เราต่างมี บันทึกเก่า ๆ ที่น่าอิจฉา

เมื่อสองสามวันก่อน ไปรื้อดูในคอม  พบว่ามีบันทึกส่วนหนึ่งตกค้างอยู่ในคอม บางฉบับก็มีอายุ 5 ปีเข้าไปแล้ว  ซึ่งถ้าผมไม่ทำอะไรกับมัน  คาดว่า อีก 5 ปี  ก็จะต้องมาเจอมันซ่อนอยู่คอมอยู่อย่างนี้ไม่ไปใหน

อย่ากระนั้นเลย  เอาเลงย้อนหลัง    กี่ปีก็ว่ากันไป แต่ขอให้มันอยู่ด้วยกันเป็นที่เป็นทาง แม้ไม่เป็นระเบียบก็ตามทีเถอะ

 

เสาร์ 9 กพ. 2551
วันนี้หากแบ่งโลกเป็นสองโลกคือโลกแห่งการทำงาน และโลกแห่งการพักผ่อน  ผมทำหน้าที่ได้เต็มสิบทั้งสองโลก
เช้าไปที่ทำงานแล้วตอกบัตร 8.30 น. แล้วออกมาหาอะไรกินที่เต๊นท์สวนรถไฟ ก่อนจะเริ่มทำการพักผ่อนทันที   เริ่มจากการนั่งวาดรูปที่สวนรถไฟ  ทำสีน้ำตามอำเภอใจอย่างมีความสุข  อาจจะมีกลุ่มเด็กจักรยานแว้นผ่านมาแซวบ้าง ก้อไม่ถือสา  ยังดีที่เด็กพวกนี้ยังเห็นการมาสวนสาธารณะดีกว่าเดินเที่ยวห้างเสเพล
วาดจนเที่ยง ก้อมีคนแวะมาดูมาทักทายเป็นระยะ  ไม่อะไรกะเรามาก
วันนี้ได้ปรัชญาง่าย ๆ ที่ชัดเจนมาข้อหนึ่ง  การทำงานศิลปะ สำหรับเราเป็นการหาความสุขง่าย ๆ ที่ได้ใช้เวลาคุ้มหิว ได้ฝึกฝีมือ ได้ผ่อนคลาย และเมื่องานมันเสร็จออกมาก้อได้ความสุขชื่นใจ  ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความสุขที่ไม่ต้องเสียเงินเลยซักบาท  ผิดกับการที่คนไม่รู้จักการเสพศิลปะหรือการสร้างสรรค์ศิลปะ  ก็ย่อม้องหาวิธีหาความสุขแบบอื่น ซึ่งส่วนมากก็ต้องใช้เงินซื้อ  และหากเราต้องการความสุขมากเกินไปหรือมี่ภาระที่มาต้องการความสุขจากเรา  เงินที่หามาได้อาจจะซื้อความสุขไม่พอ  จนอาจจะต้องเพิ่มรายได้ให้ตนเองด้วยวิธีผิด ๆ เช่นการรับสินบน การคอรับชั่น
ตอนบ่ายผมกลับมาสวนรถไฟอีกครั้ง เพื่อวาดรูปสีน้ำอีกสักรูป   สรุปวันนี้ได้รูปวิวสีน้ำ 2 รูป เป็นสองรูปที่ภาคภูมิใจมาก  เห็นได้ชัดถึงคุณภาพกระดาษที่แพงกว่ากระดาษที่เคยใช้วาด  ถือว่าคุ้มราคาไม่เสียแรงที่ซื้อมา
เช้า สาย บ่าย เย็น วันนี้คือการพักผ่อนที่แสนจะโคตรพักผ่อน ที่สำคัญหลังจากตอกบัตรออก  หน้าที่การงานของผม วันนี้ถือว่าได้ทำเต็มสอบ  เพราะองค์กรณ์แห่งนี้ เอาบัตรตอกเป็นสำคัญ
วันนี้ลูกสาวลุงมนูญแต่งงานในโรงแรมหรู  ขอยอมรับว่าน้อยใจนิด ๆ ที่ลุงไม่ได้ชวน  แต่มานึกอีกที  หากลุงชวนแล้วผมไม่ไป ลุงก้ออาจจะน้อยใจเช่นกัน
กลับมาห้องดูหนัง เล่นกีต้าจนค่ำดึกดื่น  นี่เป็นวันพักผ่อนที่ผมไม่ได้ไปใหนไกล  ไม่ได้ใช้เงินเยอะ ไม่ได้ใช้เวลาเสียเปล่า แต่ได้มาซึ่งความสุขและผลงานศิลปะที่สามารถเก็บสะสมใว้เป็นคุณค่าชีวิตประดับโลกได้ชิ้นสองชิ้น
วันนี้คงเป็นวันที่ภูมิใจเต็มร้อยกว่านี้ หากช่วงค่ำไม่มีอาการเหงากำเริบจนต้องดื่มเบียร์เคล้าคลอบทเพลงก่อนนอน

อาทิตย์  10 กพ. 2551
ตื่นเที่ยงด้วยเหตุเกิดจากเมาเบียร์เมื่อคืน ดื่มหนักจนหลับไป  ตื่นมาเกือนบเที่ยง  มีโปรแกรมจะไปสวนรถไฟเช่นเคย วันนี้น่าจะได้บรรยากาศการวาดภาพสักภาพ  ทานข้าวเที่ยงร้านข้าวแกงเจ้าเก่า ไม่อยากบอกว่าสองสามวันนี้ท้องเสียเพราะทานร้านเจ๊ เดี๋ยวเจ๊น้อยใจ  ก้อของเจ๊น่าทานดีนี่หน่า
จนบ่ายสาม เพิ่งได้วิววาด สี่โมงวาดเสร็จไม่พอใจเลย  วันนี้ไม่มีดนตรีในสวน และผมหอบอุปกรณ์มาเยอะเกินไป  คราวหลังต้องวางแผนการเดินทางให้รัดกุมกว่านี้  หรือไม่ก็ผ่อนคลาดกว่านี้หน่อย
กลับมานอนกลางวันที่ห้อง ตอนเย็นไปตลาดนัดได้กางเกงมาตัวนึง 60 บาท สวยดีแต่คงเก่าเร็วตามราคา  ตอนค่ำไม่มีไรทำอีกเช่นเคย

จันทร์ 11 กุมภาพันธุ์ 2551
มื้อเที่ยงนึกบ้าอะไรก้อไม่ทราบ ไปทานชาบูชิที่เซ็นทั่น พี่เจริญชัยไม่มาทำงาน เลยไม่ค่อยมีกินกรรมงานอะไร  ทำงานแบบลอยตัว แค่เอาตัวเองให้รอดพ้นจากวงจรอุบาทว์นี้ไปให้รอดฝั่งได้ ครูบาอาจารย์ก็คงดีใจไม่น้อย ถือเป็นการกุศลทานแก่อาจารย์วิโรฒ ศรีสุโรผู้ลาลับไปอย่างสงบท่ามกลางความอาลัยระลึกของเหล่าศิษย์  ตอนเย็นได้ออกกำลังเป็ล่ำเปนสัน  หน้าที่ใหม่ที่เก่ากลับมาอีกแล้ว คือหน้าที่มือกลองประจำวง  ต้องรื้อฝีมือห่วย ๆ ออกมาให้ได้มากที่สุดก่อนวันเสาร์ถัดไป  ปั่นจักรยานเต็มสปีดรวดเดียวสิบกว่าเพลง ( สำหรับผม  หน่วยของการออกกำลังกาย นับเป็นเพลง....ไม่ต้องรู้เรื่งอกูมากก้อได้ )มื้อเย็นกรรมกรก้อสำราญดี ถึงห้องทำบ้านอู๋ต่อได้นิดหน่อย  อิ่มใจ นอน วันนี้เปนเด็กดี ไม่ออกไปเที่ยวและทานเบียร์แค่  1  ขวด

อังคาร 12 กุมภาพันธ์  2551
พี่เจริญชัยเข้ามาทำงานช่วงเช้า  ...จริง ๆ แล้วเรื่องงานช่วงนี้ไม่ได้มีเฮี่ยอเะไรเลย ทำงานแบบลอยตัว มีคนมาทักว่าวาเลนไทน์จะทำไง เราก้อไม่รู้จะทำยังไง มึงจะให้กูทำยังไง หือ หือ..
ไปดูมาแล้ว CJ7 ของโจวซิงฉือ สนุกสนานดี และได้ข้อคิดหลัก ๆ โง่ ๆ มาตอกลิ่มย้ำหัวใจได้ตรงเป้า ตรงเวลาดีชิบหาย   คือพ่อลูคู่นี้จนจนแทบไม่มีจะกิน แต่พ่อยังยืนยันจะสอนลูกว่า ไม่ให้ไปโขมยของใคร ไม่ให้ไปโกงใคร  ดูแล้วรักพ่อตัวเองขึ้นมากโข  อยากให้คุณพ่อที่มีลูกและตัวเองยังขาดสำนึก  มาดูหนังเรื่องนี้ทุกคน  เพราะหาไม่ เด็กที่มันจะโตออกมา มันอาจจะไม่มีโอกาสได้รับฟังคำสอนดี ๆ แบบนี้เต็มปากเต็มคำจากปากพ่อตัวเองเลยตลอดชีวิต
ตัวอย่างเด็กเปรต ๆ พวกนี้ก้อมีให้เห็นตามผับทั่วไปเมื่อคืน และตามหนังสือพิมพ์เมื่อเช้า
มื้อค่ำซัดคอหมู คิดอะไรของมันไม่ทราบ

พุธ  13 กุมภาพันธุ์  2551
มื้อเที่ยงกินข้าวเหนียวไก่ทอดที่ห้อง วันนี้เอาคอมไปที่ทำงานเพราะจะทำงานอู๋  ได้เรื่องดี  ทั้งนี้เพราะลุงไม่มา รู้ยังงี้ทำซะตั้งแต่เมื่อวาน  วันนี้คุณเจริญชัยไม่มา คุณมนูนก้อไม่มา คุณภูริทรก้อไม่มา  ทั้งลูกพี่ลูกน้องหายหมด  เหลือแต่คุณศิริชัย เจ้านายจำแลง  ให้คอยทะเลาะด้วยหน่อยนึงช่วงเช้า
วันนี้ไปออกกำลังกายดีกว่า  วันนี้มีตลาดนัดด้วย ผมซื้ออาหารมาเยอะเกินแล้วกินไปไม่ถึงครึ่งอีกแล้ว  บทเรียนนี้ทำไมเราจะไม่ได้ซักทีนะ เวลาหิวมาก ๆ แล้วอาหารมันเยอะแยะ เรามักจะซื้อมาเยอะ และกินไม่หมด  ไม่เคยหมด และแต่ละอย่างรสชาดก้อไม่ได้ดีเหมือนตอนเห็นหน้าตามันครั้งแรกเลย
คืนนี้ก่อนวาเลนไทน์ ผมเมาแอ๋อยู่ติ๊ดชึ่งบาร์แหล่งเก่า  บทเรียนอีกอย่างสำหรับการเที่ยวติ๊ดชึ่ง คือเวลาจะเปิดเมมเบอร์อะไร พึงศึกษาแหล่งที่เที่ยวหฝ้ดีเสียก่อน  ผมไม่ค่อยเสียดายที่เปิดเมมเบอร์ที่นี่ แต่เวลาอยากกินมันจะรู้สึกแปลก ๆ เปลี่ยนร้านก็ไม่ได้  มันอึดอัด  และในใจของคนมีเหล้าฝากทุกคนก็คงเหมือนกัน  คือเมื่อใหร่เหล้ามันจะหมดเสียทีวะ  จะได้ไปเริ่มที่ร้านอื่นต่อดีกว่า  เพราะเบื่อแล้ว  หมดเงินไปเยอะมาก เวลาเมามักจะจ่ายไม่คิด คืออยากเอาอยากกินก้อซื้อก้อจ่าย  ทิบเด็ก หรืออาหาร สั่งตามใจไม่มียั้งคิด  นี่เห็นจะเป็นหลังฐานสำคัญมัดตัวแอลกอฮอล์ได้ดีข้อหา เป็นตัวการให้เกิดการขาดสติ
บทเรียนวันนี้ นอกจากอย่าขาดสติแล้ว  ต้องอย่าทำอะไรที่จะนำไปสู่การขาดสติด้วย
 
พฤหัส   14 กุมภาพันธุ์ 2551
ทุกปี วันวาเลนไทน์สำหรับผม ถือเป็นวันสังหาร  ไม่รู้อะไรดลให้คิดอย่างนั้น ทุกครั้งจะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ปกติสุขนัก ภาวนาให้ผ่านวันนี้ไปให้เร็วที่สุด เรื่องรักสมหวังบ้างผิดหวังบ้างตามประสาคนรักโสดสันดานหมา อีตอนมีอยากโสด อีตอนโสดอยากมี มันจะมีหรือไม่มีก็ตามแต่ วันนี้ถือเป็นวันที่ต้องผ่านไปให้ได้เร็ว ๆ
เรื่องงาน วันนี้เถียงลูกพี่คนหนึ่งแทนลูกพี่อีกคนหนึ่ง อยากให้ลูกพี่ทุกคนบนโลกสำนึกหน่อยว่า การให้ลูกน้องเถียงแทนเนี่ย ไม่ได้อะไรแกลูกน้องเลยจริง ๆ ถ้าเป็นไปได้ อะไรที่ลูกพี่เห็นไม่ตรงกัน ลูกพี่ก้อควรคุยกัน  รู้เอาใว้และจำเอาใว้ให้ดีว่าการเถีงแทนเจ้านายเนี่ย มันเหนื่อยชิบหาย  เพราะเราอยู่ในระดับที่เค้าด่าได้สนิทใจ แต่ดันอยู่ข้างนโยบายที่เค้าไม่เห็นด้วย  และไอ้ลูพี่ที่เถียงด้วยเนี่ย ก้อเหมือนมันจะไม่รู้สถานะ ว่าการคุยกันด้วยเหตุผล หรือนโยบาย  คุยกะใครก้อได้คำตอบเหมือนกันนั่นแหละ  แต่คุยกะระดับล่างมันได้ด่าด้วยใช่มั๊ยล่ะ ... เหี้ยเอ๊ย
เยนออกกำลังกาย คอมมีอาการบ้าบอหลายอย่าง พุ่งนี้จะเอาไปให้ร้านเค้าทำให้


ศุกร์  15 กุมภาพันธุ์  2551
ทำงานง่อกแง่ก บ่ายเอาคอมไปซ่อมสักการะการใช้สิทธิ์ให้คุ้ม ตอนเย็นไปออกกำลังกายนิดหน่อย สวนรถไฟเปลี่ยนเส้นทางการสัญจรจักรยานให้ชิดซ้าย และวิ่งได้ทุกเส้น  แต่กระนั้นก้อยังไม่สามารถทำลายกำแพงวินัยของคนกรุงได้หรอกครับ
คืนนี้คุยโทรศัพท์กับอู๋เรื่องงาน รู้สึกแปลกนิดหน่อยที่กะเพื่อนต้องมาคุยเรื่องงานกัน และไม่มีเรื่องส่วนตัวอะไรอื่นเลย   ทีหลังจะไม่ทำแล้ว  คือจะไม่โทรหาเพื่อนด้วยเรื่องงานอย่างเดียว  ประเด็นของการคุยกะเพื่อนต้องเป็นเรื่องเพื่อนมาก่อนเสมอ  คุยกัน  คุยกะพี่จัมโบ้เรื่องสัพเพเหระ มีการเชิญชวนผิดศีลข้อห้ากันเป็นมั่นเป็นเหมาะ  โปรแกรมการเลิกเหล้ายาของผมก้อต้องเลื่อนออกไปด้วยประการชั่ว ๆ ฉะนี้  คุยกับแอนเรื่องเพื่อนที่ชื่อเว  รู้สึกว่าแอนจะประทับใจเพื่อนคนนี้มากเลย  หวังว่า ตอนจบของหนังไทยเรื่องนี้จะจบลงด้วยการที่พระเอก พบรักกับนางเอก

เสาร์  16 กุมภาพันธุ์  2551
ฉากหลังห้องทำงานของพี่เทพชัย หย่อง  คืออาคาร ปตท. และไซท์งานก่อสร้างของผมและบริษัท  ไม่ได้สะท้อนอะไรมากมาย แค่บอกว่าภูมิใจที่ประเทศมีคนอย่างพวกคุณครับ
วันนี้ดูหนังเรื่อง ชาลีวิลสัน วอร์ หนุกดี แต่รู้สึกจะเป็นหนังประเด็นการเมืองมากกว่าประวัติศาสตร์  เนื้อหามีบทพูดเชิงละครเยอะไป  แต่ก้อเป็นหนังการเมืองที่สนุกไม่น้อย 

อาทิตย์ 17 กุมภาพันธุ์  2551
ทำงานให้อู๋เสร็จแล้ว พรุ่งนี้จะส่งให้ ไม่รู้คิดถูกหรือเปล่าที่ทำงานให้เพื่อน เพราะเพื่อนเองก็อาจจะตะขิดตะขวงใจในการสั่งและการจ่าย และนั่นไม่เป็นผลดีเลย  เครียดมากจนอยากจะคุยกับพี่เจริญชัยให้รู้แล้วรู้รอด แอนโทรมาบอกว่าชวนกินเหล้า  บ่ายดูหนังบ้า ๆ  เร่องนึง คือคริตกะจ๋า บ้าสุด ๆ  ชื่อหนังไม่เกี่ยวอะไรกับเนื้อหาเลยซักนิด  เหมือนรายการโชว์หักหลังดาราอะไรพวกนี้ เป็นหนังกะเทยที่เสียดายตัง  ขอตำหนิคนทำหนังแบบนี้ว่า ทำหนังออกมาเหมือนดูถูกคนดูมาก
วันใหนจำไม่ได้ ที่ล็อกจักรยานโดนโขมยไป  แปลกใจที่โจรเดี๋ยวนี้รสนิยมต่ำลงทุกวัน ๆ

จันทร์ 18 กุมภาพันธุ์  2551
ได้เรื่อง คุณปีเตอร์กับลุงได้คุยกันเรื่องพี่สิริชัย ผมยังมองหน้าแกติดอยู่ แต่คงหมดความนับถือศรัทธาอาวุโสแกลงไปมาก  จำใว้ให้ดีก็แล้วกัน ยามแก่ยามเฒ่า หากไม่อยากให้รุ่นหนังสาบด่า อย่าทำตัวอย่างนั้น 
วันนี้ทำการงดเหล้า งดบุหรี่  รู้สึกได้ว่าทำยากมาก  เพราะนอกจากจะทำให้นอนไม่หลับแล้ว ยังทำให้ต้องหาเรื่องเช่าการ์ตูนมาอ่านฆ่าเวลา แต่ก็ดีกว่าเมาล่ะวะ

อังคาร 19 กุมภาพันธุ์  2551
โทรคุยกับหมอหน่องเรื่องยาริดสีดวง ที่ต้องถามเพราะรู้สึกว่าตนเองจะเป็น  จากการวินิจฉัย พฤติกรรมหลัก ๆ ของเราที่ทำให้เกิดโรคก็คือ  การชอบไอชอบจามแรง  และชอบนั่งเกร็งนาน ๆ ส่วนเรื่องวินัยการขี้เราคิดว่าเราไม่มีปญหาอะไร  สาเหตุหลักตอนนี้ มี 3 เรื่องและต้องหาวิธแก้ให้ได้
  1 การไอ การจามแรง  เรื่องการไอก็เกิดจากระบบคอ ท่อลมและท่ออาหารของเราเอง ให้แก้คงยาก เพราะเป็นพฤติกรรมที่เป็นมาตั้งแต่เกิด  แต่คงลดได้หลังจากเลิกสูบบุหรี่ การไออาจจะลดน้อยลง  ส่วนเรื่องการจาม  ผมจามแรงโดยพันธุกรรม เนื่องจากพ่อเองก็จามแรง  ไม่เคยเลยที่จะไม่ ฮัดชิ่ว ๆ เหมือนคนอื่น ๆ เวลาจามจะดังไปทั้งซอย
   2 การนั่ง ที่ไม่ใช่นั่งขี้ เกิดจากเก้าอี้ที่ทำงานรู้สึกว่าจะผิดแบบสรีระนิดหน่อย  และเวลาทำงานผมก็ต้องนั่งเบี่ยง ๆ เกร็ง ๆ เพราะขนาดเก้าอี้ที่กว้างเกินกว่าจะสอดตัวเองไปใต้โต๊ะได้  นึกภาพการนั่งเก้าอี้กินข้าวที่ขอบถังอะไรตัน ๆ เราจะไม่สะดวกเนื่องจากขาไม่ได้สอดเข้าไปไต้โต๊ะ  จำใว้ ๆ   อีกปัญหาการนั่งคือการที่ห้องไม่มีเฟอร์นิเจอร์ด้วยปัญหาขนาดของห้อง  แต่จะอ้างไปก็เท่านั้น  บ้านญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างการปรับพฤติกรรมที่ดี
     3 พฤติกรรมการกิน  อันนี้แก้ไม่ยาก  ก็แต่กินผักผลไม้ เส้นใยเยอะ ๆ ใว้ก่อนเป็นดี  การขาดอาหารประเภทผักผลไม้ จะทำให้เกิดโรคนี้  และหากการกินผักผลไม้เพียงพอก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่น    อาหารที่ทำให้เป็นโรคนี้ ที่จริงไม่มี แต่ก็เป็นประจำ  เหล้า บุหรี่ อาหารมัน และรสจัดมักตกเป็นจำเลยเรื่องสุขภาพทุกเรื่อง และจริง

พุธ 20 กุมภาพันธุ์  2551
ร่อนใบสมัครไปแล้วเกือบสิบ แต่ไม่ซีเรียส ถ้าไม่มีใครเรียกสัมภาษณ์ ที่จริงหากมีการเรียกสัมภาษณ์ตอนนี้ผมจะลำบากต้องมาหาเอกสาร แลหลักฐานอื่น ๆ เยอะแยะ เรื่องของผมและลุงยังไม่จบ ดีที่ว่าวันนี้ไม่ได้คุยอะไรกับใครมากนัก
ตอนค่ำ ออกไปเมา และเปลืองเงินอย่างบ้าคลั่ง  รู้สึกว่าเวลาเมา  เราจะขาดสติมาก  ทางแก้ก็คือ  ต้องเลิกเหล้า

พฤหัส 21 กุมภาพันธุ์  2551
บันทึกวันนี้สั้นมาก แต่รับรองว่าครอบและคุ้ม
วาดสีน้ำที่สวนรถไฟ ตอนค่ำดู JUMPER คุ้มค่าตั๋วที่สุดในรอบครึ่งปีก็ว่าได้
ทานเบียร์แค่กระป๋องเดียว นอน
 
ศุกร์ 22 กุมภาพันธุ์  2551
เรื่องงานก็เหี้ยเหมือนเดิม คนเข้าใจไม่มี คนไม่เข้าใจมักจะเสือก และคนไม่ดีมักไม่เข้าใจ  คืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่เที่ยว สาเหตุจากว่าไอ้แอนเบี้ยวนัด  คืนนี้ผมเลยไม่มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์พิเศษ
คืนนี้ผมไปบาร์เกย์มา  ของจริง ตัวจริง  ไม่ใช้สลิง
มันเริ่มจากผมก็เดินถือกระป๋องเบียร์คู่ชีพไปตามซอกซอยในพัดพง มองเข้าไปในร้าน สาวเต้น กะเทยเต้น ที่เปิดประตูอ้าซ่าชี้ชวน  บางร้านก้อปิดประตู แต่มีข้อความแสดงให้เห็นว่า เปิดไม่ได้ เราโชว์แบบ  อืมมม  ยังไงดีล่ะ  เดี๋ยวแม่ด่า
ผมเดินไปถึงซอยนึง พอได้กลิ่นแล้วแหละว่าเกย์ควรมา แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะหาร้านแบบนั้นเจอได้ยังไง มันต้องซอนอยู่ รู้กันเฉพาะกลุ่มอย่างมาก  และผมจะต้องทำยังไงถึงจะได้รู้ 
ตัดสินใจเดินเข้าไปทำมึน ๆ  เหมือนทุกครั้งที่เวลาไปที่เสี่ยง  ๆ จะต้องทำเหมือนเคยมา  แล้วเดินวนไปวนมา
ยังไม่ทันเดินได้ถึงห้าก้าว   ผมโดนผู้ชาย 4 -5  คนฉุกระชาก แย่งทึ้งแขนขา  เพื่อให้เข้าไปร้านมัน    มันเป็นบาร์เกย์กันทุกร้านเลยครับ  และผู้ชายหล่อ ๆ ที่เข้ามาชี้ชวน ก็จับพิรุธได้อย่างง่ายดายว่า ผมเพิ่งเคยมา  มันเลยแห่กันมาแล่เนื้อผมใหญ่  ผมต้องออกแรงชนิดที่ว่า เอาจริงแบบแมน ๆ จนกว่าจะหลุดมันมาได้เพื่อเดินไปต่อที่ที่ปฏิบัติกะเราดีกว่านี้  หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ซอยมันคงไม่ตัน 
ผมเจอแล้วร้านนึง ชื่ออะไรจำไม่ได้ แต่ประตูมีลายเงาผู้ชายกล้าม ๆ แปะอยู่  ผมมาแล้ว ผมมาแล้ว  และผมเข้าไปแล้ว
พระพุทธเจ้า  ที่แห่งนี้ยังเป็นดาวโลกอยู่หรือไม่  ผมหลุดมาไกลนอกจักรวาลไปแล้ว  มันเหมือนจะเป็นสวรรค์ของคนทั่วไปที่นี่ แต่สำหรับผม ผมไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น มันมึน ๆ งง  อึ๊ง  เฉียดช๊อก
ผมนั่งโซฟายาวติดกะฝรั่ง  ที่นั่งจะเป็นเหมือนเวทีมวย เป็นโซฟาล้อมเวที มีโต๊ะลอยขวางทางเข้านิดหน่อย  สั่งเบียร์หนึ่งขวด ดื่มและยิ้มให้ฝรั่งที่จั่งข้าง ๆ อย่างมีไมตรี  และภาวนาว่ามันคงแค่รับไปตรีไปจากกูแล้วอย่ามายุ่งกะกูนะ
    บนเวทีครับ จะมีคิวการโชว์เป็นช่วง ๆ ช่วงที่ผมเข้าแรก ๆ เป็นโชว์การเดินแบบ ยืนแบบ และคลึงแบบ แต่ละคนหุ่นเหมือนนายแบบกางเกงในชาย หน้าเหมือนนายแบบเครื่องดื่มลูกทุ่ง สลับกันเดินไป ๆ มา ๆ เพื่อโชว์กางเกงในชายกัน  ยอมรับว่าหุ่นดีมาก  พวกมึงแบกข้าวสารแถวใหนกัน ถึงไม่หลับไม่นอน และไม่มีใครมีแผลเป็นใส้ติ่งเหมือนผมเลย  เป็นอันว่า ผมคงมาประกอบอาชีพทางนี้ไม่ได้แน่  
 ท่าหลักของการโชว์ ๆ คือการเอาแขนไปใขว้กันที่ท้ายทอย โชวขนจั๊กกะแร้ และซิกแผ็ก  และเต้นหมุนเอวเหมือนเกิรลี่เบอรี่ ท่าเสริม  คือการกระดกเอว  แอ่นตูด แบบโคโยตี้  และการทำลำตัวให้เลื้อย ๆ เหมือนหนอนแนวตั้ง  ทุกคนมีหน้าที่เต้นท่าเหล่านี้จนจบสามเพลงแล้วจะมีหนุ่ม ๆ อีกชุดขึ้นมาใหม่
 แล้วระหว่างที่รอขึ้นเต้น พวกมันไปใหน ...   มันเดินครับ มันเดินมาตามโต๊ะ  และส่งยิ้มให้ผู้ชายด้วยกันที่มาเยี่ยมชมสวรรค์ของเค้า ผู้ชายกางเกงในเป็นสิบ เดินไปเดินมาต่อหน้าผม  แล้วยิ้มให้ผม  พยักหน้าหงึกนึงแล้วเดินผ่านไป   ผมเพิ่งเคยเจอยังงี้ครั้งแรกในชีวิต  บางคนทำท่าเมหือนจะเดินเข้ามาหา ผมทำได้แค่หันกลับไปมองที่เวทีอย่างนิ่ง ๆ ด้วยใจระทึก  พอมันเห็นว่าเราสนใจเวทีอยู่ มันก็เดินกลับไปทางเอกของมัน
 สามเพลงเปลี่ยน สามเพลงเปลี่ยน  อ้าว ชุดเดิมนี่ว่า  ทั้งร้านมีหนุ่มเต้นกันสองชุด  และสักครึ่งชั่วโมง  เค้าก็จะเปลี่ยนรูปแบบโชว์ไปเรื่อย ๆ ระหว่างเต้นชุดสุดท้าย พนักงานอีกกลุ่มเร่มเตรียมโชว์ชุดที่สอง(สำหรับผมคืนนี้) ผมเห็นมันเตรียมแล้วครับ  มันเปลี่ยนเสื้อผ้า (ที่มันมีแต่กางเกงใน) เป็นชุด   กางเกงในเส้น
 เหมือนจีสตริงครับ แต่ข้างหน้าอ้วนกว่า และข้างหลังมีเส้นรอบก้อนตูด สองก้อน  ไม่มีอะไรปิดก้อน  เส้นมันวิ่งอยู่เฉพาะวงรอบก้อนและในร่องตูดเท่านั้น
ชุดอะไรของมันไม่ทราบ  แม้ว่าผมข้ามผ่านอาการช็อกมาแล้ว  แต่พอมาเจอช็อกใหม่ ผมก็ช๊อกได้อีก  คืนนี้ผมอาจจะหัวใจวายตายจริง ๆ ก็เป็นได้  และเมื่อเพลงจบ พวกเขาก็เริ่มโชว์
 ขึ้นมาแล้ว  4 คน ยืนเรียงสี่มุมเพื่อความทั่วถึง แล้วก็เต้น  หนอน เต้นหมุน และเตนจั๊กกะแร้อย่างเคย  สองเพลงพอหอมปากหอมคอ  และก็เริ่มเปลี่ยนท่า  มีคนนึงเริ่มนอนลงไปกับพื้นแล้วทำท่าสะพานโค้ง  สะพานโค้งเหมือนวิชาพละ ปอสี่ แต่เราไม่ได้เห็นภาพโค้งสวยงาม  เพราเราไม่ได้มองด้านนั้น  เรามองด้านหน้า  มันหันด้านหน้าของมันมาที่แขกรอบ ๆ โต๊ะ  ผมไม่เคยเห็นผู้ชายไดในมุมนี้มาก่อน มันแปลก ๆ มืด ๆ อ้วน ๆ เหมือนเราคุยกับมนุษย์ต่างดาวอยู่
 บางคนที่บางมุม ก็ทำท่าโก้งโค้ง  โยคะ  และบีบอยกันไป  เจตนาแน่ชัดว่าไม่ได้ส่งเสริมสุขภาพอะไร  เพราะทุกท่า จะมีมุมเด็ด ๆ มืด ๆ อ้วน ๆ  ให้ฮือฮาเสมอ ถือได้ว่าโชว์ชุดนี้เป็นโชว์ชุดสมรรถภาพล้วน ๆผมว่าคืนนี้ผมไม่ดื่ม ก็น่าจะอ้วกได้ไม่ยาก
 ผมสู่รู้เรื่องโชว์ชุดต่อไปอย่างซุกซน และภาพที่เห็น ทีแรกผมคิดว่าจะเป็นการเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกชุด  ผมเห็นมันถอดแล้ว ผมเห็นมันใส่แล้ว  ผมเห็นมันเดินขึ้นเวทีมาแล้ว เสื้อผ้าชุดนี้ของมัน  คือถุงยางอนามัยครับ
 อาภรณ์ผูชายกางเกงในเมื่อกี๊  ตอนนี้เหลือแค่ถุงยางสีสันสดสวยห่อหุ้มไอ้นั่นมัน  ผมสำลักเบียร์กระจายเต็มมือและเอาอีกมือมือกุมหัวใจแน่น ผู้ชายถุงยางเหล่านี้เอาอาวุธที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่ไปกว่ากัน  ชี้หน้าแขกแทบทุกโต๊ะ แน่นอน มันชี้มาที่ผมหนึ่งอันพร้อมรอยยิ้ม
   เกิดมาผมไม่เคยถูกยิงและไม่เคยโดนปืนชี้หน้า  ผมเคยคิดเล่น ๆ ว่าถ้ามันเกิดจริง  ผมก็คงจะต้องร้องขอชีวิตเหมือนคนทั่วไป  และพูดจากกันดีๆ   หรือไม่ก็แผ่เมตตารอตายไปเลย  แต่กรณีนี้ผมทำอะไรไม่ถูก    ถุงยางเหล่านั้นห่อหุ้มจู๋อยู่ข้างใน และทุกจู๋แข็งตั้งเต็มที่อย่างพร้อมเพรียง  และอาจจพร้อมยิงก็เป็นได้  ผมควรจะร้องขอชีวิตกับพวกเขาหรือไม่  หรือผมควรจะแผ่เมตตา  หะ หะ  ผมทำอะไรไม่ถูก   อ๊าาาก
 นึกภาพจู๋ที่แข็งและหนักชี้หน้า เดินไปเดินมา เต้นท่ามหุนเอว ท่าหนอนแนวตั้ง และท่าจั๊กกะแร้ตลอดเวลา  ทุกจู๋ตวัดพลิ้วตามแรงการหมุนร่างกาย  เวลาเบรกก็มีสั่นหน่อยนึงเหมือนไม้พลองเฉินหลง  พร้อมใข่สองใบที่แก่วงชนกันไปกันมา  ตุบตับ ตุบตับ   ผมมึนงงอย่างบอกไม่ถูก มันเสณ้า ๆ น้ำตาใหล  แต่อีกใจมันก็เฮ่ย  เฮ่ย  ระทึกตลอดเวลา เหมือนเล่นสวนสยาม
 และจุดขายจุดหนึ่งของทุกจู๋บนดาวดวงนี้ คือเสาสแตนเลส  เป็นปกติธรรมดาที่ทุกร้านโลกีย์ จำเป็นจะต้องมีเสาสแตนเลสให้คนเต้นได้พักพึ่งพิงและคิดถึงการเดินทางด้วยรถไฟฟ้ามาหานะเธออยู่แล้ว  แต่เสาที่นี่ ไม่ได้มีใว้ยึดเกาะแต่เพียงอย่างเดียว  มันทำได้มากกว่ารถไฟฟามากมายกนัก 
 มันเอาใว้ฟาดครับ...
 ใช่แล้วครับ  มันเอาจู๋มัน  ฟาดเสาสแตนเลสครับ
 ผมสำลักจนเบียร์หมดปากและหมดขวดแล้ว  ตอนนี้ผมเหงามาก  คิดถึงพ่อและแม่ที่แก่เฒ่า  อยากบอกท่านว่า  อยู่กับท่าน อบอุ่น คิดถึงมาก
 ระหว่างเช็ดน้ำตาที่ใหลเป็นจริงเป็นจัง ต่อหน้าหนุ่มถุงยางที่ยืนยิ้มกระหยิ่มด้วยความภาคภูมิใจ  ในการฟาดเสา  ผมสังเกตเห็นว่าฝรั่งที่นั่งข้าง ๆ มีหนุ่มมานั่งด้วยแล้ว  คงจะเพิ่งมานั่ง และคุยทาบทามกันเฉย ๆ แต่กันก็มีโอบกอดกันแล้ว  เบื้องหน้าคือโชว์มหรสพเพลงสแตนเลส แก๊ง แก๊ง  และสีหน้าเจ๋ง ๆ ของสารพัดจู๋ เบื้องขวามือนี้คือ  ภาพกระหนุงกระหนิงกันระหว่างชายฝรั่งแก่ กับเด็กหนุ่มกางเกงใน  ผมตัดสินใจสั่งเบียร์เพิ่มและลุกไปฉี่ทันที   เอาไงก็เอา  วันนี้มีเรื่องที่พิสดารที่สุดในชีวิตเกิดขึ้น  หากปอดแหกแล้วมึงอาจจะเสียใจ
 จบโชว์สแตนเลส  เด็กหนุ่มทุกคนจะแห่แหนกันไปเต้นบนเวที  เนื่องจากเป็นช่วงที่เด็กต้องหาแขกนั่งดริ๊งแล้ว  เด็กทุกคนจะโปรยสายตาไปหาแขกเพื่อชี้เชิญใหเรียกไปนั่งหลังจากเต้นเสร็จ   ตอนผมนั่งร้านที่ผู้หญิงเต้น  ผู้หญิงชุดชั้นในก็ทำอย่างนี้กับผมเหมือกัน  สิ่งที่ผมทำคือการหลบตาแล่วไปมองคนอื่น  ซะ  มันก็จะเลิกสนใจ  ที่นี่ผมก็ทำอย่างเดียวกัน
 พอผู้ชายชุดสองขึ้นเต้น ชุดแรกก้อเริมเดินรอบร้านทันที  ผมไม่เคยเห็นภาพอย่างนี้  ทีแรกคิดว่าก็เหมือนเดินแบบ มาให้ดูไกล้ ๆ จะได้เลือก  และไม่ได้ให้เลือกเปล่า  จับได้ด้วย   หาาาาา  จับได้ด้วย   ภาพที่ผมเห็นคือ  ผู้ชายถุงยาง เดินเอาปืนชี้หน้าผมด้วยรอยยิมเข้ามา  เข้ามา  มาหาบริเวณโต๊ะผมกะฝรั่ง   แล้วยื่นถุงยางห่อจู๋ไปทางฝรั่ง ให้ฝรั่งจับ  
 พระเจ้า  ของจริง ไม่มีสลิง ไม่มีสตั๊น มีแค่ถุงยาง   ฝรั่งก็จับ  จู๋  ก้น  หน้าอก และหัวนมมันอย่างเมามัน  และยังมีไมตรีจิตที่งดงาม ยื่นหนุ่มคนนั้นมาทางผมให้ผมเล่นบ้าง   ผมทำไรไม่ถูก   แต่กลัวคนจับได้ว่า ไม่ใช่เกย์จริงแล้วแอบมาเที่ยวลบหลู่เขา  เลยสักการะการจับหน้าอกไป 1 ที  สาธุ
 อ้อลืมเล่า  ที่นี่ไม่มีห้องน้ำหญิงครับ  มีห้องน้ำเดียวไม่แยกเพศ เพราะไม่มีอีกเพศอยู่แล้ว  แต่ถ้าถามคนบนดาวดวงนี้  เค้าอาจจะบอกว่า ที่นี่ไม่มีห้องน้ำชาย
 โชว์ชุดต่อมา  ... เฮ่อ  มันยังไม่จบอีกหรือเนี่ย
 โชว์ชุดต่อมา ผู้ชายอาบน้ำครับ มีผนังกระจกอยู่อีกมุมหนึ่ง  มีน้ำตกใหล ๆ และรางรับน้ำเหมือนช่องให้อาหารหมู แต่ไม่มีอาหารหมู  มีผู้ชายถุงยางบ้าง กางเกงในบ้าง เต้นอยู่ฟอกสบู่ไปด้วย  แต่ไม่ยักกะมีใครสระผม
ตอนนี้ไฟเวทีปิด  เพื่อให้คนมาทำความสะอาดเพื่อเตรียมชุดต่อไป
 ขนาดคนทำความสะอาดบนเวที ยังใส่สูท  ดาวดวงนี้อะไร ๆ กลับตาลปัดไปหมด
 โชว์เต้นอาบน้ำจบลงเมื่อเนื้อตัวสะอาดดีแล้ว  และพวกเขาอาจจะแต่งตัวเข้านอนกันจริง ๆ เลยก็ได้  และบัดนั้น เวทีก้อมีแสงใฟสว่างขึ้นมา  พลันสว่างขึ้นมา  พร้อมเพลงเร้าใจ และผู้ชายสี่คน ยืนอยู่เมหือนชุดแรก ๆ ผมไม่ขอตั้งชื่อต่อท้ายผู้ชายเหล่านี้  เพราะไม่รู้จะตั้งชื่อว่าอะไร 
 ผู้ชายกางเกงใน เค้าใส่กางเกงใน
 ผู้ชายถุงยาง เค้าใสถุงยาง
 ชุดนี้  ผู้ชายทุกคน เป็นผู้ชายเฉย ๆ  .. ผู้ชายเปล่า  ๆ  ไม่แต่งเติมไม่เพิ่มอะไรเลย  ลดก็ไม่ได้ เพราะทุกอย่างที่อยู่บนเวทีตอนี้ เป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิดทั้งสิ้น  ย้ำอีกครั้ง  ทั้งสิ้น  มันแก้ผ้าจู๋โด่กันพร้อมเพรียงทุกคน และทำสีหน้าให้เท่เหมือนนายแบบกางเกงใน
 เพลงมาแบบเนิบ ๆ เหมือนเพลงในฉากรักแบบโสลวโมชั่น และแล้วผู้ชายที่ยืนเข้าแถวสองแถวกัน ก็เต้นและหันหน้าเข้าหากัน โน้มคอของอีกฝ่ายหนึ่งเข้ามา  และจูบกันเมามัน...
 เบียร์หมดแล้ว และผมไม่คิดจะกินต่ออีกแล้ว  วินาทีนี้ ผมนั่งดูเฉย ๆ อย่างสงบดีกว่าจะไปกระโตกกระตาก หรือทำอะไรให้พี่ทั้งสองคู่เค้ารู้ว่าเรา แอบเห็นบทรักของเขาอยู่  เดี่ยวเขาจะอายกันไปใหญ่
 ผมรู้แล้วว่ามันจะโชว์อะไรกัน มันหยิบซองถุงยางอนามัยจากข้างเวที  ฉีกถุงและใส่ครอบจู๋อย่างเนิบ ๆ ให้กันและกัน  ก่อนที่อีกฝ่ายจะโลมไล้ปากออกมาจากอีกปากแล้วเลื่อนลงมาต่ำเรื่อย ๆ ถึงนม ซ้ายพักนึง ขวาพักนึง และลงต่ำไปต่อ  แล้วก้อเอาปากงับไอ้นั่นลงไปอย่างรุนแรง  เหมือนในหนังโป๊ที่ผมเคยดู แต่นี่ทั้งฝ่ายเป็นชายหล่อเท่ทั้งคู่  และบทรักก็ดำเนินมาถึงการสอดใส่จริง ๆ  จู๋อันนึง หายเข้าไปในตูดซึ่งอีกด้านของตูด ก็เป็นจู๋อีกอันนึงของเจ้าของตูดเอง  ผู้ให้ส่งเสียงร้องโหยหวน ผู้รับก็ไม่ได้มีสีหน้าความสุขอะไร
 เบียร์หมดแล้วครับ  ตอนนี้สิ่งที่ผมกินอยู่ คือน้ำลายและน้ำตาล้วน ๆ
 บนเวที พี่ทั้งสองก็แสดงกันไปเรื่อย ๆ อย่างปกติเหมือนไม่มีคนอยู่  ผมก็สงบนิ่งแผ่เมตตารอบแล้วรอบเล่า ไปจนกระทั่งจบการแสดง   
 ในชีวิตนี้เกิดมาต้องการเห็นอะไรมากมาย และไม่ต้องการเห็นอะไรมากมาย  สำหรับดาวดวงนี้ผมบอกไม่ถูก  มันไม่ได้อยุ่ในหมวดที่อยากเห็นมาก่อน และไม่เคยอยุ่ในหมดไม่อยากเห้น  มันไม่เคยคิดว่าจะมีสิ่งแบบนี้อยู่บนจักรวาลด้วยซ้ำ 
 คืนนี้ผมเรียกแท็กซี่กลับ ด้วยความสงบนิ่งเหมือนคนเพิ่งออกจากคุกแล้วไม่มีญาติมารับ 
 นี่คือประสบการณ์ชีวิตหน้าหนึ่ง ที่ผมว่าคนรู้ไม่น้อยกว่าคนไม่รู้ และน่าจะเป็นสัดส่วน  1ต่อหลายล้าน  ในแง่การใชัชีวิตผมโอเคเพราะรักการแสวงหาสิ่งให้เรียนรู้อยู่แล้ว  มันสนุกมันตื่นเต้น    ในแง่สาระชีวิต  ผมชัดเจนมานานและยังชัดเจนต่อไปในเรื่องของ  ความแตกต่าง  ความเชื่อที่ไม่เหมือนกัน หล่อหลอมให้คนโตมาไม่เหมือนกัน 
 สำหรับผมโลกนี้ไม่มีใครเลว  และไม่มีใครดี   เรามีแค่คนที่เราคบหาได้ และคบหาไม่ได้ 
 ขออุทิศบนทึกฉบับนี้ให้ทุกคนบนโลกที่คบหาผม  เราจะรักกันตลอดไปนะครับ
 
 

เสาร์ 23 กุมภาพันธุ์ 2551
เขียนบันทึกก่อนเกิดขึ้นจริง
วันนี้ไม่ไปทำงาน  อยากไปทำอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง และสุขภาพจิต
อยากเดินทางไปชลบุรี ด้วยวิธีสามัญ
อยากนั่งนิ่ง ๆ ในเมืองเงียบ ๆ
อยากกินอาหารดี ๆ ในที่ไกล ๆ
  ออกเดินทางไปหมอชิต  หลังจากเคลียร์ที่ทำงานได้พอควร  หรือแปลอีกอย่างหนึ่งว่า ทางสะดวก  เดินทางไปชลบุรีตามคำแนะนำของแอน  รถ ปอ 1 ที่แอร์ไม่เย็นเลย ใช้เวลา ชั่วโมงครึ่งถึงชล  ใช้เวลาอีกชั่วโมงครึ่งถึงบ่อทอง  ระหว่างทางก็เห็นชะนีชลบุรีเป็นระยะ ๆ เด็กที่นี่ นับได้ว่าเป็นเด็กขยันที่นมใหญ่กว่าจังหวัดใหน  ๆที่เคยเจอ  เท่าที่วิจัยทัน ได้ข้อสรุปว่า การเดินทางไปใหนมาใหนในจังหวัดนี้ ไม่ได้บกพร่องเลย สาเหตุหนึ่งน่าจะมาจากเป็นจังหวัดที่มีผู้มาเที่ยวเยอะ ภาษีเยอะ แต่คนยังน้อยอยู่ การบริการเลยทั่วถึง  แม้กระทั่งอำเภอบ่อทองเอง ก็ยังมีสะพานลอยเป็นของตัวเอง หนึ่งสะพานลอย  ตอนกลางคืนที่นี่เงียบและดาวสวยมาก  แต่ก็มืดและน่ากลัวในที

อาทิตย์ 24 กุมภาพันธุ์ 2551
นั่งรถคันเดิมที่นั่งเข้าไปเมื่อวาน ออกมาปากทางเข้าอำเภอ เพราะนันและเพื่อนจะเอารถมารับ และไปบางแสนกัน แต่ต้องแวะเลือก สว.ล่วงหน้ากันก่อน 
ทานอาหารใน ม.บูรพา ที่นี่น้อง ๆ เค้ายืนยันว่าฟิตเปรี๊ยะล่อให้เรามา และก็พบว่า มันพัฒนาไปเยอะกว่าปีที่แล้วมาก  ดูหนังที่แหลมทอง เดินเล่นหาดบางแสน ก่อนจะแยกกัน  กลับ
นี่เป็นวันหยุดที่ได้ใช้ชีวิตเต็มที่วันหนึ่ง ไม่น่าเกลียดเลยกับการเสียเงินในช่วงเสาร์อาทิตย์ สี่ห้าร้อย และได้มาซึ่งสิ่งเหล่านี้
ขอให้ครูทุกคนบนโลก มีความสุขมาก ๆ

จันทร์ 25 กุมภาพันธุ์ 2551
เรื่องงานไม่มีอะไรมาก ความเฮงซวยเก่า ๆ ที่เราต้องพยายามปรับตัวต่อไปให้ได้   เลิกงานก็กลับห้อง ตอนกลางคืนมีนัดกับแอนกินเหล้ากัน วันนี้แอนพาสาวมาอีกแล้ว เป็นสาวที่มันปิ๊ง สวย เก่ง และดูท่าจะชอบแอนเหมือนกัน แต่คุณสมบัติเด่นที่น่าสนใจคือ เธฮมีลูกมีผัวแล้ว หลายคน
คืนนี้เมาปลิ้น นี่เป็นวันพักผ่อนที่เมาปลิ้นอย่างมีสาระมาก อย่างน้อย ๆ ก็มากกว่าเมื่อวันศุกร์

อังคาร  26 กุมภาพันธุ์ 2551
ด้วยเหตุเมาปลิ้น เลยโดดงานไปดูหนังที่เมเจอร์ รังสิต จะไปทำอะไรได้ถ้าไม่ใช่ดูหนังคนเดียว และวันนี้ดูหนังรักโรแมนติกเสียด้วย  อยากจะร้องให้  ทั้งเพราะเรื่องหนัง และเรื่องอิจฉาคนมีคู่ สภาพรังสิตวันนี้ไม่ต่างจากวันก่อนเท่าใหร่นัก  ผมเคยมาอยู่ถิ่นนี้เมื่อสิบห้าปีก่อน ตอนนั้นลงเรียนติววิศวะเกษตร และเราก้อโดดเรียนบ่อยมากเสียด้วย นั่นคือจุดประกายแรกที่ทำให้อยากเรียนสถาปัตย์เลยก็ว่าได้  แถวรังสิต มีตลาดมีร้านค้าเยอะแยะ ผมแวะสระผมที่ร้านเสริมสวยร้านหนึ่ง ทั้งที่แถวนี้มีร้านสอนสริมสวยที่พร้อมให้บริการสระฟรีมากมาย แต่ก็ไม่อยากจะเสี่ยงอยู่ดี
หนังเรื่องกอดเป็นหนังที่สนุกดี ดูเพลินมาก บอกตรง ๆ ว่าดูดีกว่าหนังเก่าหลีหลาย ๆ เรื่องที่เราอุตส่าห์นำเข้าประเทศมา 
สิ่งที่คงอยู่คู่รังสิตอย่างไม่เปลี่ยนแปลงอีกอย่างคือ แผงหนังสือมือสอง ที่มีหนังสือโป๊ที่โป๊ที่สุดในโลกเต็มไปหมด
กลับบ้านมา ซื้อหนังแผ่นราคาถูกมาดู  เรื่อง GET CARTER ปรากฏว่า เป็นหนังพากย์ลาว  ไม่ได้ล้อเล่น พากย์ลาวจริง ๆ ทั้งเรื่อง ฮาดีแต่ไม่อยากดูแล้ว

พุธ  27 กุมภาพันธุ์ 2551
เล่นเกมหลังเลิกงานจนดึกจนดื่น วาดสีน้ำตึกคณะแอน แล้วก็นอน

พฤหัส  28 กุมภาพันธุ์ 2551
นั่งรถไฟไปคลองถม  ซื้อหนัง วีซีดี ดีวีดี และกลับมานอน แต่ซื้อที่ตลาดนัดแถวบ้านนะ

ศุกร์ 29 กุมภาพันธุ์ 2551
เป็นวันที่ สี่ปีมีครั้ง เหมือนพระเจ้าแถมมาให้  เป็นวันศุกร์ที่น่าเที่ยวกลางคืนมากเพราะพรุ่งนี้ที่เที่ยวไม่ขายเหล้า เป็นวันสิ้นเดือน ทุกคนมีเงินกันหมด 

 

     Share

<< เราต่างมีกลอนไม่สั้น ที่น่าอิจฉาเราต่างมี บันทึกเก่า ๆ ที่น่าอิจฉา >>

Posted on Wed 7 Apr 2010 15:31

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

เราต่างมี ความอ่าน ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีบ้านเก่า ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีเช้าที่น่าอิจฉา
เราต่างมีคนจร ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีที่เดิมที่น่าอิจฉา
เราต่างมีกูปรีที่น่าอิจฉา
เราต่างมีพระเจ้าที่น่าอิจฉา
เราต่างมี บันทึกเก่า ๆ ๆ ๆ ๆ ที่น่าอิจฉา
เราต่างมี บันทึกเก่า ที่น่าอิจฉา
เราต่างมี บันทึกเก่า
เราต่างมี บันทึกเก่า ที่น่า
เราต่างมี วันเลือกตั้ง สว ที่น่าอิจฉา
เราต่างมี บันทึกเก่า
เราต่างมีโลกสามมิติที่น่าอิจฉา
เราต่างมี หนอนผีเสื้อที่น่าอิจฉา
เราต่างมีตัวแม่ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีเรื่องง่ายที่น่าอิจฉา
เราต่างมีบันทึกเก่า ๆ ที่น่าอิจฉา
เราต่างมี บันทึกเก่า ๆ ที่น่าอิจฉา
เราต่างมี บันทึกเก่า ๆ ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีกลอนไม่สั้น ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีบาร์เกย์ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีเตี๋ยวต้มยำที่น่าอิจฉา
เราต่างมีเกาหลีที่น่าอิจฉา
เราต่างมีวิชาที่น่าอิจฉา
เราต่างมีงานนอกที่น่าอิจฉา
เราต่างมี ปี 53 ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีประกันที่น่าอิจฉา
เราต่างมีข้อสอบที่น่าอิจฉา
เราต่างมีโอเลี้ยงที่น่าอิจฉา
เราต่างมีออกพรรษา ที่น่าอิจฉา
เราต่างมี ปีใหม่ 52 ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีปีใหม่ 2552 ที่น่าอิจฉา
้เราต่างมี คลาสสิกไดอารี่ ที่น่าอิจฉา
เราต่างมีคอรับชั่น ที่น่าอิจฉา
สองใจ ทำไม
หนึ่งคนที่เข้าใจ
เราต่างมีสิ่งเสพที่น่าอิจฉา
เราต่างมีโทรศัพท์ที่น่าอิจฉา