Untitled Document


.::   ไหว้เชงเม้ง   ::.


 

 

บ้านคุณย่ามีการไหว้เชงเม้งกันที่สุสานที่เมืองชล ไหว้กันที่นี่ทุกปี

แม่ก็ไม่เคยได้ไปสักปี เพราะส่วนใหญ่ไปไหว้กันวันเสาร์ซึ่งแม่ไม่ได้หยุด

พ่อจะเป็นคนพาต้นตาลไปกันสองคน (ปีหน้าต้นข้าวจะได้ไปด้วยไหม)

เมื่อก่อนคุณปู่ยังอยู่ จะแบ่งกัน ตรุษจีนไปเมืองชล เชงเม้งไปสุราษฏ์ฯ(คุณปู่เป็นคนสุราษฏ์ฯ)

แม่เคยได้ไปบ้านคุณปู่อยู่ครั้งเดียว หลังจากที่แม่แต่งงานกับพ่อ

ปีนั้นเรา(คุณปู่ คุณย่า พ่อ แม่) ได้ไปเที่ยวสมุยกันด้วย เป็นวันเวลาแห่งความสุขและเศร้าไปพร้อมกัน

มีความสุขที่ได้พาคุณปู่คุณย่าไปเที่ยว เราไปเที่ยวกันรอบเกาะเลย

ไปพักที่รร.เพื่อนคุณย่า ซึ่งบริการเราดีมาก มีรถตู้พาเที่ยวพร้อม

เราไปดูหินตาหินยาย ไปดูธรรมชาติรอบๆเกาะ ไปดูโชวร์นก

น้ำทะเลที่นั่นสวยใสน่าเล่นมากๆ แม่ยังพยายามสอนพ่อว่ายน้ำในสระน้ำด้วยเลย

แล้วพ่อกับแม่ยังได้ไปลองนวดตัวกันอีก (ปกติไม่เคยลองนวดเลย) สบายตัวกันไป

 

ไหว้เชงเม้ง

ห่วงหลานสาวขาโก่ง มีการห้ามอุ้มเข้าเอวด้วยนะ 

ไหว้เชงเม้ง

 

เรื่องเกือบจบแบบ Happy แต่มีอะไรเหมือนลางบอกเหตุ แม่โทรหาคุณตากับคุณยายไม่ได้เลย

หงุดหงิดอยู่เหมือนกัน คิดไปต่างๆนาๆ พยายามคิดบวกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

สุดท้ายวันกลับคุณยายโทรมาบอกว่าคุณตาเส้นเลือดในสมองแตกตอนนี้อยู่รพ.

วินาทีนั้น ช็อคสุดๆ คิดวนเวียนอยู่ในใจว่าจะทำยังไงดี อยากกลับบ้านเร็วที่สุด

ร้องไห้เยอะมากๆ ตกใจสุดชีวิต เป็นห่วงคุณตามากๆ ทำอะไรไม่ถูกเลย

คุณยายบอกว่า รู้แล้วว่าแม่ต้องเป็นแบบนี้เลยไม่โทรมาบอก รอจนวันกลับ

ไม่อยากให้แม่เป็นห่วงมาก ไหนๆอีกวันแม่ก็จะกลับอยู่แล้ว

มาคิดดูแล้วคุณยายน่าสงสารที่สุด ไหนจะห่วงคุณตา ไหนจะห่วงความรู้สึกลูกสาวอีก

แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรหรอกนะ คิดแต่อยากกลับกรุงเทพฯให้เร็วที่สุด

ถ้าแม่รู้ก่อนลงเรือ ก็ไม่แน่อาจจะยอมเสียค่าเครื่องบินจากเกาะสมุยเลยก็เป็นได้

นี่เลยต้องค่อยๆนั่งเรือเฟอร์รี่ แล้วก็มาต่อรถไฟอีกทอดกลับกรุงเทพฯ

 

ไหว้เชงเม้ง

ตามดูแลทุกฝีก้าว 

ไหว้เชงเม้ง

 

เออนะ พูดเรื่องเชงเม้งแล้วไปยาวเลย ย้อนอดิตไปไกล(ต้นปี 46) ไหนๆก็ย้อนแล้วเอาให้จบแล้วกัน

วันนั้นกลับมาถึงกรุงเทพฯเช้าเลย(นั่งรถไฟทั้งคืน) คุณปู่คุณย่าแล้วก็พ่อ ช่วยกันปลอบแม่ใหญ่

ระหว่างทางแม่ก็โทรหาคุณยายเป็นระยะ โล่งอกไปหน่อยที่คุณตาฟื้นแล้ว

มีอาการชาซีกซ้ายทั้งซีก(เส้นเลือดในสมองทางขวาแตก) ความจำยังดีอยู่จำทุกคนได้

ถึงกรุงเทพฯ แม่ก็ต้องไปที่ทำงานก่อน เพื่อเข้ามาลางานกับเจ้านาย(หลังจากลาไปเที่ยว)

เจ้านายน่ารักมากๆ รีบให้แม่กลับไปดูคุณตาทันที แม่รีบขับรถจากมีนบุรีไปสมุทรปราการ

(คุณตาอยู่รพ.เมืองสมุทร ใกล้ที่ทำงาน) ไปถึงเห็นคุณตานอนอยู่ในห้องพัก

แม่พยายามไม่ร้องไห้ พยายามพูดให้เป็นปกติที่สุด คุณตาดูอาการไม่น่าเป็นห่วงมากพูดคุยได้

เท่าที่เห็นตอนนั้นคือ อวัยวะทางซ้าย(หน้า ปาก มือ เท้า) ขยับได้แต่ไม่ถนัด ยังจับช้อนไม่ได้

ปากยังพูดไม่ชัด ลิ้นยังแข็งๆ ปากเบี้ยวนิดๆ(นิดเดียวจริงๆ ถ้าไม่สังเกตุจะไม่เห็น)

ขาไม่มีแรง ขยับได้แต่ยังเดินไม่ได้ ขาซ้ายไม่สามารถลงน้ำหนักได้เลย

ตอนนั้นโล่งอกมากๆ พูดตรงๆพอบอกว่าเส้นเลือดในสมองแตกเนี่ย มันน่ากลัวมาก

คิดภาพไปไกลมากมาย คุณตาโชคดีมากๆ โชคดีที่เลือดมันหยุดไหลได้เร็ว

หยุดเองโดยที่ไม่ต้องผ่าตัดสมองเลย หมอก็บอกว่าคุณตาโชคดีที่มาทันเวลา

ได้ยาเข้าไปช่วยรักษาทำให้เลือดหยุดไหลเร็ว อาการถึงได้ไม่หนักนัก

 

ไหว้เชงเม้ง

 ดูแลสุขภาพด้วยนะคะคุณตา จะได้อยู่กับหนูไปนานๆ

ไหว้เชงเม้ง

 

หลังจากพักฟื้นหลายเดือน คุณตาอาการค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ

มือ เท้า ค่อยๆมีแรง หน้า ปาก ลิ้น ค่อยๆหายชา จากที่พูดไม่ชัดก็ชัดขึ้นเรื่อยๆ

จากวันนั้นถึงวันนี้ ถึงคุณตาจะไม่แข็งแรงเหมือนเดิม 100%

แต่ภายนอกดูไม่เหมือนคนเคยป่วยหนัก เส้นเลือดในสมองแตกเลยสักนิด

อย่างที่บอก ร้อยรอบพันรอบว่า คุณตาโชคดีมากๆ ที่สามารถกลับมาทำอะไรเองได้ทุกอย่าง

กลับมาเดินเองได้โดยไม่ต้องใช้ไม้ค้ำ กลับมาขับรถได้ กลับมาพูดได้ชัดๆ

เป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้คุณตาต้องเลิกกินเหล้ากินเบียร์

ต้องกลับมาดูแลสุขภาพ คอยระวังความดันโลหิตไม่ให้สูงขึ้น

พยายามออกกำลังให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

ถึงปัจจุบันจะยังมีอาการชาตามปลายนิ้ว ชาตามแก้ม(ไม่หายสนิท)

แต่ก็เป็นเพียงอาการเล็กน้อยที่ต้องมีอยู่บ้าง จากบาดแผลของเส้นเลือด

เหมือนเรื่องราวจะผ่านมานาน แต่ถ้าเราไม่ดูแลตัวเองมันก็มีสิทธิกลับมาอีกครั้ง

แม่บอกคุณตาอยู่เสมอว่า ถ้าอยากอยู่กับหลานนานๆ ขอให้รักษาตัวเองให้ดีๆ

ซึ่งคุณตาก็ยอมรับว่าหลานๆเป็นกำลังใจที่ดี ทำให้ท่านอยากอยู่ไปอีกนานๆ

นอกจากเป็นบทเรียนให้คุณตาแล้ว ยังเป็นบทเรียนให้แม่คอยระวังดูแลคุณตาคุณยายมากขึ้นอีกด้วย

 

 

ไหว้เช้งเม้ง วันที่ 14 มีนาคม 2552

 

ไหว้เชงเม้ง

 

อากาศดีมากๆ เหมือนฝนจะตกแต่ไม่ตก ลมพัดตลอด

พี่เน็ทไม่มา ต้นตาลเลยวิ่งกระเจิงอยู่คนเดียว

ลุงต้นจะจุดธูป ยังต้องระเห็ดไปจุดในรถ

 

ไหว้เชงเม้ง

 

ไหว้เสร็จ ก็ต้องเผากระดาษเงินกระดาษทอง ต้นตาลชอบนักล่ะ นานๆได้เล่นไฟที

 

ไหว้เชงเม้ง

 

แล้วก็ได้เวลาหม่ำด้วยกัน เสร็จแล้วถึงแยกย้ายกันหลับบ้าน

 

ไหว้เชงเม้ง

 

มองย้อนกลับไปชีวิตเป็นอะไรที่เราคาดไม่ถึงอยู่เสมอ

6 ปีที่แล้วแม่คิดว่าคุณตาอาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน คุณปู่ยังปลอบใจแม่อยู่เลย

อีก 2 ปีถัดมา กลับได้รับข่าวร้ายว่าคุณปู่เป็นมะเร็งที่ตับ และอยู่กับเราได้อีกแค่ 1 ปี

ชีวิตเป็นอะไรที่ไม่แน่นอนจริงๆ ขอเพียงเราทำวันนี้ให้ดีที่สุด

ดูแลคนที่เรารักในทุกๆวัน ไม่ต้องเขินอายที่จะแสดงความรัก

เพราะเมื่อคนที่เรารักไม่อยู่แล้ว เราอยากกอดหรืออยากย้อนเวลา ก็คงทำไม่ได้

การทำใจเมื่อเสียสูญคนที่เรารัก ช่างทำได้ยากยิ่ง

แต่คงไม่มีใครไม่พบการสูญเสีย ทำอย่างไรให้เราทำใจได้เมื่อเจอเหตุการณ์นั้น

คงไม่ผิดถ้าเราคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น และทำวันนี้ให้เป็นอย่างที่เราหวังไว้

 

 

ไหว้เชงเม้งไหว้เชงเม้ง

ไหว้เชงเม้งไหว้เชงเม้ง

ไหว้เชงเม้ง

 

ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับข้อมูลการให้นมแม่ของส้ม สามารถหาอ่านได้จากหัวข้อเก่าที่ส้มเคยเขียนไว้ดังนี้

    1. นมอะไรดีน้า
    2. ความรู้สึกของความเป็นแม่
    3. ก้าวแรกของแม่
    4. เคล็ดไม่ลับ
    5. ทำยังไงให้มีน้ำนม
    6. มานอนยาวกันเถอะ
    7. นมแม่ถึงเมื่อไหร่
    8. เรื่องกินของผม
    9. วันที่แม่เศร้า

     Share

<< กิจกรรมเข้าจังหวะกับสิงค์มอเตอร์ไซส์หัวโนไปเกาะเกร็ด >>

Posted on Sat 21 Mar 2009 17:24

 






 

 

 

รวมภาพ
เลขอะไรเอ๋ยมากว่าเลข 3 แต่อยู่ข้างหลัง
ดูโชว์ครั้งแรกในชีวิต
โรคฮิตเด็กปิดเทอม
หัวโนไปเกาะเกร็ด
ไหว้เชงเม้ง
กิจกรรมเข้าจังหวะกับสิงค์มอเตอร์ไซส์
ปิดเทอม 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา
จังหวะหัวใจ
สาวน้อย
เด็กรถตู้

 

ออมสินสตางค์
พรีม
ช่อ
ใครซน
ชวิน
etabo
แทน
แบมแบม
เพลงเพลง
น้องอะตอม
อะตอมชาย
เปียโน
อันปัง
จิ้งเหวิน
หมีซ่าส์
นนท์
น้ำ
แม่นก
อันดา
ไททั่น
พี่พิม
พี่จิ
พี่น้อง2หนุ่ม
มอมแมม
ป่าน
แอน
เป้ซัน
พี่หนิง




 

 




Theme Design by http://100kg.diaryclub.co
m