วันเสาร์และความรัก

 

รู้สึกว่าเราจะมีเวลาว่างมากๆ จริงๆ ถึงได้อัพได ได้บ่อยๆ

เอิ้กกก แอบดีใจกรี๊ดกร๊าดนะเนี่ยมีคนอ่านและเม้นไดเราด้วยอ่ะ ดีใจมากๆ ขอบอก หวัดดี ทุกคนที่มาอ่านนะคะ อยู่เมืองนอกเนี่ยไม่ได้พูดกับใครเท่าไหร่เลยเพราะ
1. พูดภาษาฝรั่งเศสไม่ได้
2. พูดไปแล้วเขาไม่รู้เรื่อง หรือเขาพูดมาแล้วเราไม่รู้เรื่อง
3. ไม่อยากพูด
และ 4. ไม่มีใครคบ
กล่าวโดยรวมได้พูดภาษาไทยโดยเฉลี่ยอาทิตย์ละหนึ่งถึงสองครั้งกับบิดามารดาและเพื่อนที่เราโทรไป 
หรือไม่ก็พูดมันกับตัวเองนั่นแหละ ใกล้บ้าแล้วตรู

จริงๆ งานเยอะนะเนี่ย (เยอะมากแบบว่าทำถึงชาติหน้าก็ไม่เสร็จ) แต่ก็ไม่อยากทำอ่ะ ดองงาน แก้เปเปอร์
อ่านงานชาวบ้าน เขียนงานตัวเอง
 ยังไม่ทำทั้งนั้น แถมเดดไลน์ส่งงานไปคอนเฟอร์เรนซ์ที่เกาหลีก็จะถึงอยู่แล้ว ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปหรือไม่ไปดี คือตอนเด็กๆ
ชอบเดินทางไปต่างประเทศ
 แตเดี๋ยวนี้อยากให้คอนเฟอร์เรนซ์มันจัดซะข้างบ้านเลย จะได้ไม่ต้องเดินทาง เหนื่อยอ่ะ
โอยยย ทำไมขี้เกียจอย่างนี้ฟะเนี่ย


วันนี้เราเปลี่ยนบรรยากาศเขียนได ปกติจะเขียนตอนนอนอืดๆๆๆๆ อยู่บนเตียง วันนี้เรามานั่งริมระเบียง แหะ จริงๆ
มันห่างจากเตียงประมาณสามคืบเองง่ะ
 อากาศที่นี่ดีมากๆ แล้วดีใจจัง มีแดดออก ท้องฟ้าแจ่มใส มีลมเล็กน้อย มีฝนตกนิดๆ บางเวลาทำให้ไม่แห้งจนเกินไป บรรยากาศน่าออกไปช็อปปิ้งอย่างมาก แต่เมื่อวานออกไปข้างนอกจากจ่ายกับข้าวแล้วนึกไม่ออกว่าจะซื้ออะไร 

เห็นอะไรก็ไม่อยากได้ไปหมดเลย แต่มันอยากซื้อ  เคยมีอารมณ์แบบนี้มั้ย คืออยากจ่ายตังได้ของใหม่ๆ
แต่ไม่รู้จะซื้ออะไร ถ้าอยู่เมืองไทย
 จะสอยหนังสือมาอ่านเรื่อยๆ คือมันถูก ได้จ่ายตัง ได้ของใหม่ ได้อ่านด้วย
แต่อยู่นี้ฮือออออ เป็นคนไร้การศึกษา อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ฮือออออ มันเหนื่อยอ่ะกว่าจะได้ไปแต่ละหน้า กว่าจะรู้เรื่อง
มันเหนื่อย เลยไม่อ่าน
 เลยมาติดเนตแทน พอติดเนตเลยติดบ้านไปโดยปริยาย  วันนี้ต้องพยายามใหม่ออกจากบ้าน
ไปสอยอะไรใหม่ๆ กลับบ้านมากอีกดีฝ่า


เมื่อวันก่อนดูหนังเรื่อง Happy birthday มีคนไปอัพโหลดใน youtube ต้องกราบขอบคุณงามๆ
คนที่อัพโหลดไฟล์พวกนี้
 ทำให้คนไกลบ้านอย่างเราได้ดูหนังไทยฟรี ไม่เสียตัง หนังเรื่องนี้พยายามแสดงให้เห็นถึงความรักของผู้ชายคนหนึ่งที่มีต่อคนรักของเขา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาพยายามจะอยู่ดูแลเธอไป
ประมาณว่า
 ตราบชั่วฟ้าดินสลายอะไรเทือกนั้น หนังก็โอ ดีนะ สไตล์คล้ายๆ The letter แต่ว่าพยายามบิวท์ให้เศร้าน้อยกว่า
อนันดาหล่อเทพมั่กๆ
 ส่วนนางเอกเราจำชื่อไม่ได้ แต่หน้าตาเก๋มีเอกลักษณ์ดี หนังถ่ายทำสวยในสายตาเรา
(ความสวยหล่อเป็นระบบสัมพัทธ์อย่างหนึ่ง
 จึงต้องมี reference) แต่ถ้าว่าเราซาบซึ้งในหนังสักแค่ไหน ก็เปล่านะ คือดูไปก็อือ
หนังสวยดี
  ดูได้เพลินๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคงจะอินกว่านี้ ตอนนี้เราไม่ค่อยรู้สึกอะไรกับความรักระหว่างชายหญิงซักเท่าไร เรามองมันเป็นเรื่องความรักขั้นต่ำ
สุดที่มนุษย์จะพึงมี
ต่ำกว่ารักแบบเพื่อนอีกนะ (เอ่ออ คือถ้าใครไม่ขอบความเห็นนี้ ต้องขออภัยอย่างสูงนะคะ ขออภัยล่วงหน้าจริงๆ) 

เราเคยมีแฟน และตอนนี้ก็มีอยู่ความรักก็อยู่ดีมาห้าปีแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ทะเลาะกันดีกันเป็นเรื่องปกติ  เคยมีปัญหาเรื่องความรัก
ทำนองรักเขา
 เขาไม่รัก หรือเขามาชอบ เราไม่ชอบ อะไรเทือกๆ นั้นที่คนอื่นเขาก็มีกันน่ะ เคยคิดอย่างที่หลายๆคนเคยคิดว่า
เมื่อไรเนื้อคู่เราจะมา
 คนที่จะอยู่กับเราไปชั่วชีวิต แชร์ความสุข ความทุกข์ รักกันจนชั่วฟ้าดินสลายให้โลกนี้ได้จารึกเอาไว้
ทำนองนั้น


ทำไมเราจึงตีค่าความรักของชายหญิงไม่สูงหรือตีค่ามันน้อยนัก เพราะความรักชนิดนี้มีกามกิเลสเป็นตัวหนุนหลัง
มีโมหะคอยบังตา
 มีโลภะคอยจูงข้างหน้า มีโทสะคอยขนาบข้างหลังน่ะสิ บุคคลใดตกอยู่ในห้วงรักแบบนี้ จิตใจมันจะเหนียวหนืดเหมือนตกอยู่ในครีมคาราเมล
(ไม่เชื่อลองดูใจตัวเองดู
 เหอ เหอ ท้าแล้วนะเนี่ย)ไม่สว่างสดใสเหมือนตอนที่เราไปบริจาคทานหรอก  (ไม่เกี่ยวกันเท่าไร
แต่นึกตัวอย่างไม่ออก)


เอาง่ายๆ เป็นเรื่องๆ ให้เห็นชัดๆ
เวลาเราชอบใครมากๆๆๆมากๆๆ ในเชิงชู้สาว รวมถึงชอบอนันดา ด้วยก็ได้ (กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด หล่อเทพจริงๆ)
เราจะนึกถึงหน้าเขาใช่มั้ย หน้ามันจะลอยมา
 อยากเห็น อยากอยู่ใกล้ อยากไปไหนมาไหนด้วย จิตใจมันก็วิ่งวนอยู่กับคนๆ นั้น
ยิ่งชอบยิ่งรักมาก แล้วไม่ได้อยากที่เราอยากได้ ใจมันก็ยิ่งคิด
 ยิ่งฟุ้ง ยิ่งหมกมุ่นอยู่กับเรื่องของเขาคนนั้นใช่มั้ย

ที่นี้คนส่วนใหญ่ ก็แก้ปัญหาด้วยการตามไปเจอ ไปจีบ ไปคุย ชวนกินข้าว ปั้นหน้าหล่อหน้าสวยคุยกัน หันด้านดีเข้าหากันก่อนเพื่อดึงดูดใจกัน แปลไทยเป็นไทยได้ว่า เสนอเงื่อนไข ว่ามาคบกับชั้นสิ แล้วเธอจะมีความสุข มาอยู่กับชั้นสิ ความทุกข์ของเธอจะหมดไป เห็นไหมว่าถูกหลอกกันอยู่แต่ไม่รู้เลย อ้คนเสนอก็หลอกเขาจริง หรือไม่ก็คิดว่าจริงแต่ตัวเองกำลังถูกความหน้ามืดตามัวหลอกเอาอยู่

สมมติว่า โอเชนะ รักกันนะจ๊ะ คบกัน ก็จะมีช่วงโปรโมชั่นรักกันหวานซึ้ง อยู่ประมาณสองสามเดือน หกเดือนถึงหนึ่งปี แล้วแต่ดีกรีความรัก ตอนนี้ ชี้นกก็เป็นนก ชี้ไม้ก็เป็นไม้ น้ำต้มผักก็ว่าหวานแล้ว ตาหูจมูกลิ้นกายใจมืดบอดไปแล้ว ด้วยโมหะและโลภะสีชมพูแปร๋น

แต่สมมติเขาไม่โป๊ะเชะกะเรา เราก็จะเหี่ยวเฉาเหมือนต้นไม้ขาดน้ำ ที่นี้จิตใจถูกครอบไปด้วยโมหะและโทสะสีดำปิ๊ดปี๋ แต่ไดวันนี้เราไม่พูดถึงความทุกข์ละกันนะ เพราะว่าวันที่แล้วพูดถึงความทุกข์มาแล้ว เรามาดูกันซิว่า ความสุขแบบโลกๆ เนี่ยมันแฝงความทุกข์อยู่ได้อย่างไร น้ำตาลเคลือบยาพิษเนี่ย มันอันตรายนะ

สิ่งหนึ่งที่เห็นสัจธรรมแห่งชีวิต แปลว่าความจริงที่แท้ไม่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ก็คือ คนเรารักสิ่งใด
ย่อมทุกข์เพราะสิ่งนั้น เรารักคนคนนึงมากๆ เราก็จะคาดหวังว่า อยากให้เขาเป็นอย่างงั้น คิดอย่างนี้ พูดอย่างโน้น อยากให้เขาได้หรือเป็นในสิ่งที่ดีที่สุดในสายตาของ “เรา” ถามว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา
“จริงหรือ?”  สมมติอีกว่าเขาเห็นด้วยทุกอย่างที่เรานำเสนอ ความทุกข์แบบโลกๆ ที่เห็นได้ด้วยจิตใจหยาบๆ ก็จะน้อยหน่อย
ที่เห็นได้ก็คือเราจะพะวงถึงเขา จิตใจไปแปะอยู่กับสิ่งนอกกายนอกใจ โดนกิเลสหลอกให้ทำโน่นทำนี่ เพื่อที่ “เรา” จะได้เห็นเขามีความสุข สังเกตอะไรในประโยคนี้มั้ย มันมีคำว่าเรา  เราทำทุกอย่างให้เขามีความสุข เพราะจริงๆ แล้ว “เรา” นั่นแหละอยากมีความสุข แต่ทุกครั้งที่พูดประโยคเหล่านี้ คำว่าตัวเรามันหล่นหายไปไหนไม่รู้ มันเลยเราทำเพื่อเขา ร๊ากกกก มากกกกก  แต่ลืมเห็นไปว่า เรารักตัวเรามากกว่าอีกนะ ทุกครั้งไปเลย จริงๆ มันอยู่ต่อหน้าต่อตาเนี่ยแหละ แต่ไม่ยอมมองกันเอง หรือมองเห็นแต่รับความรักตัวเองไม่ได้ ความทุกข์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากความอยากนั้น ถูกบดบังอย่างมิดชิด ด้วยความสุขแบบหยาบๆ ที่เกิดขึ้นด้วยความสมหวัง

แต่ถ้าเขาไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เรานำเสนอ ความทุกข์แบบหยาบๆ โลกๆ ก็จะมาเยือน นั่นคือ เราจะจ๋อยเมื่อเขาไม่เห็นค่าในสิ่งที่เราทำ จะเกิดอาการพระเอก นางเอก นั่งโศกา ฟูมฟาย ว่าเธอเปี๋ยนไป อะไรเทือกๆ นั้น หรือไม่ก็จะออกแนวบู๊ ทะเลาะกันไปเลย อันนี้เห็นได้ง่าย แต่ความทุกข์อันเกิดจากความอยาก ก็ถูกบดบังด้วยความทุกข์ที่หยาบกว่าอันเกิดจากความผิดหวัง

คนเราส่วนใหญ่ รวมทั้งเราด้วยนั้น  จะเห็นความทุกข์ก็ต่อเมื่อไม่สมหวังในสิ่งที่อยากได้  แต่ไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าเมื่อใดเกิดความอยาก เมื่อนั้นทุกข์ก็เกิดขึ้นแล้ว มนุษย์ทั่วไปจึงแก้ปัญหาแบบง่ายๆ โง่ๆ ด้วยการทำอะไรก็ได้ให้สมหวัง ตอบสนองความอยากของตนอันไม่เคยหมดสิ้นไปเลย  ชีวิตคนส่วนใหญ่ก็เดินทางด้วยระบบนี้
 เข้าทำนอง ยิ่งดิ้น ยิ่งทุกข์  แต่เมื่อใดเราหันมาดูกายดูใจเรานี้ เราจะเห็นการทำงานของมันว่า เมื่อใดอยากเมื่อนั้นก็ทุกข์แหละ
ไม่เกี่ยวกับสมหวังหรือไม่สมหวังเลยนะ  

โอ้ ออกทะเลไปเล็กน้อย กลับเข้ามาเรื่องความรักดีกว่า

เราไม่ได้ไม่สนับสนุนให้คนมารักกันแบบชายหญิงนะ ไม่ได้บอกว่าอย่าจีบกันเลย อย่ามีครอบครัว อย่าทำดีกับแฟน ไม่ใช่เลย
โลกนี้มันต้องดำเนินต่อไป ต้องมีความสมดุล ธรรมชาติสร้างเรื่องแบบนี้มาให้เกิดแรงจูงใจในการดำรงเผ่าพันธ์มนุษย์ แต่มนุษย์เราก็ต้องรู้เท่าทันธรรมชาติด้วยการรู้ทันจิตใจเอง
นี่แหละ เห็นมันอย่างเห็นคนอื่น จิตใจที่ไม่ถูกครอบงำด้วยกิเลสตัณหา จะทำให้เรามีความสุขมากว่าต้องวิ่งหาความสุขจากภายนอกมาเติมเต็มใจเรานะ เมื่อใจเราเต็มอิ่มมีความสุขแล้ว
มันจะล้นออกมาเผื่อแผ่ให้คนข้างนอกสัมผัสได้ โดยไม่ต้องไปทำอะไรเลย

เราไม่อยากเขียนไดแบบว่า จงรักอย่างมีเมตตา อย่างไม่คาดหวัง ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน คือจะบอกให้ว่าจิตใจคนปกติมันทำไม่ได้หรอก ก็ถ้าพื้นฐานมันรักตัวเองอย่างเหนียวแน่นข้ามภพข้ามชาติมาไม่รุ้เท่าไร อยู่ดีๆ
จะไปสั่งให้มัน จงรักเธออย่างไม่หวังผลตอบแทนอะไรเนี่ย มันไม่ได้  ที่ทำได้คือให้รู้ทันมันซะ คอยดูอย่าง
observer  ไปเรื่อยๆ บางครั้งเราจะเห็นชัดเจนเลยว่า เรากำลังตอบสนองความต้องการของเราเองอยู่
มากกว่าจะรักเขาอย่างเมตตาที่แท้จริง  ต่อจากนั้น ใจเราก็จะมีอิสระจากความอยาก และมีความสุขที่เหนือขึ้นไปอีก
(แหะ แหะ อธิบายต่อไม่ได้แล้ว เกินปัญญาของคนเขียนได ไม่แจ่มแจ้งขนาดเขียนอธิบายไม่ได้กันเลยทีเดียว เอาไว้ใครสงสัย
ไปถามหลวงพ่อกันเอาเองแล้วกัน ข้าพเจ้าเห็นมาแค่นี้ ปัญญายังน้อยนัก ไว้รู้มากกว่านี้จะมาต่อละกัน)

เอาเป็นว่าจบไดเรื่องความรักไว้แค่นี้นะ เดี๋ยววันนี้ว่างๆ จะมาต่อด้วยเรื่อง ดวงและธรรมมะ เอิ้กกก แรงเหลือและเวลาเหลือมากๆ
จริงแฮะ ไปกินข้าวก่อนเด้อ เดี๋ยวมา

 

 





     Share

<< ธรรมะวันหยุดดวงกับธรรมมะ >>

Posted on Sat 23 May 2009 19:11

If you're looking to buy these artlices make it way easier.
Usteche   
Sat 21 Sep 2013 17:44 [3]
 

Gee whiz, and I thouhgt this would be hard to find out.
Laxman   
Sat 21 Sep 2013 15:21 [2]
 

Yo, good loiokn out! Gonna make it work now.
Kavitha   
Wed 18 Sep 2013 22:34 [1]
 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

อิติปิโส ภะคะวือ
อัพไดตามหน้าที่
หลวงปู่มั่น
แดจังกึม ดีเลย์
ชีพจรลงเท้า
กระทงหลงทาง
ล้มเหลว
วังเวง
เศษกรรม
พระอานนท์
อริยสัจแห่งจิต
มรณานุสติ
สัปดาห์รีเซท
ฮอลิเดย์ ย้อนดูตัว
อัพได ด่วนๆ
มารผจญ
อ่านข่าวเห็นธรรม
ลัลลา ฮอลิเดย์
ดวงกับธรรมมะ
วันเสาร์และความรัก
ธรรมะวันหยุด
เซ็งเป็ด ไดลบไปสองรอบแล้ว โมโหแล้วนะ
เย็นวันศุกร์ ดีใจจัง
อัพได ย้อนอดีต
ไม่มีอะไรจะเขียน
อัพไดวันแรก
ไปงานศพ อัพไดย้อนหลัง