ความสับสนทางอารมณ์
อาคันตุกะทางธรรม
ปิ่นโต
ไม่มีใครหัวเราะก่อนจะร้องไห้
R.I.P
โรงเบียร์
การพบปะเพื่อนเก่า และบันทึกหน้าแรก
บทสรุปแห่งการเดินทาง และจุดเริ่มต้นของเรื่องราว
เก็บตกวันที่สามจากเชียงใหม่
เก็บตกบันทึกหน้าที่สองจากเมืองเชียงใหม่
เกร็ดจากบันทึกหน้าแรกจากเมืองเชียงใหม่
บันทึกหน้าที่สองจากเมืองเชียงใหม่
บันทึกหน้าแรกจากเมืองเชียงใหม่
ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน
จิตใต้สำนึก การทำสมาธิ และการให้
ส่งท้ายเดือนแห่งความรัก
สองเรื่องไม่ยาวไม่สั้น
ต้มยำกุ้ง
Hang out
ความรักบทที่หนึ่ง
วันละสามเวลา
ไดฯล่วงหน้า
Got talent
Give & Take
โปรดส่งใครมารักฉันที
One day
เรื่องสะกิดใจ
คนชรา เด็กกำพร้า และเด็กพิการซับซ้อน
วันแห่งการชิม
Lost & Gain at Valentine day
งานแต่งงาน(ของคนอื่น)ในฝัน
หลากความน่าสนใจ
วันหมาหอน
การจากลา
แกงโฮ้ะ
วันที่กะจะปล่อยวาง
วันออกชิม
The Idol
เด็กแว้น
OiLy
Mody
คุณตูน
คุณต้อม






 


เช้านี้

วันนี้เป็นวันที่ตื่นสายมาก (เกือบสิบโมงแล้ว) ...ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้นอนดึกอะไรมากมาย

ห้าทุ่มกว่าๆ เมื่อคืนตอนหัวค่ำก็ง่วงเหลือเกิน พาลไม่เป็นอันทำอะไร 

อาจจะมาจากหลายๆ สาเหตุรวมๆกัน ทั้งการมาอยู่ของญาติที่ห้อง 

เพราะเราต้องอัปเปหิตัวเอง ไปนอนที่นอนสำรอง คล้ายกับที่นอนสามท่อน 

ทำให้คุณภาพการนอน ดีกว่าพระสงฆ์องค์เจ้านิดหน่อยเท่านั้นเอง 

พี่เค้าก็บอกว่าเดี๋ยวเค้านอนที่โซฟา ห้องรับแขกก็ได้ เราก็ไม่ดีนะ 

เพราะเค้าอาวุโส กว่าเรา T T 

รวมทั้งการประชุมต่อเนื่องที่ยาวนาน การรับข่าวสาร

ประกอบๆ กันเลยทำให้เหนื่อยล้า แต่เมื่อวานพี่เค้าก็ได้ย้ายไปที่พักใหม่เรียบร้อย

เราก็ได้สัมปทานเตียงเราคืน อีกอย่างนึง ไม่รู้ช่วงนี้เป็นอะไร ฝันมากมาย 

ฝันสมจริง เหลือเกิน เลนกินแรงตอนหลับไปอีก 



YESTERDAY 

บ่งบอกวัน ไม่ใช่บทเพลง 

เป็นวันที่แสนจะเกียจคร้าน อย่างไม่มีสาเหตุ 

เขียนๆ งานนิดๆ ก็เหมือนไม่ค่อยมีสมาธิ 

เลยวางลง แล้วก็อ่านหนังสือเรื่อยเปื่อยตามสไตล์ 

ตอนเช้าพลาดงานแต่งงานลูกสาวผู้ใหญ่ไปหนึ่งงาน 

เนื่องจากเช้าเกินไป 


ดูมวลรวมๆ แล้วเหมือนไม่ค่อยมีแก่นสารเท่าไหร่ในวันนี้ 


เที่ยงวัน …

ลงไปถามฝ่ายขายของโครงการ ว่าห้องที่ว่างเปล่า

ของคอนโดในส่วนของพื้นที่ให้บริการ นั้นสามารถ

ติดต่อผู้ที่ประมูลได้ไปมั้ย เพราะพี่คนนึงต้องการมาเปิดร้านกาแฟ

ก็ได้ความว่า ไม่รู้จะติดต่อยังไง เพราะเป็นคนละแผนก 

แถมทำท่าเหมือนว่าจะมีคนมาถามหลายคนแล้ว 

เพราะพูดยังไม่ทันจบ น้องเค้าก็พูดต่อให้เลย

รู้ดีแบบนี้น่าจับมาคอยดูแล ^^ 


กินข้าวกลับมาแบบอืดอาด 

คาดว่ากล้ามเนื้อ และสารเอ็นโดรฟินในร่างกาย 

จะตกหายตรงไหนซักแห่ง TT 

นั่งเรื่อยเปื่อยซักครู่ ก็มีผู้ใหญ่ที่ทำงานร่วมกัน กลับมาจากงานแต่งของลูกสาว

ถามว่าเราทำอะไรอยู่มั้ย เราก็บอกเรื่อยเปื่อย ไม่ได้อะไร 

เค้าก็บอกว่า โอเค วันนี้เค้าจะมาขอสาวให้ Oo ! 

เราก็หืม คนไหนอ่ะครับ คนที่เป็นเจ้าของร้านกาแฟ ที่เซ็นทรัลพระราม 9 ไง 

เราก็ อ๋อ เพราะเราเคยเล่าขำๆ ว่า เจ้าของร้านนี้น่ารักดี 

สุดท้ายก็เลยได้พาไปนั่งกินกาแฟ ที่ร้านที่ว่าจนได้ 


@ร้านกาแฟ 

เธอก็ยังคงความน่ารัก เหมือนเช่นเคย 

แต่วันนี้สงสัยยุ่งทำหน้าตาไม่สเบย เลย 

ก็เหมือนเคยเวลาสั่ง smoothy ผลไม้ทีไร มักจะมีผลไม้ซักชนิดหมด

เราก็เลยบอกว่าอยากขายอะไร ก็จัดเลยละกัน ไม่เรื่องมากอยู่ละ 

พนักงานเห็นหน้าเราก็ยิ้มม แบบมีเลศนัย ฮ๋าๆ อยากจะถามว่า  Something wrong ?? 


ก็นั่งกินขนม คุยงานกันไป เกือบสามชั่วโมง เค้าก็พาเราไปกินข้าว 

เสร็จสรรพ ก็แยกย้าย กันไป …



หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงบ่อยมาก ในช่วงนี้ที่เกี่ยวกับเรา

คือ เรื่องแฟน 


ไม่รู้เป็นเพราะด้วยวัย รึจะเป็นการที่สังคมที่เราใช้ชีวิต ทุกคนมีอายุมาก

มีครอบครัว ลูกก็โตเท่าๆ กับเรา ทำให้ทุกคนพยายามพาดพิงในประเด็น

นี้บ่อยมาก ญาติ ๆ ก็ถาม นักบวชอะไรก็ถาม โอ้ย มากมาย 

เค้าคงเห็นวิธีการใช้ชีวิตของเรา เค้าก็กลัวว่าเราจะไม่มีใคร 

เราก็บอกว่าเราก็ไม่ได้ปิดตัวเองขนาดนั้น เพียงแต่เราก็ไม่รู้จะทำยังไง 

จะให้ไปจีบตามผับตามบาร์ มันก็ใช่เรื่อง เราไม่ใช่เด็กๆ แล้ว 

แล้ววิถีการใช้ชีวิตของเรา ก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น 

เราเข้าใจชีวิตของตัวเรา ว่าชีวิตเราชอบความสงบ เรียบง่าย 

เพราะชีวิตเราผ่านอะไรมาเยอะมาก จนเห็นสัจธรรมในหลายเรื่อง 

รู้สึกว่าเราควรจะต้องจัดวาง เรื่องที่เข้ามา 

คือในทุก ๆ เรื่อง บนโลกใบนี้ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม

จะมีสองมุมเคียงคู่กันมาเสมอ นั่นคือ ความทุกข์และความสุข 

เพราะฉนั้น ณ ปัจจุบัน เราต้องเลือกที่จะเปิดรับ แค่บางเรื่อง 

และจัดวางความสำคัญให้เหมาะสม เพราะไม่อย่างนั้น 

ในวันที่ เกือบทุกเรื่องมันแสดงบทบาทของความทุกข์ ออกมา 

เราก็จะรับไม่ไหว โลกของเราก็มืดหม่น โดยที่มีเราเป็นต้นเหตุ 

ในวันที่หัวใจเรายังไม่แข็งแรงพอ เพราะฉนั้น ต้องมีสติในการใช้ชีวิตให้มาก

ไม่เช่นนั้นทั้งความฝัน เป้าหมาย เราคงไม่สามารถที่จะไปถึง...


เอ้ะ เป็นตุ้ดเป็นเกย์ รึเปล่า ?? 

ความรัก น่ะมีมาตลอดตั้งแต่อายุ 18 จนถึง 28 อาจตกหล่นเป็นบางจังหวะบ้าง

แต่ก็ไม่นาน ^^ เกือบตกร่องปล่องชิ้นก็หลายที เกือบตกลงปลงใจก็หลายหน 

แต่สุดท้ายมันติดที่คำถามว่า เราเข้าใจกันจริงหรือเปล่า ?? 

ไม่ใช่ว่ารักหรือเปล่านะ เพราะความรัก มีเต็มเปี่ยมตลอดเวลา 

แต่ความรักมันแปรผันตามความเข้าใจ ไม่ใช่ว่าไม่มีเข้าใจแล้วเรารักกันไม่ได้

ปล่าวเลย เราก็ยังคงรักกันอยู่ แต่รักในแบบ เพื่อนสนิท เพื่อน คนรู้จัก ก็ตาม

ปริมาณความเข้าใจ หลายคนเราเคยรักกัน วันนี้เราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน 

เราต่างเข้าใจว่า ฐานะที่ไกลกว่านี้สำหรับเราสองคน มันเป็นอะไรที่จะที่ให้เราอึดอัด

เพราะฉนั้น มังคงดีกว่า ที่เราเลือกที่จะหยุดไว้แค่นี้ แล้วเลือกเก็บสิ่งที่ดีดี ที่เรามีต่อกัน 

และยังคงความเป็นเพื่อนร่วมเดินทาง ในการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ 


อีกหนึ่งสาเหตุ 

คือออร่าของเรามันคงเปล่งประกายถูกจริต คนบางประเภท 

อาจจะเป็นเพราะ บุคลิกภายนอก  ลักษณะการใช้ชีวิต 

ทำให้คนมักจะมองว่าเราเป็น Play boy !! ไม่ได้ตั้งใจให้คิดแบบนั้นน้า !! 

ชอบตอนที่ Iron man แนะนำตัวกับ Captain america  ในหนังเรื่อง 

The avengers  ที่ Captain เค้าถาม Iron man ประมาณว่า แล้วคุณล่ะมีดียังไง 

คือทุกคนที่มารวมกันมีพลังพิเศษ 

Iron man  ก็ตอบว่า " Genius , billionnare ,playboy .." 

เราไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ แต่ชอบความมั่นใจในการชอบ ^^



คือเราทำงานอิสระ เพราะฉนั้น การแต่งตัวเราก็สบายๆ 

แล้วเราก็ชอบแต่งตัว ชอบปรากฏกายตามสถานที่ต่างๆ 

มีสาวๆ สวยๆ เดินตามตลอด อันนั้นก็เลขา มั้ย 

ชอบพาเด็กเล็กๆ ไปเที่ยวอีก อันนั้นก็หลานมั้ย 

คือ มีสองสถานะที่คนนิยามไว้ ไม่ playboy พ่อลูกอ่อน ก็คนมีครอบครัว 

เอ้า คนไม่หม้อสาวก็หาว่าเป็นตุ้ด เป็นเกย์ ไม่ก็มีครอบครัว 

พอจีบก็หาว่าเจ้าชู้ อะไร อะไร มันคืออะไร 

จนสุดท้าย ใครจะคิดยังไง ก็ปล่อยไป 

ความรักบทที่หนึ่ง

ความรักบทที่หนึ่ง
ความรักบทที่หนึ่ง


ความรักบทที่หนึ่ง

ความรักบทที่หนึ่ง



หลานสองคนนี้ ที่คนมักจะพูดว่าเป็นลูกเก็บเรา 
แล้วโยนให้พี่สาวเลี้ยง ฮ่า ช่างสรรหา 

ด้วยความที่หลานสองคนนี้ เป็นลูกของพี่สาวคนใกล้เราสุด 
จึงสนิทกันกว่าคนอื่น คนอื่นเค้าโตกว่าเราห่างไปเรื่อย ๆ
และหลานสองคนนี้ก็เด็กสุด เราเลยชอบพาเค้าไปเที่ยว 
ไปรับที่โรงเรียน นู่นนี่นั่น เราก็มีความสุขที่ได้อยู่กับเด็กๆ 
^^ 
ส่งท้ายด้วยเพลงๆ นี้ที่หลานๆ ทั้งสองคน ชอบให้เราเปิดซ้ำไปซ้ำมา ในรถ














     Share

<< วันละสามเวลา Hang out >>

Posted on Sat 25 Feb 2012 12:10
โอ้วววว ม่ายหน่อ OiLy ไม่ได้คุ้มคลั่ง
OiLy   
Sun 26 Feb 2012 19:43 [4]

ขอบคุณหลายๆ เด้อ ^^
mysterryboy   
Sun 26 Feb 2012 18:49 [3]

@ Number1 น่าจะคุณต้อม รึเปล่า ??
ขอบคุณครับ ที่ยังเชื่อว่ายังคงเหลือผู้ชายแท้ๆ ที่ยังโสด ^^

@Oily ใจเย็นๆนะครับ อย่าเพิ่งคุ้มคลั่ง
เพีงแต่เราคงต้องหาเวที เพื่อเปิดโอกาสให้กับตัวเอง ว่าแล้วผมโอกาสเป็นเจ้าภาพ ชวน OiLy และเพื่อนสาวโสด ไปปาร์ตี้กันดีกว่า ฮ่า ล้อเล่นเด้อ
หลานเมื่อก่อนซนมากทั้งพี่ทั้งน้อง
เดี๋ยวนี้โตขึ้นไม่ซนละ ^^
mysterryboy   
Sun 26 Feb 2012 15:55 [2]

เป็นวัฎจักรของชีวิตนะคะ เรียนหนังสือ ทำ งาน มีครอบครัว มีลูก เกษียณอายุ นั่งมองลูกหลานเติบโตอย่างมีความสุข เราเคยคิดนะว่าคนเราก็คงต้องเดินตามแพทเทิร์นแบบนี้แหละเนอะ
ตอนเรียนอยู่พ่อกับแม่ก็บอกว่าให้ตั้งใจเรียนนะลูก ยังไม่ต้องสนใจผู้ชาย เดี๋ยวทำงานเค้าก็มาเอง พอทำงาน ชีวิตก็มีแต่งานๆๆๆ เลิกงานกลับบ้าน แล้วจะเจอใครหละแม่จ๋า ไอ้เราถือคติไม่นิยมคบคนที่ทำงานเดียวกันซะด้วย รู้ไส้รู้พุงกันหมด นี่คือเหตุผลที่เพื่อนๆเราหลายคนยังโสดมาจนทุกวันนี้
แต่เราเชื่อว่าคงไม่ได้มีใครถูกกำหนดมาให้อยู่คนเดียวหรอก เพียงแต่ว่าตอนที่มีโอกาสเข้ามาเราเลือกที่จะปล่อยมันไปหรือเปล่า
เพราะฉะนั้น อยากทำอะไรทำเลยค่ะ โอกาสไม่ได้มาหาบ่อยๆ
ปล. หลานๆน่ารักนะคะ ท่าทางซนใช้ได้เลย
OiLy   
Sun 26 Feb 2012 13:27 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh