ปล29. นี่หละคือข้อเสียสำหรับผู้ปฏิบัติภารกิจ The Masquerade – Redemption… อืม

ปล30. หรือว่าคิดมากไปวะ กุ?

ปล31. ถ้าเป็นงั้นจริง... เอาเป็นว่ากุจะไม่เชื่อจนถึงวินาทีสุดท้ายเลยละกัน อืม

ปล32. เท่านี้ก็จบ สมองโล่งโปร่งสบาย เหอเหอเหอ วิธีแก้ปัญหาทางจิต ก็ต้องมาจากจิตเข้าใจใช่ไหม?

ปล33. ผมว่าคนส่วนใหญ่ ทุกๆ คนที่มีปัญหา ก็ล้วนมาจากจิต จิตไม่นิ่ง จิตไม่ปกติ จิตเสียหาย จิตโดนทำร้าย จิตหงุดเงี้ยว!

ปล34. อันที่จริงนี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หรืออาจจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่จะคิดไปทำไม ว่าทำไม ทำไม ทำไม ทำไม… อืม

ปล35. ทุกหนทางมีทางแก้ที่ดีที่สุด รองลงมาก็ดีมาก รองลงมาก็ดี รองลงมาก็ปานกลาง รองลงมาก็แย่ รองลงมาก็ช่างแม่งไม่ต้องแก้ละกัน... อืม

ปล36. จะให้ดีต้องลองแก้ จากบนไปล่าง จากล่างไปบน เมื่อแก้หมดแล้วก็ล่อนจ้อน เป็นชุดวันเกิด... lol

ปล37. เห็นไหมเนี่ยผมหายเครียดแล้ว เหอเหอเหอ

ปล38. เจอกันวันสารภาพบาปในม้วนต่อไป... อืม

ปล39. ขอฝากข้อความถึง Rwanda ผมดีใจที่คุณชอบ ...คงไม่ได้เข้าใจผิดใช่ไหม... ไดRรี่น่ะ ยังไงซะผมกะคุณยังต้องคุยกันอีกนานเพราะงั้น ในช่วงที่เรายังคุยกันอยู่ ผมก็ยังอยากให้คุณ สู้สู้... เช่นเดิม

ปล40. อดีตไม่อาจเปลี่ยนแปลง อนาคตก็ยากที่จะคาดเดา ความสำคัญของคำว่ารักหายไปไหน คำไหนที่มันแทงใจให้คืนมา พูดเช่นนั้น เช่นนี้ แล้วน่ารำคาญยิ่งนัก เปล่าประโยชน์ที่จะเสียเวลาหากยังมองไร้ค่าเหมือนเดิม

ปล41. ไม่มีอะไรมากมายนักหรอก แค่อยากทำให้ครบ 43... อืม

ปล42 คำตอบสุดท้ายของวันนี้ คือ…
ปล43.
The Masquerade - Redemption

 

     Share

<< มาซเคอะเรด ปี2 ม้วน5 (The Bonds)มาซเคอะเรด ปี2 ม้วน7 (At Dream's End) >>

Posted on Wed 12 Dec 2007 14:36

 

     
มาซเคอะเรด เดอะ Final Chapter
มาซเคอะเรด ปี3 ม้วน 2 (Butterfly effect)
.
มาซเคอะเรด ปี3 ม้วน1 (Open Season)
มาซเคอะเรด ปี2 ม้วน7 (At Dream's End)
มาซเคอะเรด ปี2 ม้วน6 (The Answers of Heart)
มาซเคอะเรด ปี2 ม้วน5 (The Bonds)
มาซเคอะเรด ปี2 ม้วน4 (The Masquerade - Redemption II)
Brujah
มาซเคอะเรด ปี2 ม้วน3 (Say what?)
มาซเคอะเรด ปี2 ม้วน2 (The Masqueria` - Redemption`)
มาซเคอะเรด ปี2 ม้วน1 (Open Season)
มาซเคอะเรด ปี1 ม้วน 26 เดอะ ไฟนอล แชพเตอร์
มาซเคอะเรด ปี1 ม้วน25 (43 วันอั้นแอ้ม ไม่อั้นรัก)
มาซเคอะเรด ปี1 ม้วน24 (Do I need somebody)
มาซเคอะเรด ปี1 ม้วน23 (Forgiveness & Redemption)
มาซเคอะเรด ปี1 ม้วน22 (Why?)
มาซเคอะเรด ปี1 ม้วน21 (Un-Forsaken Mission)
มาซเคอะเรด ปี1 ม้วน20 (Under the favor of Night)
มาซเคอะเรด ปี1 ม้วน19 (Divine Divinity)
มาซเคอะเรด ปี1 ม้วน18 (Commission Uncommitted)
มาซเคอะเรด ปี1 ม้วน17 (Falling in loves & Fallen apart)
มาซเคอะเรด ปี1 ม้วน16 (Crystallization As Darken)
มาซเคอะเรดด์ ปี1 ม้วน15 (The Arts of Masquerade Part II)
มาซเคอะเรด ปี1ม้วน14 (Chaos Legion)
 
  กระทู้สุดมันส์
WoW-Thai
PVP


   

                                                        

มารวมเป็นสักขีพยาน ว่าคุณสลิ่ม เขาปลี้ม sms นั้นจริงๆ เหอ เหอ .................^^

ดีใจด้วยที่มีวันนี้ ..... วันที่ได้พูดว่าเจอคนที่ใช่

ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็น......ดีที่สุดแล้ว

ต้องใช้ "ใจ" ค้น "ใจ" แล้วจะเจอคำตอบว่าอะไรอยู่ในนั้น


ขอบคุณสำหรับตำแหน่ง ที่ปรึกษา กิตติมศักดิ์......... จะรับดีไหมเนี่ย ?? o_O
kitty   
Thu 13 Dec 2007 9:03 [2]

อืม
7607   
Wed 12 Dec 2007 14:41 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh