วันที่สอง.. อิ่มบุญ

 

 

 

วันนี้ตื่นแต่เช้า เพราะอยากไปตลาดเช้ากับคุณแม่ พออาบน้ำเสร็จก็ออกมาเดินเล่นหน้าบ้าน แบบว่าเฮ๊ย? ท้องฟ้าสวยจังเลย อดไม่ได้ที่จะไปหยิบกล้องมาเก็บรูปไว้ซักนิดนึง

 

 

 

วันที่สอง อิ่มบุญ

 

 

ข้อดีของการติดกล้องถ่ายรูปที่เกิดขึ้นกับเอก็คือ ทำให้เป็นคนที่หัดสังเกตุอะไรมากขึ้น บางครั้ง คนเรามักจะะไม่ได้ใส่ใจสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ผ่านเข้าในชีวิต ไม่ได้ซึมซับความงามที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จนทำให้บางทีเราลืมไปว่าจริงๆ แล้วไอ้สิ่งต่างๆ รอบๆ ตัวเรานี่มันช่างสวยงามกว่าสิ่งปรุงแต่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นภาพลวงตา

 

 

เอเริ่มจะสังเกตุท้องฟ้าทุกๆ วัน วันนี้ฟ้าสวย วันนี้ฟ้ามีเมฆ วันนี้ฟ้าใส วันนี้ฟ้าขาว วันนี้ฟ้าหม่น

 

 

เอเริ่มจะสังเกตุแมลงปอที่เกาะอยู่ตามกิ่งไม้ หนอนที่กำลังจะกลายเป็นตัวผีเสื้อ มดงานที่เดินเรียงกันเป็นแถวอย่างขยัน ผึ้งน้ำหวานที่ตอมขนมทองหยิบ แอ๊ปเปิ้ลที่ถูกกัดไปแล้วเสี้ยวคำ

 

 

เอเริ่มสังเกตุอากัปกิริยาของคนที่นั่งรอรถประจำทางตามป้าย เริ่มมองคนตัดต้นไม้อยู่เกราะกลางถนน เริ่มมองมอเตอร์ไซด์ที่ไปไหนไม่ได้เวลารถติด มองเห็นสัจธรรมการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไปตามการเวลา ตามกฏแห่งการเวียนว่ายตายเกิด เอมองสิ่งเหล่านั้นผ่านเลนส์

 

 

 

แปลกไหมหล่ะ?

 

 

 

 

ที่ตลาดสด.. ก็ยังมีคนคล้ายๆ เราแฮะ

 

 

วันที่สอง อิ่มบุญ 

 

 

 

 

ผีฟ้าเอยย หมู่เฮาฟ้อนรำ..

 

วันที่สอง อิ่มบุญ

 

 

เอิ๊กก ร้องเพลงเข้ากับบรรยากาศ นางบี กับหมูดิบๆ

 

 

 

มาถึงหนองคายก็ต้องกินนี่เลย.. ปากหม้อญวน

 

วันที่สอง อิ่มบุญ

 

 

 

จริงๆ แล้วเอเฉยๆ นะ ไม่ได้โปรดปรานอะไรมากเป็นพิเศษ ไม่ค่อยชอบกินปากหม้อญวนซักเท่าไหร่เพราะรู้สึกว่ามันเป็นแป้งๆ หยุ่นๆ ยังไงไม่รู้อ่ะ แต่ว่าบีชอบกิน เห็นมาทีไรก็กินทุกทีเลย

 

 

 

ที่นี่เค้าเรียกขนมปากหม้อว่าข้าวเกรียบอ่อน หรือถ้าจะให้ soundtrack ก็ต้องเรียกว่า บั๋นก๋วน

 

 

วันที่สอง อิ่มบุญ

 

 

 

 

บรรยากาศตลาดโพธิ์ชัย

 

 

วันที่สอง อิ่มบุญ

 

 

 

 

Shopping queen

 

 

วันที่สอง อิ่มบุญ 

 

 

 

ซื้อผักอะไรซักอย่างที่เอเข้าใจว่ามันคือฟักทองญี่ปุ่น อร่อยมากกกกกกก ติดใจสุดริด

 

 

วันที่สอง อิ่มบุญ

 

 

 

 

 

อิอิ รู้สึกว่าจะกำลังยืมเงินบี ไปซื้อปลาแดดเดียว

 

 

วันที่สอง อิ่มบุญ

 

 

 

บรรยากาศ ตล๊าดด ตลาด

 

วันที่สอง อิ่มบุญ

 

 

 

 

ทุกครั้งที่กลับบ้าน จะถามตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าเรามาทำอะไรอยู่ที่กรุงเทพฯ ชีวิตที่มีความสุข เรียบง่าย สบายใจ หาได้ที่บ้านเรา แล้วตัวเราหล่ะ? มาทำอะไรอยู่ในเมืองที่มีแต่การแก่งแย่งแข่งขันแบบนี้

 

 

 

ไม่ใช่กรุงเทพฯไม่ดีนะคะ กรุงเทพฯก็มีส่วนดีของกรุงเทพฯ ที่ต่างจังหวัดไม่มี แต่สิ่งที่เอคิดคือการใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ของแต่ละบุคคลมันต่างกัน บางคนอาจจะชอบใช้ชีวิตเรียบง่าย ในขณะที่บางคนก็มีความทะเยอทะยานสูง บางคนอยู่ด้วยความจำเป็น แต่บางคนอยู่ด้วยความเลื่อนลอย

 

 

 

แล้วตัวเอหล่ะ? อยู่ด้วยอะไร?

 

 

วันที่สอง อิ่มบุญ 

 

 

 

 

กลับจากตลาดก็ทานข้าวกัน ไม่ได้ถ่ายรูปเลยค่ะ เพราะหิว ฮ่าๆๆ

 

 

 

สายๆ คุณแม่ชวนป้าดมไปวัดพระธาตุบังพวน

 

 

พระธาตุกำลังบูรณะ

 

 

 

วันที่สอง อิ่มบุญ

 

 

 

 

กำลังเลือกดอกไม้ ธูป เทียนค่ะ

 

 

วันที่สอง อิ่มบุญ

 

 

 

 

 

ปิดทอง

 

 

วันที่สอง อิ่มบุญ

 

 

เอชอบใบของต้นโพธิ์

 

 

วันที่สอง อิ่มบุญ

 

 

หลานสุดที่เลิฟ

 

 

วันที่สอง อิ่มบุญ 

 

 

 

ปีนี้ น้องขนุนโตขึ้นมาก พูดง่าย และไม่ดื้อเหมือนเด็กผู้ชายทั่วๆ ไป

 

 

ความรู้สึกของเรา่ต่อเด็กผู้ชายก็คือ เรามักจะคิดว่าเด้กผู้ชายต้องร้ายๆ ซนๆ ดื้อมากๆ พูดแล้วไม่ค่อยฟัง อยากได้อะไรต้องได้ดังใจ แต่พอมาเจอหลานตัวเอง เรารู้สึกว่าหลานมันน่ารักหว่ะ ฮ่ะๆๆ

 

 

เวลาหลานดื้อ เราบอกให้หยุด หลานก็จะหยุด หรือไม่ หลานก็มักจะมีคำพูดอะไรมาแย้ง ทำให้เราฉุกคิดว่า “เออ จริงของมัน”

 

 

 

สาธุ

 

 

วันที่สอง อิ่มบุญ

 

 

 

ไปเสี่ยงเซียมซีมาด้วย แอบประหลาดใจคิดนึงที่เซียมซีที่นี่มีภาษาไทย ภาษาอังกฤษ แล้วก็ภาษาจีน ไฮโซซะไม่มีหล่ะ เลยถ่ายรูปเก็บเอาไว้เป็นที่ระทึก เอ๊ยย ที่ระลึก

 

วันที่สอง อิ่มบุญ

 

 

 

 

มีชิงช้าสวรรค์ด้วย อยากนั่ง แต่รู้สึกไม่มี ISO เลย.. แอบกลัว

 

 

วันที่สอง อิ่มบุญ 

 

 

 

ไหว้พระพอสมควรแก่เวลา ซักบ่ายๆ ก็กลับบ้าน เป็นห่วงคุณพ่อ

 

พอแดดร่ม ลมตก ก็ไปเดินท่าเสด็จกันกับพี่หว้า พี่เทพ ขนุน แล้วก็บี

 

 

 

วันที่สอง อิ่มบุญ

 

 

 

 

เหงาละสิเธอ

 

 

 วันที่สอง อิ่มบุญ

 

 

 

 

ค่ำแล้วนะ..

 

 

วันที่สอง อิ่มบุญ

 

 

 

กลับมาถึงบ้านก็อาบน้ำ แล้วก็นวดให้คุณพ่อ

 

 

เอรู้นะว่าคุณพ่อปวดขามากมาย แต่คุณพ่อเข้มแข็งมาก และไม่อยากให้ลูกๆ เป็นห่วง คุณพ่อไม่ยอมเปิดปากบอกเราว่าตัวเองรู้สึกปวดมากมายแค่ไหน ได้แต่บอกพวกเราว่าอาการดีขึ้นมากแล้ว แต่ทุกครั้งที่คุณพ่อนั่งอยู่ลำพัง เอจะสังเกตุว่าคุณพ่อจะเอามือไปนวดๆ ที่ขาตลอดเวลาคล้ายกับว่ายังรู้สึกปวด

 

 

สงสารคุณพ่อจับใจ

 

 

คุณพ่อจ๋า ขอให้ลูกเจ็บแทนคุณพ่อได้ไหม? ขอให้ลูกปวดแทนคุณพ่อเถอะนะจ๊ะ

 

 

ตอนกลางคืน คุณพ่อลุกไปเข้าห้องน้ำ เอรู้สึกตัวตลอด ยิ่งเห็นคุณพ่อเดินไม่สะดวกแบบนี้รู้สึกไม่ค่อยดีเลย เป็นห่วงคุณพ่อมากๆ แต่เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เชื่อว่าอีกไม่นานคุณพ่อจะไปออกรอบตีกอล์ฟกับเพื่อนๆ ได้อย่างสบายเหมือนเคย เชื่อว่าแรงอธิฐานและกำลังใจจากพวกเราทุกคนในครอบครัว จากพี่น้อง จากเพื่อนๆ จะทำให้ปาฏิหารย์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแน่ๆ

 

 

สงกรานต์นี้จะพาคุณพ่อไปเล่นน้ำเน้อ.. รอหน่อยนะ ^^

 

ปล. เหนือสิ่งอื่นใด เป็นห่วงคุณแม่ไม่แพ้คุณพ่อเลยนะเนี่ย รู้ว่าคุณแม่คงเหนื่อยมาก เพราะต้องทำงานและต้องกลับมาดูและคุณพ่อ รู้ว่าคุณแม่เป็นห่วงคุณพ่อมากมายเช่นกัน แต่คุณแม่ก็เข้มแข็งเพราะไม่อยากให้ลูกๆ ต้องกังวล รู้สึกผิดทุกครั้งที่ไม่สามารถไปอยู่ตรงนั้นและช่วยแบ่งเบาภาระได้บ้าง แต่ยังไงก็อยากให้คุณแม่รู้ว่าพวกเราทุกคนเป็นห่วงคุณพ่อกับคุณแม่มากๆ มากที่สุดในโลก มากที่สุดในหัวใจนะจ๊ะ

 

รักคุณพ่อกับคุณแม่มากๆนะ

 

 

     Share

<< วันแรก.... ก็อิ่มเอม...วาเลนไทน์ที่ 7 ก่อนครบรอบ 8yrs anniversary >>

Posted on Sat 14 Feb 2009 1:53

 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

 

นก กะ ซูชิ มันคนละเรื่องกัน
ภาพ = ความทรงจำ
ทริปถ่ายภาพกับ pixview
วันที่สาม อิ่มท้อง
วาเลนไทน์ที่ 7 ก่อนครบรอบ 8yrs anniversary
วันที่สอง.. อิ่มบุญ
วันแรก.... ก็อิ่มเอม...
ลองของก่อนกลับบ้านไปกอดคุณพ่อ คุณแม่ ^^
เศร้า - วีนแตก - บ้า - เห่อ - วันพิเศษ&คนพิเศษ
ตรุษจีน...ตลาดสามชุก
chicken rice kit

                           
อ่านแล้วประทับใจมากเลยจ๊ะ รู้สึกเหมือนกันนะว่าเราได้มองข้ามสิ่งเล็กๆๆ น้อยๆๆ โดยที่ปล่อยให้มันผ่านไป รวมทั้งมองข้ามความรักที่จะมอบให้คุณพ่อ คุณแม่ของเรา

ปล..อ่านแล้วรู้สึกรักและสงสารแม่ตัวเองเหมือนกันอ่ะ

ขอบคุณถ้อยคำดีๆ ที่เรียงร้อยออกมาเป็นคำพูดให้พี่ได้อ่านนะค่ะน้องเอ
พี่แหม่ม...   
Thu 19 Feb 2009 15:48 [1]