ช่วงนี้อากาศไม่หนาวเยอะ แต่มีฝนตก วันนี้เลยไม่ได้ออกไปไหนเลย แต่สืบเนื่องจากเมื่อวานหลังเลิกเรียนภาษากะอาจารย์อองเดร ก้อไปนั่งรอพี่คริสเลิกงานที่เดิม ณ. โพลิโว บาร์ (Poliveau Bar) นั่งปุ๊บเป็นที่รู้ของบาร์เทนเด้อที่นี่ ว่านังนี่ดื่มอะไร ยกให้โดยไม่ต้องถาม อิอิ น้ำส้มขวดออเร้นจิน่า กะชาร้อนใส่มะนาว
ยิ้มได้หน้าบานมาก กุ๊กไก่ชอบบาร์ที่นี่มากๆ ซึ่งต่างจากบาร์ที่เมืองไทย โดยเฉพาะแถวภูเก็ตที่เกือบทุกบาร์ต้องมีคุณโส นั่งคอยจับแขก เฮ้อ แต่ที่นี่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย บาร์ของที่นี่คือที่ๆ นั่งดื่ม นัดเจอ สังสรรค์กัน พ่อกะลูกกำลังดวลแชคกันอยู่ ลูกชายไม่ได้เครียดเลย แต่คนเป็นพ่อเครียดมากมาย ฮ่าๆ สงสัยกลัวแพ้เด็ก อิอิ และที่นี่จะมีอาจารย์อองเดรของกุ๊กไก่คอยอัพเดทข่าวสารบนกระจกหน้าบาร์ตลอด อิอิ
หลังจากกลับจากเยอรมัน กุ๊กไก่กับพี่คริสก้อไม่ค่อยได้ออกไปกินข้าวนอกบ้านกันเลย วันนี้เป็นคืนวันศุกร์ด้วย เลยชวนเพื่อนๆ รุ่นคุณตาทั้งหลายไปดินเนอร์แถวๆ นั้นกัน ไปไกลไม่ได้ กลัวตาๆ ยายๆ เป็นลม ฮ่าๆ ไปร้านบาราเทง จะว่าเป็นร้านประจำของทุกๆ คนที่นี่ก้อได้ เพราะเดินไม่ไกล ถ้าเดินปกติก้อใช้เวลา 2-3 นาที แต่เพราะอายุของแต่ละคนไม่ค่อยอำนวย และบางคนที่ต้องเดินสามขา อิอิ ใช้เวลาย่อง เฮ้ย เดินกันเกือบ 10 นาที อิอิ คืนนี้ไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่ เพราะแอนนา แม่บ้านปีแอร์มาด้วย ตอนชวนปีแอร์ ไม่รู้ว่าหล่อนจะเด็ดมากด้วย พอมาถึงมา ทุกคนทำหน้าเหลอ แอบเซ็งกันหมด ปีแอร์กลับมาอยู่บ้านได้อาทิตย์กว่าแล้ว หลังจากเข้าสลายนิ่ว และอีกสองอาทิตย์ต้องกลับเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง ซึ่งตอนแกกลับมาครั้งนั้น แกนัดแอนนามีรอที่บ้าน เพราะจะได้ช่วยหิ้วของขึ้นชั้นบน ปรากฏว่าหล่อนไม่มา แค่นั้นยังไม่พอ ช่วงระหว่างที่ปีแอร์ไม่อยู่ หล่อนไม่เคยทำความสะอาดบ้านให้ปีแอร์เลย แถมยังกินของในตู้เย็นจนหมดตู้ วันที่ปีแอร์กลับเป็นวันอาทิตย์ ซุปเปอร์ที่นี่ปิดหมด ซื้ออะไรไม่ได้ แต่แกก้อไม่ได้โกรธ ไม่ได้เคืองหล่อนเลย นี่แหละน้า เค้าว่าความรักทำให้คนแก่ตาบอด อิอิ แต่เพื่อนๆ ทุกคนเคืองกันหมด กลับมาที่บาร์ต่อ ตอนชวนกันมาอองเดร ไม่ยอมมาด้วย เพราะแกไม่ค่อยทานอาหารค่ำ แต่พอเห็นทุกคนมากัน แกก้อเลยตามมาเซอร์ไพร์ทีหลัง อิอิ ช่วงนี้เป็นฤดูกาลของหอยนางรมย์ ร้านนี้จะขายเฉพาะคืนวันศุกร์ เพิ่งมาถึง แต่ละคนนั่งแบบเซ็งๆ โคลดวาดรูปกลับหัวให้กุ๊กไก่ เพราะที่นี่เค้านิยมปูโต๊ะกะกระดาษ วาดเก่งมากๆ วาดกลับหัว ได้ขนาดนี้ อิอิ โคมไฟในร้าน สีสันดี ออเดิร์ฟพร้อมเสิร์ฟ เอิ๊กก กินกันสองคนพี่คริส อิอิมีหอยนางรม กุ้ง และก้อ หอยบูโล กุ๊กไก่ชอบกินหอยนี้มาก กุ๊กไก่ว่าอร่อยกว่าหอยชักตีนที่เมืองไทยอีก หอยชักตีนบางร้านจืดมาก หลังๆ นี้หากินที่อร่อยๆ ไม่ค่อยได้ ตามด้วยจานนี้ชูครูด เป็นหมูกะกะหล่ำปลีเปรี้ยว และมันฝรั่ง แซบมากๆ ไม่เคยห่วงความอืดของตัวเองเลย กุ๊กไก่เอ๋ย จานนี้ของพี่คริสเป็นปลาราดซอสครีม ตบท้ายให้มันอืดสมใจ แต่กินแค่คำนึงที่เหลือพี่คริสจัดการ บรรยากาศในร้านค่อนข้างตึงเครียดในช่วงแรกๆ หลังจากฝ่ายเอเตอร์เทนหน้าท้องตึงก้อเริ่มงาน ฮ่าๆ โคลดเป็นคนที่กุ๊กไก่ชอบมากๆ สนิทกับแกมาตั้งแต่เมื่อเกือบสี่ปีก่อน ตอนมาหาพี่คริสที่ฝรั่งเศส แกนิสัยดีมากๆ เป็นคนรักเพื่อน รักฝูง เคยเข้าไปอยู่โรงพยาบาลอยู่หลายเดือนเพราะเป็นมะเร็ง จนเพื่อนๆ ทุกคนคิดว่าแกคงไม่รอดแน่หมอผ่าท้องตั้งแต่หน้าอกยาวลงไปเลยสะดือ แต่แกก้อรอดมาได้ โคลดเป็นเกย์ แกยอมรับกับเพื่อนๆ ทุกคนว่าแกเป็นเกย์ซึ่งทุกคนก้อเข้าใจและรับได้แฟนที่รักกันมากตายไปเมื่อหลายปีก่อน แกเลยครองโสดมาจนปัจจุบันแต่เห็นพี่คริสบอกว่าหลังแกออกจากโรงพยาบาล แกพบรักใหม่ ซึ่งตอนนี้ก้อคบๆ กันอยู่ แกเป็นคนชอบร้องเพลง และก้อร้องได้เพราะทีเดียว คลิปวิดีโอร้องเพลงสั้นๆ ดอกไม้ที่กุ๊กไก่พับให้ด้วยกระดาษเช็ดปาก (ใช้แล้วด้วย) อิอิ ดีใจใหญ่ กินเสร็จนั่งฮากันเกือบเที่ยงคืน ร้านเริ่มทะยอยเก็บและใกล้จะปิดถึงตอนนี้ภาวะเครียดเริ่มอีกรอบ เพราะแอนนาจะให้ปีแอร์ขับรถไปส่งที่บ้านหล่อน บ้านหล่อนอยู่ห่างจากปารีสมากๆ แต่เพื่อนๆ ทุกคนไม่ยอม บอกให้หล่อนกลับกับรถไฟเอง และพยายามบอกปีแอร์ไม่ให้ไปส่งเพราะมันอันตราย อีกอย่างมันมืด ขับรถไกลๆ ตาก้อมองไม่ค่อยเห็นหล่อนเลยเคืองทุกคนเลย เฮ้อ เห็นโมนิคเล่าให้ฟังว่าปีแอร์เอาตังค์ให้ 20 ยูโร หล่อนเอาใส่กระเป๋าเสื้อแล้วก้อเดินเชิดออกไปเลย โดยที่ไม่ลาใครสักคน เฮ้อ หลังจากนั้นก้อกลับมาที่โพลิโว แต่เค้าจะปิดแล้ว โคลดเลยชวนทุกคนไปต่อกันที่บ้านแก เฮฮากันได้ต่อโดยไร้ใบหน้าของนางมารร้าย อิอิ มาเซลกับปีแอร์ คืนนั้นทุกคนพยายามเตือนปีแอร์เรื่องแอนนา แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเพราะแกพยายามบอกทุกคนว่า แอนนาเป็นคนดี ซึ่งทุกคนก้อพูดอะไรต่อไม่ได้ แต่ละคนพยายามหาเหตุผลต่างๆ นาๆแต่กุ๊กไก่ก้อเข้าใจแหละ เพราะความเหงาในบั้นปลายชีวิต คงต้องการใครสักคนอองเดรเล่าว่าแกก้อเข้าใจว่าปีแอร์เหงา แกก้อเป็นเหมือนกัน ตอนเช้าหลังจากตื่นนอน แกก้อจะรีบทานอาหารเช้า และออกจากบ้านให้เร็วที่สุดเพราะไม่อยากทนเหงาอยู่ในบ้านคนเดียว ฟังแล้วน้ำตาซึมอ่ะคนแก่ที่นี่ลูกหลานทิ้งกันไปหมด เมื่อคืนนั่งฟังแต่ละคนเล่าถึงชีวิตของแต่ละคนแล้วเศร้าอ่ะ มีทุกอย่าง แต่ไม่มีคนรอบข้าง
กุ๊กไก่มีความสุขและดีใจที่ได้รู้จักทุกคนที่นี่ ทุกคนดีและรักกุ๊กไก่กับพี่คริสมากๆ ขอบคุณนะคะ มิตรภาพที่ดีๆจากเพื่อน สามารถหาได้จากทุกเพศทุกวัย สรุปกลับบ้านตีสาม กว่าจะได้นอน ตื่นกันเกือบเที่ยงเลย อิอิ
Tweet Share