Calendar
 
  Last Diary
 
dream ฝันค้างบนทางรัก
ความทรงจำในหัวใจ ตอน เธอยังมีชีวิตอยู่....อย่างน้อยก็ในใจฉัน
ความทรงจำในหัวใจ ตอน บันทึกถึงใครคนนั้น
เหตุผลที่ทนเหงา
เลอะเลือน
จะได้ไม่ลืมกัน
ดวงใจรำพัน 5 : ในฝัน
วันที่ไม่มีจริง
แด่เธอที่รัก
Never give up on you
you got mee : เธอลืมฉันเอาไว้ให้เดียวดาย
ดวงใจรำพัน 4 : ดวงใจรำพัน
ดวงใจรำพัน 3 ; รอเธอตรงนี้......ที่เดิม
ดวงใจรำพัน 1 : ในห้วงคำนึง
ดวงใจรำพัน 1 : สายน้ำ...ความรัก
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 19
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 18
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 17
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 16
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) 15
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 14
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 13
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 12
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 11
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 10
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 9
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 8
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 7
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 6
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 5
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 4
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 3
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 2
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri
  Favourite Diary
  ทอถักอักษร
  Counter
       


  น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) 15  

น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) ตอนที่ 15


วันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม 2552

             ในขณะที่แนนกำลังนั่งพิมพ์งานอยู่ในห้องของเธอ แป้งก็ได้มาหาเธอที่ห้องและบอกให้เธอจัดเตรียมเสื้อผ้าเพราะในช่วงเสาร์ – อาทิตย์นี้แนนจะต้องไปอยู่เป็นเพื่อนแป้ง ในโรงแรมซึ่งแป้งจะเช่าโรงแรมอยู่เมื่อบีมาถึงแล้ว แป้งได้อ้างเหตุผลต่างๆนานา เพื่อให้แนนไปอยู่เป็นเพื่อน โดยที่คนรักเพื่อนอย่างแนนไม่กล้าแม้จะปฏิเสธ
เช้าวันเสาร์แป้งกับแนนในชุดเตรียมเดินทางกลับบ้านแนนก็ได้ขี่รถออกจากหอพักโดยจุดมุ่งหมายที่ไปนั้นแทนที่จะไปทางจังหวัดศรีสะเกษซึ่งเป็นบ้านเกิดของแป้ง แต่แป้งกลับเลี้ยวไปอีกทางหนึ่งเพื่อไปหอพักของธัญเพื่อนอีกคนหนึ่งเพื่อใช้เป็นสถานที่รอเวลาที่บีจะมา เพราะวันเสาร์ธัญกลับบ้าน ห้องของธัญจึงเป็นจุดรอได้เป็นอย่างดีโดยธัญได้ฝากกุญแจไว้ที่แนน
             ระหว่างที่กำลังรอกันอยู่นั่นเอง บีก็ได้โทรศัพท์มาบอกแป้งว่าเขาได้มาถึงแล้ว แป้งจึงได้ไปรับบีและจะพาไปจองห้องพักในโรงแรม โดยให้แนนรออยู่ที่ห้องของธัญก่อน และจะมารับแนนในตอนค่ำๆ เมื่อแป้งออกไปแล้วแนนจึงได้แต่คิดอย่างกลุ้มๆ เพราะเธอไม่รู้ว่าตัดสินใจผิดหรือถูกกันแน่ที่รับปากจะไปอยู่เป็นเพื่อนแป้งแบบนี้
                      ……………………………………………..

             ตอนค่ำแป้งกับบีได้มารับแนนที่หอพักของธัญอย่างที่บอกเอาไว้ เมื่อแนนเจอบีอีกครั้ง เธอพยายามยิ้มให้เขา ทั้งๆที่ในยามใดที่ต้องเจอจังๆพร้อมกันทั้งแป้งและบีอย่างนี้หัวใจเธอมันร้าวรานยิ่งกว่าแก้วน้ำที่มีรอยร้าวเสียอีก
                       “สวัสดีครับพี่แนน ไม่ได้เจอกันนานสบายดีไหมครับ” บีกล่าวทักทายเธอ
                       “สวัสดีค่ะบี พี่สบายดีค่ะไม่ได้เจอกันตั้งนาน บีอ้วนขึ้นนะคะเนี่ย” แนนบอกออกไปเมื่อเห็นว่ารูปร่างของบีนั้นอ้วนกว่าสมัยที่ยังคบกันกับเธอมากนัก
                       “เหรอครับ ธรรมดาของคนกินอิ่มนอนหลับนะ ว่าแต่พี่แนนเถอะทำไมผอมลงตั้งเยอะ พี่ฟางเลี้ยงไม่ดีเหรอไงกัน” บีถามแนนขึ้นมาบ้างเพราะแนนในวันนี้ผอมจนเนื้อติดกระดูกซึ่งมาจากอาการตรอมใจของเธอนั่นเอง
                      “จะไปกันได้หรือยังล่ะ หิวแล้วนะ” การพูดจากันอย่างสนิทสนมของแนนและบี ทำให้แป้งที่ยืนฟังอยู่ไม่พอใจจนต้องพูดออกมาบ้าง
                      “อืม....ไปสิ ไปไหนกันดีล่ะแป้ง” แนนรู้ว่าแป้งนั้นไม่พอใจที่เธอกับบีพูดคุยกันอย่างสนิทสนมจึงถามออกไป
                      “ไปกินข้าวขาหมูที่ตลาดไนท์กันไหมครับ พี่แนน พี่แป้ง บีไม่ได้ทานข้าวขาหมูร้านลุงกับป้านานแล้ว ตั้งแต่ที่...เอ่อ....บีเลิกกับพี่แนน..”ประโยคหลังๆที่บีพูดมันทำให้แนนเกือบหุบยิ้ม เพราะตั้งแต่เธอกับบีเลิกกันในตอนนั้นเธอก็ไม่มีโอกาสไปทานข้าวขาหมูด้วยกันกับบีอีกเลย คิดขึ้นมาแล้วแนนก็เจ็บในใจแต่ก็แสดงออกอะไรไปไม่ได้ นอกจากฝืนยิ้มซึ่งมันคงเป็นยิ้มที่เฝื่อนที่สุดเท่าที่แนนเคยยิ้มมา
                     “ไปกันเถอะค่ะอาหมูบี เค้าหิวจะแย่อยู่แล้ว ไปกันเถอะจ๊ะแนน”
                            ...............................................................................

            เมื่อทั้งสามคนมาถึงตลาดไนท์บาซ่าก็ตรงเข้าไปที่ร้านข้าวขาหมู ซึ่งเคยเป็นร้านเจ้าประจำของแนนกับบี แม้ในปัจจุบันนี้มันก็ยังเป็นร้านเจ้าประจำของแนนอยู่เหมือนเดิมเพียงแต่มันเปลี่ยนแปลงจากบีเป็นฟางเท่านั้นเอง
                    “สวัสดีค่ะ ลุง สวัสดีค่ะป้า” เมื่อไปถึงร้านแนนก็ได้กล่าวทักทายเจ้าของร้านเหมือนอย่างที่เคยทำทุกครั้งที่มาร้านนี้
                   “ไหว้พระเถอะหนูแนน อ้าว....หนูบี ไม่ได้เจอตั้งนานเลย และนั่นพาใครมาด้วยล่ะ” ลุงเจ้าของร้านทักทายแนน แกก็ยิ้มอย่างดีใจเมื่อเห็นบี และแกก็ได้ทักทายแป้งซึ่งแกเพิ่งจะเคยเห็นแป้งมาทานข้าวร้านของแกเป็นครั้งแรกด้วย
                   “ค่ะลุง นี่พี่แป้งเพื่อนพี่แนนค่ะ ลุงวันนี้บีเอาข้าวขาหมูธรรมดา 2 ส่วนของพี่แนนเอาแบบมันๆไม่ราดน้ำนะคะ” บีพูดทักทายลุงเจ้าของร้านเมื่อเห็นว่าแกทักเขา ซึ่งบีจะพูดคำว่า ค่ะ แทน ครับ เฉพาะพูดกับผู้ใหญ่เท่านั้น ซึ่งการสั่งอาหารของบี มันทำให้แนนอึ้งเมื่อเธอเห็นว่าบียังจำได้ว่าเธอชอบทานข้าวขาหมูแบบไหน
                 “สวัสดีค่ะ ลุง,ป้า” แป้งกล่าวทักทายเจ้าของร้านชึ้นมาบ้าง
หลังจากนั้นจึงได้พากันไปนั่งยังโต๊ะที่อยู่ภายในร้าน บังเอิญหรือตั้งใจไม่รู้ที่โต๊ะในร้านเต็มหมด เหลือเพียงโต๊ะเดียว นั่นคือ โต๊ะที่แนนกับบีเคยมาทานด้วยกันนั่นเอง ซึ่งในวันนี้ทั้งสองได้นั่งทานข้าวขาหมูกันเหมือนเดิมและตรงตำแหน่งเดิม ต่างกันเพียงแต่ในวันนี้ ข้างๆบี มีแป้งนั่งอยู่เท่านั้น แนนมองภาพบีคอยเอาอกใจแป้งด้วยความรู้สึกหดหู่และรวดร้าว
                             ................................................................................

           เมื่อทานอาหารเสร็จ แป้งและบีได้พาแนนไปยังโรงแรมที่พวกเขาจองเอาไว้ เมื่อแนนไปถึงได้เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คที่เธอนำมันติดตัวไปด้วย เธอจึงได้พิมพ์งานของเธอต่อไปเรื่อยๆ โดยทำทีเป็นไม่สนใจแป้งและบีที่สวีทหวานและเอาอกเอาใจกันต่อหน้าเธอ เธอทำงานไปเรื่อยๆ ในขณะที่น้ำตาเธอเริ่มริ้นขึ้นมาเมื่อต้องพบเจอความรักของบีและแป้งที่แสดงออกมาต่อหน้าเธอเช่นนี้ เธอไม่อาจพิมพ์งานต่อไปได้ จึงเปิดอินเตอร์เน็ทเล่นไฮไฟ และ MSN แทนการพิมพ์งาน ต่อมาบีและแป้งเกิดอาการหิวขึ้นมาอีก ทั้งสองคนจึงชวนแนนไปรับประทานก๋วยเตี๋ยวอูด้งที่วงเวียนน้ำพุ แต่แนนไม่ไปด้วยเพราะเธอไม่หิวนั่นเอง
          เมื่อสองคนนั้นออกไปแล้วแนนจึงโทรศัพท์ไปหาเตยและร้องไห้อย่างหนัก เพราะหัวใจของเธอกำลังเจ็บปวดเหมือนจะแหลกสลายไปในบัดดล
                    “แนน ชั้นบอกแกแล้วว่าไม่ต้องไป ไม่ต้องไป ทำไมแกไม่เชื่อชั้น”
                    “ฮือๆๆๆๆ แกจะให้ชั้นทำอย่างไรล่ะ แป้งมันก็เพื่อนชั้นนะ”
                    “แล้วเพื่อนประเภทไหน ทำร้ายเพื่อนอย่างเลือดเย็นแบบนี้”
                    “ไม่...แป้งไม่ผิดหรอกเตย คนที่ผิด คือ ชั้น ชั้นผิดที่ชั้นลืมบีไม่ได้”
                    “แนน ชั้นสงสารแกนะ แต่ในเมื่อแกเห็นแก่แป้งแบบนี้ ชั้นเองก็ไม่รู้จะพูดยังไง”
          แนนคุยกับเตยนานพอสมควรจึงขอตัวไปอาบน้ำ เมื่อเธอออกจากห้องน้ำก็พบว่า แป้งและบีได้กลับมาจากทานข้าวกันแล้ว ซึ่งบีกำลังนอนหนุนตักแป้งอยู่ เธออึ้งเมื่อเห็นภาพนั้น จนทำให้พูดไม่ออกทำได้เพียงยิ้ม เป็นเชิงทักทาย ว่ามากันแล้วเหรอ
สักพักหนึ่งบีจึงขึ้นไปนอนบนเตียง โดยที่แนนกับแป้งยังคงสนทนากันกันไปเรื่อยๆ แนนนั่งอ่านหนังสือที่เธอถือติดมือมาจากห้องของเธอ ส่วนแป้งถือโอกาสนอนหนุนตักแนนไปด้วย
          จนกระทั่งดึกมากแนนจึงลุกขึ้นไปนอนโดยที่แป้งนอนตรงกลางระหว่างบีกับแนน แนนจึงพยายามหันหน้าหนีไปอีกทางหนึ่งเพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นภาพบาดตาบาดใจ ซึ่งบีได้ขยับมาทางแป้ง แป้งก็เขยิบมาทางแนนเรื่อยๆ จนแนนแทบจะตกเตียง เธอจึงกระโดดลงจากเตียงก่อนที่จะตกเตียงจริงๆ แนนจึงเอาหมอนลงไปนอนข้างเตียง เพราะเธอทนเห็นภาพที่บีกอดแป้งไว้แนบอกไม่ไหว ถึงแม้มันจะเป็นเงาลางๆ แต่มันก็ชัดเจนมากสำหรับแนน เมื่อแนนลงไปนอนข้างล่างแล้วน้ำตาเธอค่อยๆไหลออกมาช้าๆ
ขณะที่เธอกำลังนอนร้องไห้น้ำตาท่วมหน้าอยู่นั่นเอง เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นเป็นเพลงประจำตัวของฟาง 
          .............................................

     Share

<< น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 14น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 16 >>


Posted on Sat 3 Apr 2010 14:07

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh