Calendar
 
  Last Diary
 
dream ฝันค้างบนทางรัก
ความทรงจำในหัวใจ ตอน เธอยังมีชีวิตอยู่....อย่างน้อยก็ในใจฉัน
ความทรงจำในหัวใจ ตอน บันทึกถึงใครคนนั้น
เหตุผลที่ทนเหงา
เลอะเลือน
จะได้ไม่ลืมกัน
ดวงใจรำพัน 5 : ในฝัน
วันที่ไม่มีจริง
แด่เธอที่รัก
Never give up on you
you got mee : เธอลืมฉันเอาไว้ให้เดียวดาย
ดวงใจรำพัน 4 : ดวงใจรำพัน
ดวงใจรำพัน 3 ; รอเธอตรงนี้......ที่เดิม
ดวงใจรำพัน 1 : ในห้วงคำนึง
ดวงใจรำพัน 1 : สายน้ำ...ความรัก
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 19
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 18
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 17
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 16
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) 15
น้ำตาเทียน (หรือฉันเองที่ผิด) Yuri 14
  Favourite Diary
  ทอถักอักษร
  Counter
       


  ความทรงจำในหัวใจ ตอน เธอยังมีชีวิตอยู่....อย่างน้อยก็ในใจฉัน  

เรื่องสั้น ชุด ความทรงจำในหัวใจ

  ตอน  เธอยังมีชีวิตอยู่....อย่างน้อยก็ในใจฉัน

 

ตี 3 ของวันหนึ่งในเดือนกรกฎาคม  2552

            ขณะที่จิรัชญากำลังนอนหลับอย่างสบายบนเตียงอันหนานุ่มในห้องนอนของเธอ  เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น เมื่อเธอหยิบมาดูก็ว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์ของศิริกานต์ คนรักของเธอนั่นเอง  เธอจึงรีบกดรับสายทันทีเพราะถ้าเขาโทรมาช่วงดึกๆ แบบนี้มักมีอะไรร้ายแรงเสมอ

                        “สวัสดีค่ะหมาปุ้ย  ทำอะไรอยู่ทำไมถึงยังไม่นอนคะ” เธอทักทายคนรักของเธอออกไปเพราะถ้าตามปรกติเวลานี้เขามักจะนอนหลับแล้ว

                        “พี่แนต นี่แป้งนะคะ ไม่ใช่พี่ปุ้ย  คือแป้งจะโทรมาบอกเรื่องพี่ปุ้ยนะค่ะ...คือ...” เสียงที่ตอบเธอออกมากลับเป็นศศิประภาน้องสาวของเขา  หาใช่ศิริกานต์ คนรักของเธอไม่

                        “พี่ปุ้ยเป็นอะไรเหรอน้องแป้ง บอกพี่มาสิคะ” จิรัชญาถามออกไปอย่างตกใจ คนรักของเธอเป็นอะไร  ทำไมน้องสาวของเขาจึงโทรมาได้

                        “คือว่า...เมื่อตอนค่ำพี่ปุ้ยออกมาห้องน้ำ จู่ๆ ก็หมดสติไปเลยค่ะ จนป่านนี้ยังอยู่ในห้อง I.C.U อยู่เลยค่ะพี่แนต  แป้งทำอะไรไม่ถูกแล้ว” ศศิประภาพูดพร้อมกับร้องไห้ออกมา  มันทำให้จิรัชญา  ตกใจมากเมื่อได้ฟัง

                        “พี่แนตๆ ได้ยินที่แป้งพูดไหมคะ”

                        “ค่ะ...น้องแป้ง  เดี่ยวพรุ่งนี้พี่จะรีบไปนะคะ”

                        “ค่ะพี่แนต พี่รีบมานะค่ะ งั้นแค่นี้ก่อนนะคะ  แป้งจะไปดูว่าพี่ปุ้ยฟื้นหรือยัง”

                        “ค่ะ....น้องแป้ง ยังไงก็อย่าลืมโทรศัพท์มาบอกพี่ด้วยนะ”

            เมื่อศศิประภาวางสายไปแล้วจิรัชญาก็นอนไม่หลับอีกเลย เธอรู้สึกเป็นห่วงคนรักของเธอจับใจ  เธอจัดกระเป๋าเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวไปเยี่ยมคนรักของเธอในวันรุ่งขึ้น

……………………………………

เช้าวันรุ่งขึ้น

            จิรัชญาจึงลางานและขึ้นรถทัวร์ไปเยี่ยมคนรักของเธอที่จังหวัดสระบุรี  เมื่อเธอไปถึงเธอจึงรีบรุดหน้าไปที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดแห่งนั้นทันที  เธอพบบิดา – มารดา และน้องสาวของศิริกานต์กำลังเดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวายใจหน้าห้อง I.C.U

                        “สวัสดีค่ะ คุณพ่อ คุณแม่ สวัสดีน้องแป้ง” จิรัชญาตรงเข้าไหว้ทักทาย บุพการีและน้องสาวของคนรัก

                        “ไหว้พระเถอะหนู” บิดามารดาของเขารับไหว้เธอ

                        “สวัสดีค่ะ พี่แนต” ศศิประภาไหว้เธอ

                        “จ๊ะแป้ง  เอ่อ...พี่ปุ้ยยังไม่ออกจากห้อง I.C.U อีกเหรอ” เธอหันไปถามศศิประภา

                        “ยังค่ะ  ตอนนี้หมอกำลังช่วยชีวิตอยู่ค่ะ”

                        “แล้วหมอบอกว่าพี่ปุ้ยเป็นอะไรเหรอน้องแป้ง มันร้ายแรงมากเหรอ”

                        “เอ่อ...แป้ง  ไม่ทราบคะ  เมื่อแป้งไปที่หน้าห้องน้ำก็พบว่า พี่เขาหมดสติอยู่ก่อนแล้ว”

                ในขณะที่ทุกคนกำลังกระวนกระวายใจอยู่นั่นเอง นายแพทย์ผู้ทำการรักษาได้ออกมาจากห้องนั้น ทุกคนจึงเข้าไปที่นายแพทย์คนนั้นเพื่อถามอาการของศิริกานต์

                        “คุณหมอคนไข้เป็นอย่างไรบ้างครับ” เสียงบิดาของศิริกานต์เอ่ยถามขึ้น

                        “เอ่อ....คือ ตอนนี้คนไข้ปลดภัยแล้วครับอาการ แต่ทางเราได้ตรวจพบก้อนเนื้องอกในสมองของคนไข้ซึ่งมีความใหญ่มาก ซึ่งหมอต้องปรึกษา เอ่อ...ญาติของคนไข้ว่าจะยินยอมให้ผ่าตัดยื้อชีวิตคนไข้หรือเปล่า”

                        “แล้วผ่าตัดกับไม่ผ่าตัดให้ผลต่างกันอย่างไรคะคุณหมอ” มารดาของศิริกานต์เอ่ยถามขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นว่าทุกคนต่างเงียบเมื่อรับทราบข่าวร้ายนั้น

                        “เอ่อ...ถ้าไม่ผ่าตัดคนไข้จะมีชีวิตอยู่ไม่เกิน 1 อาทิตย์  แต่ถ้าผ่าตัดโอกาสรอด มี 50 / 50 คือถ้ารอดคนไข้ก็จะหายกลับมาเป็นปรกติได้ครับ แต่ทางหมอไม่รับประกันว่า คนไข้จะฟื้นหรือจะเป็นเจ้าหญิงตลอดไป ว่าอย่างไรครับ ญาติคนไข้มีความต้องการให้ผ่าตัดหรือไม่”

                “ผมเป็นพ่อของคนไข้ ยินยอมให้ผ่าตัดครับ” บิดาของศิริกานต์พูดเมื่อปรึกษากันแล้วทุกคนเห็นควรให้ผ่าตัด

                        “ครับถ้าอย่างนั้นช่วยเซ็นต์เอกสารฉบับนี้ให้ด้วยครับ  ขอบคุณครับ  ทางหมอจะผ่าตัดช่วยชีวิตคนไข้อย่างเต็มที่ครับ” นายแพทย์คนนั้นพูดก่อนเดินเข้าไปในห้องผ่าตัดอีกครั้งเมื่อบิดาของศิริกานต์เซ็นต์เอกสารยินยอมให้ผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว

            เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง  การผ่าตัดก็เสร็จสิ้นเรียบร้อยซึ่งศิริกานต์ปลอดภัยแต่ยังไม่ฟื้น ทุกคนได้รับอนุญาตให้ไปเยี่ยมคนไข้ในห้องพักผู้ป่วยได้  เมื่อจิรัชญาเข้าไปในห้องนั้น จากสภาพของศิริกานต์ที่เธอเห็นทำให้เธอต้องร้องไห้ออกมาอย่างสงสารคนรักจับใจเมื่อพบว่าศีรษะซึ่งเคยมีผมสั้นเท่ห์ๆ บัดนี้ไม่มีแล้ว มีเพียงผ้าพันแผลสีขาวซึ่งมีรอยเลือดซึมอยู่มาแทนที่  เธอเดินไปจับมือเขามากุมไว้พร้อมกับพูดกับเขาเพราะหวังว่าเขาจะฟื้นขึ้นมา

                        “ไอ้หมาฟื้นสิคะ  อ้วนมาเยี่ยมแล้วนะ  ลืมตามาดูหน่อยสิคะ” จิรัชญาเพียรพยายามพูดกับศิริกานต์อยู่อย่างนั้นซ้ำๆ ด้วยน้ำตาที่นองหน้าเมื่อพบว่าศิริกานต์ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมา

                        “พี่แนต แป้งว่าพี่ไปหาอะไรทานก่อนดีไหมคะ พี่ยังไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่มาแล้วนะ เดี๋ยวแป้งจะเฝ้าพี่ปุ้ยให้นะคะ” ศศิประภาพูดขึ้นในตอนสายของอีกวันหนึ่ง เมื่อเห็นว่าจิรัชญายังเฝ้าศิริกานต์อยู่โดยไม่ยอมลุกไปทานข้าวหรือทำอะไรอย่างอื่น

                        “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่ขอเฝ้าเองดีกว่า  พี่อยากเห็นเค้าฟื้นขณะที่พี่ยังอยู่ตรงนี้”

                        “ไปทานข้าวเถอะหนุแนต  ปุ้ยมันไม่ฟื้นแล้วล่ะหนู  หมอเพิ่งมาบอกว่า เขาคงไม่ฟื้นแล้ว คงอยู่เป็นเจ้าหญิงนิทราตลอดไป”เสียงบิดาของศิริกานต์พูดขึ้นทำให้จิรัชญาเสียใจมากเธอหันไปเขย่าตัวศิริกานต์ด้วยความหวังว่าเขาจะฟื้นขึ้นมา

                        “ไอ้หมาฟื้นสิ  ตื่นมาคุยกับเค้าเดี๋ยวนี้เลยนะ  ถ้าตัวเองไม่ฟื้น เขาจะเลิกรักตัวเองแล้วนะ ฮือๆๆๆ  ฟื้นสิ” จิรัชญาพูดและฟูมฟายน้ำตา ไม่เพียงแต่เธอเท่านั้นที่ร้องไห้ บิดามารดาและน้องสาวของเขาก็มีสภาพไม่ต่างจากเธอเท่าไหร่

................................................................

        จิรัชญาอยู่ดูแลศิริกานต์เกือบหนึ่งสัปดาห์จึงได้กลับบ้านของเธอ  แต่เธอก็ไปดูแลเขาในตอนเย็นวันศุกร์และกลับบ้านในวันอาทิตย์ ถึงแม้มันจะทำให้เธอเหนื่อยมากแต่เธอก็มีความสุขที่ได้ดูแลคนที่เธอรัก  แม้ว่าเธอไม่รู้เขาจะฟื้นขึ้นมาวันไหนหรือจะไม่มีโอกาสฟื้นขึ้นมาแล้วก็ตาม

            วันหนึ่งในขณะที่เธอนั่งทำงานอยู่ก็ได้มีหนังสือเรียกตัวเธอไปบรรจุเข้ารับราชการในอีกจังหวัดหนึ่ง  ซึ่งทำให้เธอไม่มีเวลาไปเยี่ยมศิริกานต์คนรักของเธอเหมือนดังเมื่อก่อน แต่เธอก็มักจะโทรศัพท์ถามข่าวอาการของเขาจากศศิประภาเสมอ

            เกือบเดือนแล้วที่เธอไม่ได้ไปเยี่ยมและไปดูแลศิริกานต์  มันให้เธอรู้สึกคิดถึงและเป็นห่วงเขาจับหัวใจ  เธอนั่งมองรูปภาพของเขาเงียบๆที่โต๊ะทำงานในห้องสมุดก็ได้มีนักเรียนคนหนึ่งมาเรียกเธอ แต่ไม่ยอมเข้ามาในห้องสมุด เธอจึงออกไปเธอจึงออกไปดูว่ามีอะไรเกิดขึ้น

                        “มีอะไรเหรอหนู  เรียกครูทำไมคะ” เธอถามออกไป

                        “คือว่ามีคนมาหาครูครับ ครูในห้องธุรการเลยให้ผมพามาหาครู งั้นผมไปแล้วนะครับ” เด็กนักเรียนพูดเสร็จก็เดินกลับไป  เธอจึงมองไปยังเขาคนนั้นที่มาหาเธอ  ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจระคนดีใจเพราะไม่คิดว่าคนคนนี้จะมาอยู่ตรงหน้าเธอในเวลานี้ได้ เพราะคนคนนั้น คือ ศิริกานต์ !

................................................................

เมื่ออยู่ตามลำพังในห้องของจิรัชญาแล้ว  ศิริกานต์จึงโอบกอดจิรัชญาไว้ด้วยความคิดถึง 

“เค้ารักอ้วนนะ  แล้วอ้วนเลิกรักเค้าหรือยัง” ศิริกานต์พูดพร้อมแล้วหอมแก้มจิรัชญาเบาๆ

“เค้าก็รักตัวเองเหมือนกันนะหมา เค้าคิดถึงตัวเองนะ  เค้าคิดว่าตัวเองจะไม่ฟื้นซะแล้ว” จิรัชญาพูดพร้อมกับปล่อยน้ำตาให้รินไหลออกมา

                “ฟื้นสิครับคนดี  ยังไงเค้าก็ต้องฟื้น  เพราะอะไรรู้ไหมครับ  ก็เพราะว่าเค้ากลัวว่าอ้วนจะเลิกรักเค้าแล้วนะสิ  หยุดร้องไห้ได้นะครับ คนดี เค้าก็มาอยู่ตรงนี้แล้วยังไง  นะอ้วนนะ  โอ๋ๆ ไม่ร้องนะ” ศิริกานต์พูดพร้อมเช็ดน้ำตาที่แก้มจิรัชญาเบาๆ

“เค้าสัญญานะคะว่าจะไม่มีวันที่จะเลิกรักตัวเอง”

“ครับที่รักเค้าสัญญานะความรักของเรามันจะคงอยู่ตลอดไป ถ้าเลือกได้เขาอยากให้เป็นแบบนี้ทุกคืนคงมีความสุขที่สุด” 

                ซึ่งความรู้สึกของจิรัชญานั้นก็ไม่ต่างจากศิริกานต์เลย เธออยากให้มันเป็นความรักที่หวานชื่นแบบนี้ตลอดไป 

...................................................................................

     Share

<< ความทรงจำในหัวใจ ตอน บันทึกถึงใครคนนั้นdream ฝันค้างบนทางรัก >>


Posted on Sat 3 Apr 2010 15:03

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh