• เรื่องจริงที่เกิดกับน้องเพื่อน.... •
 

วันก่อนได้เมลล์FWD มา... อ่านๆดู..เอ๊ะ.... เรื่องคุ้นๆ

พอย้อนไปดูว่าใครเป็นคนส่งมาให้เลยรู้ว่าเป็นน้องของชมพู่เพื่อนรักเรานี่เอง

จำได้ว่าตอนที่ได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรกประมาณสามปีที่แล้ว

ได้ยินว่าเจ้ากิ๊บเกิดอุบัติเหตุ....

ตอนนั้นใจหายวาบ.... เฮ้ย... น้องจะโอเคมั้ยเนี่ย...

พอรู้ว่าน้องปลอดภัย...ก็ดีใจ...

แต่พอมารู้รายละเอียดทีหลังกับสิ่งที่เจ้ากิ๊บต้องเสียไป...

ก็โคตรจะสงสารน้องเลย

เรื่องทางกายก็อย่างนึง...

แต่ความมั่นใจ

ผลกระทบทางจิตใจมันประเมินค่าไม่ได้หรอก

--------------

จากเจ้ากิ๊บหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว...

ต้องมาเจออุบัติเหตุทำให้แทบจะสูญเสียการมองเห็นไปเลยจากตาข้างนึง

แม้สิ่งที่เกิดขึ้นจะทำให้เกิดการ Set back ในชีวิตไปบ้าง

แต่กิ๊บก็ไม่ได้ยอมแพ้ ไม่ยกธงขาว

กิ๊บยังเดินหน้าต่อไป และทำในสิ่งที่ตัวเองรัก..

อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้ทุกๆคนได้เห็นว่ากิ๊บเป็นเด็กมีความสามารถขนาดไหน

พล่ามมานานแล้ว... ขอเอาเรื่องของน้องมาลงให้อ่านกันนะจ๊ะ

ก๊อปมาจากเมล์เลยค่ะ.... สำนวนที่เขียนนี่ของเจ้ากิ๊บเองแหล่ะ

------------------------------

เรื่องมันก็มีอยู่ว่า

 

เช้าวันที่ 12 ม.ค. 47 เวลา 8 โมงกว่าๆเราก็ขับรถไปเรียนตามปกตินั่นแล้ว

...ขับอยู่ดีดี๊..มีรถ 4x4 ขับข้ามเกาะกลางถนนมา ขวางหน้ารถเราซะงั้น...

 

อะไรนะ?? ชนไม๊เหรอ....

 

ถามได้...ก็ชนนะสิ...จะไปเหลือเรอะ

 

เปรี้ยงงงงงง!!!

 

เสียงดังสนั่น...เศษกระจกพุ่ง มาจากทางด้านซ้าย ตรงมาที่หน้าเลย

เข้าตาซ้าย เลือดพุ่งปริ๊ดๆๆๆ...สุดสยอง...เสื้อนักศึกษาสีขาวได้กลายเป็นสีแดงเลือดโดยทันที

ไม่อยากจะบรรยายมากกว่านี้...

 

ยังดีที่ไม่สลบ...

รีบเอามือเช็ดเลือดในใจคิดว่าตาบอดแน่แล้วตู...

 

แต่โชคยังดีที่กระจกไม่ได้เข้าตาขวา

ถือว่าโชคดีที่พระเจ้ายังเหลือตาขวาไว้ให้เราได้ใช้...

 

เข้าห้องผ่าตัดตอน บ่ายโมง ออกมาอีกที สองทุ่มได้มั้ง จำไม่ค่อยได้แล้วอะ

 

หมอบอกว่า...เย็บไปร้อยกว่าเข็ม เย็บหลายชั้นมาก  และกระจกที่เข้าไปฝังในตาก็ชิ้นใหญ่

กระจกมันบาดไปถึงจอประสาทตา(เรติน่า) ทำให้จอประสาทตา(เรติน่า)หลุดลอกออกมา

 

งงมั๊ย...555+

 

เอาเป็นว่าตาซ้ายต้องบอดสนิท...

...แต่...

 

หมอเก่งมาก (นพ.สมพร รี้พลมหา รพ.สมิติเวช และ รพ.นนทเวช)

ช่วยแปะจอประสาทตาไว้ที่เดิม โดนวิธิการแบบนี้

 

     ขั้นแรก เอาซิลิโคนเหลวใส่ไว้แทนน้ำวุ้นในลุกตาเพื่อดันให้ เรติน่าเข้าที่

ขั้นที่ 2 นำซิลิโคนมาขึงรอบลูกตาเพื่อยึดเรติน่าไว้

สองขั้นนี้ใช้เวลา เกือง 6 ชม.ได้ ในห้องผ่าตัด

 

ขั้นสุดท้าย  ใช้เลเซอร์สร้างแผลเป็นบนผนังลูกตาเพื่อปิดรูรั่วของ เรติน่า

 

นี่แค่ตา...ไม่ยังไม่ได้เล่าถึงแผลที่หน้าผากเลยนะเนี่ย

แค่นี้ก็แย่แล้ว...

 

เอาล่ะ...พอเริ่มหายการมองเห็นของตาข้างซ้าย  ก็ไม่ได้ต่างจากการตาบอดหรอก

มองเห็นแค่เลือนลางเท่านั้น จริงๆก็มองได้แค่ 1-2 เมตรเท่านั้นแหละ

เห็นลางๆแบบว่ามีคนมายืนอยู่ข้างหน้าแต่ตอบไม่ได้ว่าชายหรือหญิง

 

แต่ก็อย่างที่ว่า....

พระเจ้ายังเหลือตาขวาไว้ให้เราใช้

 

คนชนหายไปไหนเหรอ???

...เฮ้อ...

 

มันเป็นแบบนี้

 

ตอนที่เค้าชนเรา...เค้าก็ดีดูแลข้าวของในรถไว้ให้

เพราะพอเราได้สติ ก็วิ่งออกมาจากรถ เพื่อมาเรียกรถที่ผ่ามมาให้ไปส่งโรงพยาบาล

 

 

 

แรกๆก็มาเยี่ยม....แต่นานๆที เพราะเค้าเป็น นายก อบต. ตำบลสระลงเรือ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี 

 

 

ไอ้เรารึ...ถึงแม้ว่าจะเสียตาไปข้างนึงใจก็นึกไม่เอาความหรอก

เพราะอุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้เค้าเองก็คงไม่ได้ตั้งใจ

...เราคงซวยเอง...  

  

นอน รพ.อยู่เดือนนึง

พออกมาตำรวจให้เรียกร้องค่าเสียหาย

เราเรียกไป 1 ล้าน เพราะเสียตา 1 ข้าง

 

ถามว่าคุ้มไม๊...ไม่เลยชิวิตเราเปลี่ยนแปลงไปหมดหลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้น

 

แต่เค้าไม่จ่าย...

เป็นถึงนายก อบต. ตำบลสระลงเรือ
อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี นะ จ่ายแค่
60,000

 

 

เสียตาข้างหนึงได้ค่าเสียหายหกหมื่น...บ้าจริงค่ารักษาตาไปยัง สองแสนแล้วเลย...บ้าจิง

 

อย่างงี้ต้องฟ้องแล้วล่ะ...

 

 

ศาลตัดสินมาแล้ว...

 

ให้ชดเชยค่าเสียหายต่างๆมีทั้งหมด 8 หัวข้อ...

รวมเป็นเงิน X,XXX,XXX

 

 

ยังอุทธรณ์อีก...

ยิ่งไปกว่านั้น 

 

นางสาวสุชาดา เชื้อโพล้ง

 

อบต. ตำบลสระลงเรือ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี คนนี้ ยังให้นักสืบกระจอกที่เป็นทหารยศ สิบโท ชื่อ

 

สิบโท นัฐพง ใจแสน

 

มาตามเราที่โรงเรียนดนตรี+ที่เราสอนอยู่เพื่อหาข้อมูล เพื่อจะอุทธรณ์

 

 

ดีที่เราไหวตัวทันเลยสืบกลับไปจากทะเบียนรถจนเจอไอ้หมอนี่ ซึ่งตอนมาสืบใช้ชื่อปลอม

 

นอกจากนี้ยังให้คนโทรมาที่โรงเรียนดนตรีเพื่อสืบข้อมูลอีกหลายครั้ง

 

 

ดูสิความ...ของเค้า

ถ้าให้เงิน ห้าล้าน หรือ  สิบล้าน แลกกับตา 1 ข้างและโอกาสดีๆหลายๆอย่างในชีวิต 

จะเอาไม๊...แต่เค้าจ่ายแค่ หกหมื่น...

 

จนถึงวันนี้วันที่เราได้พิมพ์ mail ฉบับนี้ คดีได้คืบหน้าไปเยอะแล้ว และวันนี้เป็นวันที่เจ็บปวดอีกวันหนึ่ง จากการสู้คดี

 

ชีวิตที่ต้องสูญเสียดวงตา ในช่วงอายุ 20 ปี  เป็นอะไรที่ทรมานมาก แต่ทำให้เราได้รับรู้ว่า คนพิการรู้สึกเช่นไร โดยเฉพาะคนที่ต้องสูญเสียอวัยวะ

จากความประมาทของผู้อื่น

 

นอกจากต้อง ทุกข์จากความเจ็บปวดทางกายและใจที่ได้รับจาก บุคคลที่กล่าวข้างต้นนั้น ยังต้อง เป็นทุกข์ในการสู้คดี และ

ต้องพยายามหาโอกาสให้ตนเองเพื่อที่จะทำให้กลับมาดำเนินชีวิต บนเส้นทางเดิม หลังจากต้องสูญเสียดวงตา และ  บุคลิกภาพที่ดีไป

 

 

 

ถ้าพวกคุณได้อ่านจนถึงตอนนี้ หรือถ้า คุณสุชาดา เชื้อโพล้ง ได้อ่าน...

 

ผมอยากบอกว่า 'ผมไม่อยากได้เงินครับ ผมอยากได้ดวงตา ได้ชีวิตของผมคืนมา ไม่ต้องเอาเงินให้ผม ผมขอสิ่งเหล่านั้นคืนจะได้ไหม'

 

 

เราเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นลิขิต และ กระบวนการ ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น การฟ้องร้อง หรือแม้กระทั่งการอุทธรณ์ เป็นกระบวนการทางกฏหมาย

แต่ เรื่องทั้งหมดนี้ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันนี้ มันหนักเกินไปสำหรับเราที่จะรับไว้ จึงระบายออกมา เพื่อเล่าสู่กันฟังและเพื่อ.......

 

 

 

ขอบคุณ สุชาดา เชื้อโพล้ง ที่ทำให้รูจักความสูญเสีย ครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต และไม่อาจประเมินค่าได้

เวรกรรมที่มีต่อกัน ขอให้หมดไปในชาตินี้ ชาติหน้าอย่าได้พบเจอกันอีกเลยครับ ^^

 

-----------------------------

คิดอยู่ว่าจะเอาเรื่องไปลงpantip ดีมั้ย...

เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีผลต่อคดีรึเปล่า....

แต่คนแบบนี้.... ทำลายชีวิตของคนอื่น(แม้จะไม่ได้ตั้งใจก็เหอะ) สมควรที่จะให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงการกระทำของคุณค่ะ...

5-1-6-9-6

     Share

<< My new LoveHappy B-day เป้ & มะนาว >>

Posted on Tue 19 Feb 2008 4:07

พรศรี
ลูกแม่แยม
พี่ก้อยคนสวย
พี่ดาวสุดเซ็กซี่
นู๋ลิงจอมซ่า
นาน่าจอมเปิ่น
แม่เจ้าขา
พี่บิวคนเก่ง

เสียศูนย์
Spring Forward
เย้ๆ ได้คอมกลับมาแล้ว
ป่วย สัมภาษณ์ คอม และฝน....
Happy B-day เป้ & มะนาว
เรื่องจริงที่เกิดกับน้องเพื่อน....
My new Love
เก็บตก.....
Happy Driven
ตรุษจีนอีฟ เชอชี่ และสุดหล่อ
อัพได้แบบเปลือยๆ

 


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

 


 THEME DESIGN BY MUUTAH