เราต่างมี better place ที่น่าอิจฉา

กระทู้อาสา น้ำตาร่วง

 

ไม่คิดว่าปัญหาในการทำงานเป็นส่วนรวมหรือที่ว่า ทำดีแต่อย่าเด่น จะเป็นภัย เพราะไม่มีใครอยากเห้นเราเด่นเกินนี่ ไม่ใช่ปรากฎการณ์ในประเทศไทยแห่งเดียวครับ ผมเชื่อว่าเป็น ปรากฎการณ์สากล ผมเองในฐานะที่ทำงานอยู่ในสหรัฐอเมริกา ก็เจอครับ

ผมว่าสิ่งที่น่าสนใจตรงนี้คือปรากฎการณ์ที่คนชาติตัวเองด่าตัวเองนี่ก็ Classic ทุกวันนี้คนอเมริกันก็ด่าตัวเองให้ผมฟังอยู่ทุกวัน แต่พอคนอื่นด่าบ้างนี่ จะโกรธลุกขึ้นปกป้องสุดชีวิต ผมเองก็เชื่อว่าคนไทยเองหลายๆ คนก็คงจะไม่ยอมเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามาเล่นถึงพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพของพวกเรา

ผมไม่คิดว่า มีชนชาติไหน Perfect ประเทศที่เจริญทางวัตถุมากกว่าเรา เขาก็มีปัญหาแบบของเขา อาจจะร้ายแรงกว่าเราด้วยซ้ำในบางเรื่อง แต่ผมเชื่อใน Theory ทางทรัพยากรเศรษฐกิจ โดยนักเศรษฐศาสตร์ ชาวอิตาลีท่านหนึ่ง จำชื่อไม่ได้ ท่านกล่าวว่า ในสังคมทุนนิยม จะมีคน ประมาณ 10% ที่ถือครอง ทรัพย์สิน 90% ของสังคม และจะมีคนอีก 90% ที่ถือครองทรัพย์สิน 10% ของสังคม

ผมเชื่อว่าทุกๆ ท่านเลือกได้ว่าตัวเองจะไปอยู่ตรงไหน

แต่การจะเกลี่ยให้ทรัพย์สินออกมาแบ่งเท่าๆ กันนั้น มีความพยายามลองมาหลายๆ ครั้งแล้วในประวัติศาสตรื อย่าง ลัทธิ คอมมิวนิสต์ เองก็หลอกตัวเองมา ร้อยปี แล้วก็ต้องยอมรับว่า ทำได้แต่ในหลักการเท่านั้น

ถ้าท่านเป็นคนที่รักการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งในด้าน ความรู้ การสื่อสาร เกมการเจรจาต่อรอง ทักษะทางธุรกิจ การอ่านคน ระดับศีลธรรม ความแข็งแกร่งของร่างกาย และจิตใจ อยู่ตลอดเวลา ท่านก็จะกลายไปเป็นคน 10% ดังกล่าง แต่ถึงเวลานั้น ท่านก็ต้องให้คืนกลับมาให้กับคน 90% ที่มีความยากลำบากบ้าง

ถ้าคนที่มีมากอยู่แล้ว เอาแต่ได้อีก สังคมนั้นจะพัง

มันไม่มียาวิเศษ อันไหนที่จะมาแก้ปัญหาได้หมด เราชอบโยงไปถึงเรื่องการศึกษา ต้องเรียนให้มากๆ แล้วจะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ ผมเองก็ไม่เชื่อ ผมคิดว่า การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่ใช่ยาวิเศษที่แก้ปัญหาทุกอย่างของประเทศไทย ต้องถามไปลึกๆ ว่า ศึกษาอะไร ศึกษากับใคร ครูทุกวันนี้มีอารมณ์สอนเด็กมั้ย ถ้าแต่ะคนเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว เป็นต้น

ผมเชื่อว่า ถ้าอยากให้สังคมดี คุณต้องพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง ถ้าเราเป็น Cell 1 Cell แล้วเราพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ดีขึ้น ดีขึ้น ตลอดเวลาในทุกๆ ด้าน Cell ทุก Cell รวมตัวกัน ก็จะกลายเป็นร่างกายและสังคมที่แข็งแกร่งอย่างมหาศาล

แต่ถ้า Cell ทุก Cell อ่อนแอ ผลก็คือตรงกันข้ามครับ

เรามาพัฒนาตัวเองกันก่อนดีกว่า

วันนี้พวกเราอ่านหนังสือพัฒนาตัวเองกันเดือนละกี่เล่ม ?

หรือมองว่าตัวเองมีปัญหากี่ข้อ ควรจะแก้ไขอย่างไร จะใช้เวลานานเท่าไหร่ในการแก้ไข ?

คุณอยากมีทักษะอะไร คุณวางแผนว่าคุณจะได้ทักษะนั้นมาได้อย่างไร ใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะไปถึงตรงนั้นได้

คุณอยากจะเป็นเจ้าของบริษัทเต็มตัว มีลูกน้องทำงานให้คุณ คุณไม่ต้องเข้า บริษัทก็ ทำงานrun ไปได้ด้วยตัวเอง เมื่อคุณอายุเท่าไหร่?

จุดมุ่งหมายสูงสุดในชีวิตคุณคือ ?

ณ วันนี้ คุณใช้เวลากี่นาทีในยี่สิบสี่ชั่วโมง ในการพัฒนาตัวเอง ในทุกๆ ด้าน ?

วันนี้คุณก้าวไปข้างหน้าตรงไหนบ้าง คุณเรียนรู้อะไรใหม่ๆ บ้าง? 

ผมเชื่อว่า ถ้าเราถามปัญหาพวกนี้กับตัวเองบ่อยๆ เราจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากก้าวไปข้างหน้า เป็นตัวอย่างที่ดีของคนรอบข้าง เขาก็จะอยากเอาอย่างเรา แล้วก็จะขยายวงกว้างแล้วพัฒนาออกไป

 

 

 

ผมชอบคำพูดในเพลงของ นักร้องที่ผมเคยชอบ ชื่อ Michael Jackson ว่า

"If you want to make the world a better place, take a look at your self and make a "CHANGE"

จาก เพลง Man in the Mirror

 

ถ้าจะเปลี่ยนแปลงประเทศของเราให้ก้าวไกล ลองเริ่มจากคนในกระจกเงา ก่อนดีมั้ยครับ ?

     Share

<< เราต่างมีสมการที่น่าอิจฉาเราต่างมีวิธีที่น่าอิจฉา >>

Posted on Sun 7 Oct 2007 9:14

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

เราต่างมีงานนอกที่น่าอิจฉา
เราต่างมี ปี 53 ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีประกันที่น่าอิจฉา
เราต่างมีข้อสอบที่น่าอิจฉา
เราต่างมีโอเลี้ยงที่น่าอิจฉา
เราต่างมีออกพรรษา ที่น่าอิจฉา
เราต่างมี ปีใหม่ 52 ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีปีใหม่ 2552 ที่น่าอิจฉา
้เราต่างมี คลาสสิกไดอารี่ ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีคอรับชั่น ที่น่าอิจฉา
สองใจ ทำไม
หนึ่งคนที่เข้าใจ
เราต่างมีสิ่งเสพที่น่าอิจฉา
เราต่างมีโทรศัพท์ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีปตท. ที่น่าอิจฉา
เราต่างมี ไอเอ็มเอฟที่น่าอิจฉา
เราต่างมีอดีตนายกที่น่าอิจฉา
เราต่างมีปรสิต ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีวิธีที่น่าอิจฉา
เราต่างมี better place ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีสมการที่น่าอิจฉา
เราต่างมีพี่นัยที่น่าอิจฉา
เราต่างมีพี่หมอที่น่าอิจฉา
เราต่างมีภาระที่น่าอิจฉา
เราต่างมี 500 ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีเสียใจที่น่าอิจฉา
เราต่างมีฟันที่น่าอิจฉา
เราต่างมีพระพี่แว่นที่น่าอิจฉา
เราต่างมีอินเดียที่น่าอิจฉา
เราต่างมี "เข้าใจ" ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีพ่อที่น่าอิจฉา
เราต่างมีวันแรงงานที่น่าอิจฉา จริง ๆ
เราต่างมีวันแรงงานที่น่าอิจฉา
เราต่างมีคำพูดที่น่าอิจฉา
เราต่างมีผู้รับเหมาที่น่าอิจฉา
เราต่างมีผังเมืองที่น่าอิจฉา
เราต่างมีกูปรีที่น่าอิจฉา ขัดเกลา1
เราต่างมีกูปรีที่น่าอิจฉา
เราต่างมีรองเท้าที่น่าอิจฉา