Calendar
 
  Last Diary
 
#56 อุดร-ภูเก็ต-ขอนแก่น เดินทางซะให้เข็ด
#55 สวัสดีเจียงใหม่
#54 first time indeed
#53 เปื่อยซะแล้ว
#52 หวาน หวาน ปี6
#51 Happy Chilling time in HK_2
#50 Happy Chilling time in HK_1
#49 1 ขวบแล้วคร๊าบบบบ
#48 วันดีๆ กับการทำบุญหลายวัด
#47 สวัสดีปีใหม่ 2556 และ สรุปปีเก่า 2555
#48 กิจกรรมในวันสำคัญ ไถ่ชีวิตโคกระบือ
#47 ครั้งหนึ่งในชีวิต ถวายพระพรในหลวง
#46 อบรมการพัฒนาบุคลิกภาพ
#45 Bye Bye Turkey: Istanbul
#44 Merhaba Turkey: Canakkale-Istanbul
#43 Merhaba Turkey: Ephesus-Burgamum-Canakkale
#42 พักผ่อนหย่อนใจที่เขาใหญ่_final day
#41 พักผ่อนหย่อนใจที่เขาใหญ่_day1&2
#40 Merhaba Turkey : Pamukkale-Kusadasi-Ephesus
#39 Merhaba Turkey : Cappadokia-Konya-Pamukkale
#38 Merhaba Turkey - Cappadokia
#37 Merhaba Turkey - Ankara & Cappadokia
#36 happy family day @wine connection
#35 เตรียมตัวเที่ยว_ตุรกี part II
#34 เตียมตัวเที่ยว_ตุรกี Part I
#33 ทำงานไปเที่ยวไปกับงาน outlet หัวหิน
#32 ดูงานอินโดแบบสุขๆ_2
#31 ดูงานอินโดแบบสุขๆ_1
#30 ดูงานเชียงรายแบบเปื่อยๆ_2
#29 ดูงานเชียงรายแบบเปื่อยๆ 1
#28 back to mainland & heading back home
#27 เริงร่า ลั๊ลลา @เกาะล้าน
#26 เสพงานศิลป์ @ Art in Paradise
#25 น้องวิชญ์น้องวิญญ์ครบ 6 เดือน
#24 คำว่าให้... ไม่สิ้นสุด
#23 น้องวิชญ์น้องวิญญ์ครบ 5 เดือน
#22 happy ที่หัวหิน ผิดหวังที่อัมพวา
#21 น้องวิชญ์น้องวิญญ์ครบ 4 เดือน
#20 ตกหลุมรักที่มัลดีฟส์_final day
  Favourite Diary
 
  Counter
       


  #39 Merhaba Turkey : Cappadokia-Konya-Pamukkale  

 

22 ตุลาคม 2555

สุปัณณ์คนเก่ง

ตามไปเที่ยวตุรกีกันต่อนะครับ วันที่ 3 ของทริปนี้ เราเดินทางกันแต่เช้าเพราะต้องไปไกลมาก บ๊ายบายคัปปาโดเกียเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองคอนย่า 

 39 Merhaba Turkey Cappadokia Konya Pamukkale
 39 Merhaba Turkey Cappadokia Konya Pamukkale

ระหว่างทางมีแวะเข้าห้องน้ำ ที่จุดนึงแม่เลยได้แว่บไปชม Sultanhani Karvansaray ที่พักแรมของกองคาราวานในสมัยโบราณตามเส้นทางสายไหมซะเลย เสียค่าเข้าเอง 3 Tl เท่านั้น ที่ต้องมีที่พักแบบนี้เอาไว้ก็เพราะพื้นที่แถบนี้เป็นทะเลทราย การเดินทางรอนแรมแบบในสมัยก่อนจำเป็นต้องมีที่พักที่ปลอดภัยเพื่อช่วยป้องกันนักเดินทางจากทั้งลมและฝน รวมทั้งพายุทะเลทรายที่รุนแรงยังไงจ๊ะ

 39 Merhaba Turkey Cappadokia Konya Pamukkale
 39 Merhaba Turkey Cappadokia Konya Pamukkale

คอนย่า (Konya) เป็นเมืองที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,016 เมตร นิยมใช้เป็นจุดพักของการเดินทาง ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุกเติร์ก (ค.ศ. 1077-1118) แม้อาณาจักรเซลจุกจะล่มสลายไปตามกาลเวลา แต่เมืองหลวงเก่าอย่างคอนย่ายังคงอยู่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันในฐานะเมืองที่มีความสำคัญเมืองหนึ่งในศาสนาอิสลาม เพราะเป็นศูนย์กลางของนิกายเมฟเลวี (Mevlevi) หรือสำนักลมวนอันเป็นที่เคารพนับถือกันมากในหมู่ปัญญาชนและชนชั้นปกครองในยุคนั้น

 39 Merhaba Turkey Cappadokia Konya Pamukkale

นิกายเมฟเลวี ถือกำเนิดจากการก่อตั้งของเมฟลานา เจลาเลดดิน รูมี (Mevlana Celaleddin Rumi) ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นมหากวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกมุสลิม รุมีเกิดที่เมืองบาร์ค (Balkh) เมืองหลวงของแคว้นโคระซาน (Khorazan) ในดินแดนทางตะวันออกสุดของเปอร์เซีย ปัจจุบันเมืองนี้เป็นส่วนหนึ่งของอัฟกานิสถาน เมื่อมองโกลขยายอิทธิพลรุกรานจากตะวันออกเข้าโจมตีเมืองต่างๆ ในเอเชียกลาง บิดาของท่านพร้อมด้วยครอบครัวต้องลี้ภัยสงครามจากเปอร์เซียไปยังอนาโตเลีย ซึ่งในยุคนั้นคือจักรวรรดิเซลจุก 

ความรอบรู้ศาสนาและความคิดของรูมีพัฒนาขึ้นตามลำดับ ท่านได้พบกับบรรดานักคิด นักการศาสนา และปราชญ์จากที่ต่างๆ ซึ่งมุ่งเดินทางมายังศูนย์กลางศึกษาศาสนาที่คอนย่า ทำให้ท่านได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ ของโลกอย่างกว้างขวาง ความรู้อันแตกฉานในภาษาฟารซีหรือเปอร์เซียซึ่งเป็นภาษาชั้นสูงสำหรับการเขียนกวีนิพนธ์ เมื่อผสานกับความลึกซึ้งในหลักศาสนาอิสลาม ทำให้เกิดผลงานชิ้นเอก 'มัษนาวี' (Mathnavi) ซึ่งรวมบทกวีชั้นยอดของท่านไว้ นอกจากกวีนิพนธ์ที่แฝงแนวคิดระดับโลกุตรธรรมทางศาสนาแล้ว รูมียังนำเอาแนวคิดของบรรดานักบวชซูฟีซึ่งท่านมีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนมาเรียงร้อยไว้ในบทประพันธ์อีกด้วย

ช่วง 20 ปีให้หลังของชีวิต รูมีอุทิศตนเองให้กับการแสวงหาความบริสุทธิ์ของจิตวิญญาณด้วยการทำสมาธิ และเจริญภาวนาผ่านทางดนตรี บทกวี และการเต้นรำ ท่านเชื่อว่าหากมนุษย์ดื่มด่ำในศิลปะทั้งสามนี้ย่อมสามารถยกระดับจิตวิญญาณให้เข้าถึงพระเจ้าได้ แนวคิดนี้กลายเป็นที่มาของลัทธินักบวชลมวน (The Whirling Dervishes) หรือการเต้นลมวน ซึ่งเรียกว่า เซมา (Sema) อันเป็นแบบฉบับหนึ่งของนักบวชในนิกายซูฟีซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยศิษยานุศิษย์ของรูมีในยุคต่อมา นักบวชกลุ่มนี้ยกย่องท่านเป็นเมาลานา (Mawlana) หรือผู้นำสูงสุดของนิกายซูฟีสายนี้ซึ่งตรงกับคำว่า เมฟลานา (Mavlana) ในภาษาตุรกี อันเป็นฉายาที่ชาวเตอร์กยกย่องท่านสืบเนื่องมาจนทุกวันนี้
 
แน่นอนว่าเมื่อไปถึงคอนย่าแล้ว สถานที่ที่เราได้ไปเยี่ยมชมก็ต้องเกี่ยวข้องกับความสำคัญนี้ของเมือง เราได้ไปชมพิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) ซึ่งการเข้าไปชมภายในพิพิธภัณฑ์จะต้องสวมถุงพลาสติกเข้ากับรองเท้าเดิมก่อน สะดวกดี ไม่ต้องถอดรองเท้าทิ้งไว้ให้วนกลับมาแย่งกันหาอีกที ข้างในพิพิธภัณฑ์ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป มีสิ่งสำคัญหลายอย่าง เช่น Tomb ของรูมีและศิษย์บางคน มีคัมภีร์อัลกุรอ่านหลายฉบับ และที่สำคัญทึ่สุดคือมีกล่องใส่เคราของท่านโมฮัมหมัดด้วยจ้ะ

 39 Merhaba Turkey Cappadokia Konya Pamukkale
 39 Merhaba Turkey Cappadokia Konya Pamukkale
 39 Merhaba Turkey Cappadokia Konya Pamukkale

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.oceansmile.com/Turkey/ConyaMevlana.shtml และ http://www.oknation.net/blog/print.php?id=44888

ชมพิพิธภัณฑ์เสร็จแล้ว เราแวะทานอาหารกลางวันก่อนจะรีบขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายที่เป็นอีกหนึ่ง hi-light ของทริปกัน คือเมืองปามุคคาเล่ ระยะทางไกลไม่น้อยตั้ง 387 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง แม่ก็หลับๆ ตื่นๆ ฟังเพลงบ้าง ถ่ายรูปบ้าง อยู่บนรถน่ะแหละ

 39 Merhaba Turkey Cappadokia Konya Pamukkale

หลังจากเมื่อยขดอยู่บนรถ แม่ถูกใจจุดพักรถจุดสุดท้ายของวันมากๆ เพราะที่นี่แม่ได้ทานขนมที่อยากทานตั้งแต่เห็นรูปจาก facebook ของน้าปอย ขนมที่ว่ามีที่เมืองเล็กๆ นี้เท่านั้น เป็นโยเกิร์ตข้นๆ ที่ราดด้วยน้ำผึ้งเหนียวหนึบ แล้วโปะหน้าด้วยเมล็ดฝิ่น คลุกเคล้าทานเข้าไปด้วยกันแล้วมีรสชาติอร่อยถูกใจ เสียดายที่คงหาทานไม่ได้แล้วน่ะสิจ๊ะ ในขณะที่แม่มีความสุขกับขนม คุณยายเองก็มีความสุขไม่น้อย เพราะได้ดื่มน้ำทับทิมคั้นสดอีกแล้ว รอบนี้ติดใจมากถึงขนาดสั่งให้คนขายกรอกใส่ขวด แม่งงๆ ว่ามันต้องใส่กี่แก้วกัน ยืนมองเค้าหยิบผลทับทิมมาคั้นแล้วรู้สึกคุ้มค่า ดูเหมือนจะไม่น้อยกว่า 4 ลูกเลยนะ เสียเงินไปแค่ 10 Tl คิดเป็นเงินไทยยังไม่ถึง 200 บาทเลยจ้ะ

 39 Merhaba Turkey Cappadokia Konya Pamukkale

ระหว่างนี้ทำความรู้จักเมืองปลายทางของเราไว้ก่อน ปามุคคาเล่ (Pamukkale) ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี ในยุคโรมันเมืองโบราณแห่งนี้เป็นสถานที่ตากอากาศที่สวยงาม คำว่าปามุคคาเล่ในภาษาตุรกี แปลว่า ปราสาทปุยฝ้าย เพราะ Pamuk แปลว่าปุยฝ้าย ขณะที่ Kale แปลว่าปราสาท สาเหตุที่มีชื่อแบบนี้เพราะที่นี่มีน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดจากธารน้ำใต้ดินที่มีแร่หินปูนผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมากและมีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ไหลลงมาจากภูเขาคาลดากีที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ เมื่อน้ำเอ่อท้นขึ้นมาเหนือผิวดิน แร่แคลเซียมก็ทำปฎิกิริยาจับตัวแข็ง เมื่อเวลาผ่านไปเป็นพันเป็นหมื่นปีก็ทับถมกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้นลดหลั่นกันไป กลายเป็นภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ซึ่งเขาหินปูนลักษณะนี้ภาษาอังกฤษเรียกว่า Travertine สถานที่ลักษณะคล้ายกันที่มีชื่อเสียงแห่งอื่นของโลกก็มีเช่น Mammoth Hot Spring ใน Yellow Stone สหรัฐอเมริกา กับอุทยานแห่งชาติหวงหลง ประเทศจีน

น่าเสียดายที่ในที่สุดแล้ว เราไปถึงปามุคคาเล่ในเวลาค่ำ มองไม่เห็นอะไรแล้ว คุณบุญชูเลยตัดสินใจให้เราออกเช้าขึ้นในวันพรุ่งนี้เพื่อจะได้ชมความสวยงามน่าอัศจรรย์ของสถานที่สำคัญของที่นี่กันให้สมกับที่เดินทางมาไกล
 
ไหนๆ ก็มาถึงปามุคคาเล่กันทั้งที คืนนี้เรายังได้อาบน้ำแร่กันใน Tripolis Hotel ที่เราเข้าพักด้วยจ้ะ บังเอิญว่าห้องพักของแม่กับคุณยายอยู่ติดกับห้องที่เป็นสระน้ำแร่พอดี ทำให้เราค่อนข้างสะดวกในการเข้าออกห้อง น้ำอุ่นสบายช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวจากการตรากตรำท่องเที่ยว แม่คงได้หลับฝันดีแน่ๆ เลยนะจ๊ะ
 

หวังว่าหนูจะฝันดีเช่นกันนะจ๊ะลูกรัก
แม่เอง

 
tips & tricks
1. ปี ค.ศ. 2007 UNESCO ประกาศให้เป็น 'ปีสากลแห่งรูมี' หรือ International Rumi Year มีการจัดงานเฉลิมฉลองในหลายประเทศทั้งที่อัฟกานิสถาน อิหร่าน ตุรกี และประเทศมุสลิมอื่นๆ แม้แต่ประเทศตะวันตกอีกหลายประเทศก็ยังร่วมสดุดีกวีเอกท่านนี้ในฐานะบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ของโลก
2. ชาวโรมันเชื่อว่าน้ำแร่ที่ปามุคคาเลมีสรรพคุณทางยา ช่วยบำบัดโรคภัยต่างๆ เช่นไขข้อ กระดูก หอบหืด โรคผิวหนัง ฯลฯ น้ำที่อุณหภูมิสูงช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนดีอีกต่างหาก ที่นี่จึงถือเป็นแหล่งสปาทางธรรมชาติมาตั้งแต่สมัยโบราณ

 

     Share

<< #38 Merhaba Turkey - Cappadokia#40 Merhaba Turkey : Pamukkale-Kusadasi-Ephesus >>


Posted on Sat 3 Nov 2012 18:37