Kookkai Diary
 

 

 

 Ferraris Family...

Ferraris Family

กุ๊กไก่ยังอยู่ที่อิตาลี วันนี้แอบเเว็บมาใช้เนตบ้านเพื่อนพี่คริสอีกตามเคย 

ตอนนี้ได้เพื่อนเฟสบุ๊คเพิ่มเพียบ ฮ่าๆ
ที่นี่เค้าเล่นกันจริงจังมาก แต่ละคนเล่นกันเเบบสองสามจอมอร์นิเตอร์
ทั้งม้า ไก่ วัว ร้อง ระงมกันทั้งห้อง
จริงๆ ที่กุ๊กไก่มาใช้เนตไม่ใช่เป็นบ้าน แต่เป็นคล้ายๆ แหล่งนัดพบของเพื่อนๆ กันมากกว่า
ในห้องนี้มีคอมพิวเตอร์เยอะมาก ประมาณสิบกว่าตัว แต่ก้อไม่ใช้ร้านเนต
เจ้าของบ้านทำเบียร์เองด้วย หอมทั้งห้อง กุ๊กไก่ชอบมากๆ แต่ไม่กล้าขอถ่ายรูป เกรงใจ
ทุกคนตั้งใจเล่นเกมส์กันมากๆ เครื่องดื่ม ของมีนเมา เต็มห้อง
 

ไดวันนี้กุ๊กไก่อยากบันทึกเรื่องราวและความทรงจำดีๆ
 
ตลอดระยะเวลาและตอนนี้ย่างเข้าปีที่
 
 ที่กุ๊กไก่ได้รู้จักและคบหากับพี่คริส
กุ๊กไก่รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากคนนึง
ที่มีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวพี่คริส

ความรักของพ่อแม่พี่คริสที่มีต่อลูกชายเค้าทั้งสองคน มันดูยิ่งใหญ่และมีค่าจริงๆ 
กุ๊กไก่ขอเรียกพ่อกับแม่พี่คริสว่าปาป้า มาม้า
แม้ว่าตอนนี้ลูกทั้งสองจะโตเป็นหนุ่มใกล้แก่แล้ว เค้าก้อยังมองลูกเค้าเป็นลูกชายตัวเล็กๆ
บางครั้งมาม้ามีการแว็บมาจุ๊บหน้าผากพี่คริสและกุ๊กไก่ก่อนนอน
และแกกอดลูกและหอมแก้มลูกตลอด

 Ferraris Family
in 2004 - my first visited Italy..

กุ๊กไก่มาจากครอบครัวที่ค่อนข้างใหญ่ จึงไม่สามารถรับรู้ถึงความรักแบบนี้ได้
ด้วยภาระหน้าที่ของพ่อแม่กุ๊กไก่ที่ต้องทำงานหนักเพื่อส่งเสียเลี้ยงดูลูกๆ
จนไม่มีเวลาที่จะมาให้ความสนใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของลูกแต่ละคนได้
แต่กุ๊กไก่ก้อรู้ว่าพ่อแม่รักลูกทุกคน และด้วยความที่เป็นพี่คนที่สอง
ชีวิตในวัยเด็กของกุ๊กไก่เลยไม่มีโอกาสได้ออดอ้อนพ่อแม่
นอกจากทำหน้าที่เป็นพี่คอยดูแลน้องๆ ช่วยเหลือทำงานบ้าน ไม่เคยได้เล่นเเบบเด็กๆ ทั่วไปเล่นกัน
กลับจากโรงเรียนก้อต้องช่วยงานบ้าน ดูแลน้อง ไม่เคยได้วิ่งเล่นเหมือนเด็กคนอื่นๆ

จนกุ๊กไก่ได้เข้ามาในครอบครัวนี้ ทุกคนทำให้กุ๊กไก่รู้สึกว่ากุ๊กไก่เป็นเด็กตัวน้อยๆ ไปเลย
เค้าจะคอยดูแล และเอาใจใส่ แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ พี่คริสค่อนข้างตามใจกุ๊กไก่
จนกุ๊กไก่กลายเป็นเด็กเวลาอยู่กับแกไปเลย

ตั้งแต่ครั้งแรกที่กุ๊กไก่มาอิตาลี จนกระทั่งทุกวันนี้ความรู้สึก และการกระทำ
การเอาใจใส่จากปาป้าและมาม้าไม่เคยลดน้อยถอยลงเลย เคยเป็นอย่างไรก้อเป็นอยู่อย่างนั้น


Ferraris Family
with Papa, Mamma and Nonna.....

ครั้งแรกที่กุ๊กไก่ที่อิตาลี กุ๊กไก่ยังจำได้ดีความรู้สึกตอนรอขึ้นเครื่องกลับไทยที่สนามบินมิลาน
วันนี้ปาป้ากับมาม้าและพี่คริสต้องเดินทางต่อไปงานสัมนาอีกเมืองนึง
เค้าเลยไปส่งกุ๊กไก่ตั้งแต่ก่อนเที่ยง มาม้าทำเเซนวิสให้ทุกๆ คน เพราะต้องเดินทางไกล และทำให้กุ๊กไก่อันนึงด้วย
ตอนแรกกุ๊กไก่ก้อไม่ได้รู้สึกอะไร ก้อคิดในใจว่าเดี่ยวไปซื้อกินที่สนามบินก้อได้ไม่น่าลำบากทำ
ตอนลงจากรถทุกคนเงียบ มาม้ายื่นถุงกระดาษที่ใส่เเซนวิสให้
ตอนนั้นกุ๊กไก่เห็นมาม้าน้ำตาคลอ ปาป้าซึมๆ และพี่คริสก้อดูหงอยๆ กุ๊กไก่รู้สึกใจหายมากเลยๆ
  
เราอยู่กับเค้าแค่ระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งตอนนั้นกุ๊กไก่ลางานได้แค่
 
1 อาทิตย์ เลยอยู่อิตาลีได้แค่อาทิตย์เดียว
 แต่รู้สึกได้ว่าเค้าผูกพันธ์กับเรามากๆ
  แล้วทุกคนเข้าไปส่งกุ๊กไก่และอวยพรแล้วก้อกลับกันออกไป 
 กุ๊กไก่เดินเข้าไปรอที่เกท และหยิบถุงกระดาษใส่เเซนวิสขี้นมาจะกิน
 ก้อเห็นแซนวิสอันใหญ่ น้ำขวดเล็ก แล้วก้อเเอปเปิ้ลลูกนึง ตอนแกะเเซนวิสออกมากัด
น้ำตามันไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวเลย มันอธิบายไม่ถูกเลย ด้วยความที่เป็นพี่มาตลอด
ไม่เคยมีใครเอาใจใส่ขนาดนี้ แต่กุ๊กไก่ก้อไม่เคยเสียใจที่เกิดเป็นพี่ กุ๊กไก่ภูมิใจมาตลอด
จนทุกวันนี้ก้อยังภูมิใจ เพราะน้องทุกๆ คนรักกุ๊กไก่ เชื่อฟังกุ๊กไก่


Ferraris Family  
Morning Ceremony on July 30, 2004

มาม้าเป็นผู้หญิงที่เก่ง ความอดทนสูงมาก อารมณ์ดีและที่สำคัญขยันที่สุด
เป็นคนอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องหาอะไรทำตลอด
  
ส่วนปาป้าเป็นคนค่อนข้างอารมณ์ร้อนและเอาแต่ใจ แต่เค้าทั้งคู่ก้ออยู่ด้วยกันมาสี่สิบกว่าปีแล้ว

มาม้าเพิ่งเกษียรงานเมื่อปีนี้ มาม้าเป็นถึงศาสตาจารย์เช่นเดียวกับปาป้า แต่สอนคนละที่กัน
ทุกวันนี้เกษียรอายุแล้วมาม้าก้อยังไปช่วยงานที่มหาลัยตลอด
มาม้าเป็นนักแปลหนังสือด้วย แกแปลหนังสือฝรั่งเศสเป็นภาษาอิตาเลี่ยนเป็นสิบๆ เล่ม
 
มาม้าเป็นคนตื่นเช้ามาก คือตื่นตั้งแต่ตีห้าครึ่ง เตรียมอาหารเช้าให้ปาป้าแล้วก้อทำโน่นทำนี่ตลอด
เสื้อผ้ากุ๊กไก่ตั้งแต่ชุดชั้นในมาม้าเอาไปซักรีดให้หมด

กุ๊กไก่เคยบอกแกว่าไม่ต้องทำให้กุ๊กไก่ทำเองได้ เพราะคนไทยเค้าถือ
แกบอกว่าที่นี่แกไม่ถือ ไม่ต้องทำ อะหยึ๋ยๆ
  
กุ๊กไก่จะรู้สึกดีใจมากๆ ถ้ากุ๊กไก่ได้ช่วยแกทำโน่นทำนี่
 งานที่กุ๊กไก่ได้ทำบ่อยคือ หั่นหัวใจหมูเป็นอาหารให้อีซี่เดย์
หมาแสนรู้ที่อยู่คู่ครอบครัวนี้มาสิบกว่าปีแล้ว หั่นเป็นสิบๆ หัว เก็บไว้เป็นอาทิตย์


Ferraris Family
photo with Easy Day..but I always called her "Lazy Day" hehe...


มาม้าเป็นคนที่รักสัตว์มากๆ แมวใครที่ไหนหลงเข้ามา
มาม้าซื้ออาหารสัตว์มาตุนไว้และทำให้กินทุกวัน ไม่เคยขาด

 Ferraris Family
Papa...


ส่วนปาป้าจะเป็นคนที่ชอบทำสวนมากๆ
เสาร์อาทิตย์ปาป้าจะขลุกอยู่แต่ในสวนผัก หรือไม่ก้ออยู่ห้องคอมพิวเตอร์ กับห้องสมุดตลอด
ปาป้าทำงานและอ่านหนังสือตลอด หนังสือบ้านนี้จึงเยอะมากๆ เห็นแล้วเป็นห้องสมุดย่อยๆ
ได้เลยหนังสือแต่ละเล่มมีบัตรรายการหมด
และที่กุ๊กไก่ชอบมากที่สุดคือปาป้าเป็นคนที่แต่งตัวดูดีมาก เสื้อผ้าปาป้าทุกตัว ทุกชุดดูดีมากๆ
ปาป้าจะเลือกและซื้อเสื้อผ้าเอง และก้อไม่ได้ซื้อแต่ของเองด้วย ของมาม้า ปาป้าก้อเป็นคนเลือกให้
กุ๊กไก่เคยยืนดูตอนปาป้าเลือกชุดไปงาน
แกเอาเนคไทค์ออกมาเลือกให้เข้ากับชุดอย่างละเอียดละออ เห็นแล้วอายแทนตัวเอง  เอิ๊กๆ
  
และด้วยความที่กุ๊กไก่เป็นคนค่อนข้างเชย อย่างที่เขียนไว้ในไดเก่าๆ


Ferraris Family
In Bangkok on January 2009 



ปาป้าจะเป็นคนพาไปเลือกและซื้อเสื้อผ้าให้เวลาจะออกงานต่างๆ
และแต่ละชิ้นเป็นเสื้อผ้าที่แพงที่สุดในชีวิตกุ๊กไก่เลยก้อว่าได้
ซึ่งในชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้ใส่เสื้อผ้าราคาหลักหมื่น
เสื้อผ้าทุกชิ้นทุกตัวที่ปาป้าซื้อให้กุ๊กไก่ถนอมสุดชีวิต อิอิ ไม่ออกงานสำคัญไม่เคยเอามาใส่เล่นเลย
และชุดทองที่ให้เป็นของขวัญแต่งงานกุ๊กไก่ปาป้าก้อเป็นคนเลือกเองกับมือทุกชิ้น
ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ สร้อยข้อมือ เข็มกลัด ต่างหู
กุ๊กไก่ชอบและภูมิใจมากๆ ซึ่งที่กุ๊กไก่รู้คร่าวๆ มาว่าราคาแสนขึ้นเลย
มาม้าเคยบอกว่ากับกุ๊กไก่ว่าปาป้าไม่เคยขี้เหนียวกับมาม้าและกุ๊กไก่ อิอิ
 จนพี่คริสแอบอิจฉา ว่าทำไมปาป้าไม่เคยพาเค้าไปซื้อ ฮ่าๆ
กุ๊กไก่ว่าอาจเป็นเพราะปาป้าอยากมีลูกสาวมาตลอด แต่ไม่เคยสมหวัง
พอกุ๊กไก่เข้ามาเลยกลายเป็นลูกสาวตัวน้อยๆ ของแกไปเลย อิอิ


 Ferraris Family
In Japan on August 2008


พี่คริสมีน้องชายอีกคนนึง ซึ่งห่างกันเกือบ 9 ปี พี่คริสรักน้องแกคนนี้มาก
 เค้าสนิทกันมากๆ กุ๊กไก่ก้อชอบน้องชายของพี่คริส แต่หลังจากแต่งงาน
 เค้าเปลี่ยนไปเยอะ หลังๆ กุ๊กไก่เลยไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่
Ferraris Family
Pibe & Som's Wedding on December 28, 2008

 Ferraris Family
with Nonna at her house in 2007


และยังมีอีกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้นั่นคือยายของพี่คริส
หรือที่นี่เค้าเรียกว่าน่นหน่า น่นหน่าเป็นคนน่ารัก ขยันและใจดี
หลานไปเยี่ยมแต่ละครั้งมักจะได้ซองกลับทุกครั้งไป อิอิ
สามีของน่นหน่าเสียตั้งแต่ตอนน่นหน่าอายุ
 30 ปี
ตอนนั้นมาม้ายังเด็กมาก น่นหน่าทำงานคนเดียวมาตลอด ไม่เคยแต่งงานหรือมีแฟนใหม่อีกเลย
  
ที่สุสานของตาพี่คริส น่นหน่าจองที่สำหรับไว้เก็บศพของตัวเองไว้ติดกับของตาพี่คริสเลย
ตอนกุ๊กไก่เห็น รู้สึกเศร้าใจและหดหู่มากๆ
  
ตอนนี้ผ่านไปห้าสิบปีแล้ว น่นหน่ายังคงเวียนไปเปลี่ยนดอกไม้ ปัดฝุ่นตลอด
เสียดายที่กุ๊กไก่ไม่สามารถสื่อสารกับน่นหน่าได้มากนัก เพราะน่นหน่าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย


 Ferraris Family

ตั้งแต่กุ๊กไก่เข้ามาเป็นส่วนร่วมในครอบครัวนี้
กุ๊กไก่รู้สึกว่าโลกของกุ๊กไก่ที่แสนแคบๆ ชีวิตวนเวียนอยู่กับงานแล้วก้อบ้าน
ค่อยๆ ขยายและเห็นโลกกว้างขึ้น ปาป้ากับมาม้าชอบสอนและเล่าให้ฟังหลายๆ เรื่อง หลายๆ อย่าง

กุ๊กไก่มีโอกาสได้ไปเที่ยวตามลำพังกับปาป้าและมาม้าโดยไม่มีพี่คริสบ่อยมาก
ซึ่งเป็นอะไรที่กุ๊กไก่ชอบมากๆ ทั้งได้ความรู้ ได้เห็นอะไรเยอะแยะ

 

ปาป้ากับมาม้าเป็นคู่ที่ชอบท่องเที่ยว เที่ยวกันบ่อยมาก
จะว่าไปเค้าเที่ยวกันรอบโลกแล้วก้อว่าได้ คือเที่ยวกันทุกเดือนเลย
ล่าสุดเดือนที่แล้วไปเที่ยวฮังการี่กัน

ร่ายซะยาวเลย กุ๊กไก่อยากให้ไดวันนี้ของกุ๊กไก่ ปาป้าและมาม้าได้มีโอกาสอ่านจริงๆ
กุ๊กไก่คงไม่สามารถบรรยายความรู้สึกต่างๆ ออกเป็นภาษาอังกฤษได้ละเอียดอ่อนอย่างภาษาไทยได้

สุดท้ายนี้กุ๊กไก่ภูมิใจที่มีโอกาสเป็นลูกสาวคนนึงในครอบครัวแฟร์ราริส ครอบครัวเล็กๆ
แห่งหมู่บ้านพราโรโล
  เมืองเเวซิลลี่ ที่เต็มไปด้วยความรัก ความเอาใจใส่

 

 Ferraris Family

Evening Party of my wedding on July 30, 2006

First of all, I’d like to thank you to Papa Giovanni and Mamma Margherita…. 
who always love me and care about me.

I’m so lucky to get a chance into this family, small family but full of love and care..

 Thank you…. 
to enlarge my world…

Thank you…. 
to make me feel of childhood as I never been…

 Thank you…. 
to give me a chance…


Thank you…. 
to give me what I never had and I never thought I will be able to get them…

Thank you….
to see and understand what am I…

…….I’m really appreciated of everything…….

 


Ferraris Family


And last…Thank you to Pee Cris, who always love and understand me and always stay beside me. The song that I used to make the wedding presentation for us is still the song that telling all the feeling about you..

 “BECAUSE YOU LOVE ME” 
from Celine Dion

F
or all those times you stood by me
For all the truth that you made me see
For all the joy you brought to my life
For all the wrong that you made right
For every dream you made come true
For all the love I found in you
I'll be forever thankful baby
You're the one who held me up
Never let me fall
You're the one who saw me through through it all

You were my strength when I was weak
You were my voice when I couldn't speak
You were my eyes when I couldn't see
You saw the best there was in me
Lifted me up when I couldn't reach
You gave me faith 'coz you believed
I'm everything I am
Because you loved me

You gave me wings and made me fly
You touched my hand I could touch the sky
I lost my faith, you gave it back to me
You said no star was out of reach
You stood by me and I stood tall
I had your love I had it all
I'm grateful for each day you gave me
Maybe I don't know that much
But I know this much is true
I was blessed because I was loved by you

You were my strength when I was weak
You were my voice when I couldn't speak
You were my eyes when I couldn't see
You saw the best there was in me
Lifted me up when I couldn't reach
You gave me faith 'coz you believed
I'm everything I am
Because you loved me

You were always there for me
The tender wind that carried me
A light in the dark shining your love into my life
You've been my inspiration
Through the lies you were the truth
My world is a better place because of you

You were my strength when I was weak
You were my voice when I couldn't speak
You were my eyes when I couldn't see
You saw the best there was in me
Lifted me up when I couldn't reach
You gave me faith 'coz you believed
I'm everything I am
Because you loved me

 

 

 

     Share


Ferraris Family

<< เรื่องเงินๆ ทองๆ....NEW MOON!!!Torino (Turin), & Scientist Academy Award >>

 

 

 

 

 

 

 

Posted on Tue 1 Dec 2009 20:39
 

 
 
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 

 

 

 
แอบอ่านไดอารี่ เขียนได้น่ารักมาก คนเขียนต้องมีนิสัย น่ารักด้วยแล่ะ ยุ้ยอยู่โตริโนเหมือน แต่คนไทยที่นี่ จะคาแรคเตอร์ต่างกันโดยสิ้นเชิง
ยุ้ยไป ๆ มา ๆ ถ้ามีโอกาสเจอกันที่กรุงเทพฯหรือ โตริโน เมลหากัน ยินดีที่ได้รู้จัก
yui   
Mon 23 Aug 2010 16:07 [14]
 

น่ารักมากเลยจ๊ะกุ๊กไก่ และอยากช่วยคอนเฟิร์ม ว่ากุ๊กไก่เป็นคนที่โชคดีมากจริงๆ เพราะครอบครัวฝรั่ง เคยได้ยินว่า ส่วนใหญ่เค้าก็แยกๆกันอยู่ มีความเป็นส่วนตัวสูง ไปอยู่แล้วจะเหงา แต่กุ๊กไก่กลับได้เจอครอบครัวน่ารัก อบอุ่นแบบนี้ โชคดีจริงๆจ้า
susan.diaryclub.com   
Fri 4 Dec 2009 14:01 [13]

เวลาเรานึกถึงความหลังแล้วมักจะอมยิ้มคนเดียวทุกทีเลย เป็นเหมือนกันไม๊คะ ^^
justfeeling.diaryclub.com   
Thu 3 Dec 2009 20:53 [12]

...
lonelydj.diaryclub.com   
Thu 3 Dec 2009 3:11 [11]

ครอบครัวดูให้การต้อนรับอบอุ่นมาก ๆ นะคะ สร้างความอุ่นใจให้กับคนไกลบ้านเช่นเรา ๆ ค่ะ

แอดเอ็มมาได้เลยนะคะ maewsp@hotmail.com ค่ะ และ fb ก็เมลเดียวกันค่ะ
memaviemeo   
Thu 3 Dec 2009 2:25 [10]

พ่อแม่พี่คริสน่ารักมากๆ เลยเนอะ เช่นเคย อ่านไดกุ๊กไก่ทีไร จะประมาณอ่านไปยิ้มไปทุกที คราวนี้มีเพลงซึ้งๆ มาให้ฟังอีกด้วย
นี่ถ้ามีหลานให้ท่านเร็วๆ ยิ่งจะเห่อกว่านี้เนอะ อิอิ
ตอนนี้กุ๊กไก่กับพี่คริสไปอยู่ใกล้ๆ ท่านแล้ว คงจะไม่ค่อยเหงาแล้ว เพราะไปเยี่ยมได้บ่อยๆ
ที่สำคัญได้ทานอาหารอิตาเลี่ยนแท้ๆ ฝีมือมาม้าอีก

May SG   
Wed 2 Dec 2009 21:05 [9]

โรสอยากจะบอกว่าโรสอ่านไปถึงตอนกลางๆ
น้ำตาคลอเลย อันนี้จริงๆ ไม่ได้เวอร์

ถ้อยคำที่กุ๊กไก่บรรยายมามาสื่อออกมาให้เห็นภาพเลย กุ๊กไก่โชคดีมากที่มาเจอครอบครัว ดูแล ใส่ใจ ไม่มองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆ มันก็ทำให้เรายิ้มไปกับทุกๆวันเนอะ

โรสว่ากุ๊กไก่ก็ต้องถูกใจเค้าหละ เหมือนถูกชะตากันอะ ได้โชคสองชั้นเลย ได้แฟนดีแล้วครอบครัวเค้าก็ดีกับเราอีก ^^

บ้านนี้ชอบเที่ยวทั้งบ้านเลยนัเนี้ย โรสก็เพิ่งไปฮังการี่มา จะเคยเดินสวนกับพ่อแม่แฟนกุ๊กไก่รึเปล่า อิอิ ^^

ปล ไปคราวนี้ไปนานเลยนะคะ^^
greenapple.diaryclub.com   
Wed 2 Dec 2009 1:19 [8]

ไม่รู้จะคอมเม้นท์อะไรดีอ่ะ อ่านไปก็ซึ้้งไป
พี่กุ๊กไก่โชคดีแล้วล่ะค่ะ ได้เจอสามีดี ครอบครัวสามีรัก แค่นี้ก็เป็นสุขแล้วเน่อะ

อากาศหนาวแล้ว ดูแลรักษาสุขภาพน่ะค่ะ
tikkachan.diaryclub.com   
Tue 1 Dec 2009 17:22 [7]

คุณกุ๊กไก่โชคดีมากๆ เลยค่ะที่ได้เจอกับครอบครัวที่น่ารักของพี่คริส
มาม้าเป็นคนที่น่ารักมากเลยนะ แกคงรักคุณกุ๊กไก่เหมือนเป็นลูกสาวคนนึงเลยอ่ะ อ่านแล้วแอบตกใจและทึ่งกับท่านเลยอ่ะที่คุณกุ๊กไก่บอกว่าแกซักชุดชั้นในให้อ่ะ เพราะคนไทยอย่างเราถือเรื่องนี้มากเลย ไม่ต้องให้ผุ้ใหญ่ซักหรอก ลำพังเพื่อนฝูงยังไม่ซักให้เลยอ่ะ

nongvenus.diaryclub.com   
Tue 1 Dec 2009 16:54 [6]

แวะมาทำความรู้จักกับครอบครัวนี้อีกครั้ง อิๆๆ
คุณพ่อคุณแม่ และคุณยายน่ารักมากๆ เป็นบ้านที่อบอุ่นจริงๆค่ะ
คนไกลบ้านอย่างเรา ครอบครัวสามี ถือว่าเป็นส่วนสำคัญเนอะ อิๆๆ
deeda.diaryclub.com   
Tue 1 Dec 2009 2:27 [5]

อ่านแร้วซึ้งตามค่ะ

ถือว่าเป็นความโชคดีมากๆ เลยนะคะ
กับการที่ได้เจอกับครอบครัวอีกหนึ่งครอบครัวที่อบอุ่น
และดูแลเอาใจใส่กันขนาดนี้

น่ารักกันทุกคนเลยค่ะ ^^
myblythe.diaryclub.com   
Mon 30 Nov 2009 23:31 [4]

ในชีวิตผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอน
ไปไกลแบบกุ๊กไก่ คงไม่มีอะไรสุขใจเท่ากับ

การได้รับความรัก ความเอาใจใส่ จากครอบครัวสามีเรา

เท่านี้หรอกเน๊อะ

เอ้ยินดีกับกุ๊กไก่มาก ๆ เลย ที่ครอบครัวของพี่คริส เอ็นดูกุ๊กไก่ขนาดนี้

นี่แหละ คนดีต้องได้ดีสิ
pookaotaley.diaryclub.com   
Sun 29 Nov 2009 15:25 [3]

เพลงวันนี้เป็นอีกเพลงที่มีความหมายดีๆเนอะ
อ่านไดวันนี้เเล้วยิ้มไป นี่เเหละเนอะที่ผุ้หญิงทุกคนต้องการ ได้เจอครอบครัวที่ดีและน่ารักเเบบนี้ถือว่าโชคดีมากๆๆ
ขอให้มีความสุขเเบบนี้ตลอดไป และมากขึ้นทุกวันนะคะ ^m^
khunnaimink.diaryclub.com   
Sat 28 Nov 2009 20:31 [2]

ใช้เพลงเหมือนกับน้องสาวไอซ์ที่แต่งงานเมื่อเจ็ดปีก่อนเลยพี่ ชอบความหมายมากๆ คิดถึงเน้อ
iceicebaby.diaryclub.com   
Sat 28 Nov 2009 1:17 [1]



 

 

 

 











Site Meter